Friday, October 29, 2021

Tank Must นาฬิกานิวเจนจาก Cartier

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส เปิดตัวนาฬิกาแทงก์ มัสท์ (Tank Must) สมาชิกใหม่ล่าสุดจากตระกูลแทงก์ คอลเลคชั่นเรือนเวลาที่ขึ้นแท่นเป็นไอคอนของคาร์เทียร์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1917 นาฬิกาแทงก์ มัสท์คือการบรรจบกันระหว่างเรือนเวลาที่เป็นไอคอนของแบรนด์อย่างแทงก์ (Tank) และมัสท์ (Must) คอลเลคชั่นเรือนเวลาที่โด่งดังในยุค 1970นอกจากสายหนังและสายสตีล นาฬิกาแทงก์ มัสท์ ยังมีรุ่นกลไกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และสายจากวัสดุพิเศษที่ปราศจากชิ้นส่วนจากสัตว์อีกด้วย นับเป็นนวัตกรรมในการรังสรรค์เรือนเวลาอย่างไม่หยุดนิ่งของเมซงคาร์เทียร์

เรือนเวลารุ่นแทงก์ได้จารึกความสง่างามของคาร์เทียร์ผ่านดีไซน์ที่คมชัดและเพรียวบาง นับตั้งแต่หลุยส์ คาร์เทียร์ (Louis Cartier) สร้างสรรค์เรือนเวลานี้โดยรับแรงบันดาลใจมาจากสี่เหลี่ยมผืนผ้าเมื่อปี ค.ศ. 1917 หลุยส์ คาร์เทียร์ เลือกหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ทำให้นาฬิกาแทงก์โดดเด่นจากนาฬิกาข้อมือทั่วไปในยุคนั้นซึ่งมีหน้าปัดเป็นทรงกลม ทำให้นาฬิกาแทงก์มีกลิ่นอายที่ล้ำสมัย อยู่เหนือกาลเวลามาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน เส้นตรงสองเส้นที่ขนาบข้างหน้าปัดนับเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลารุ่นนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพมุมสูงของรถถัง โดยมีเอกลักษณ์เป็นคานสองชิ้นประกบเข้ากับตัวเรือนทรงเหลี่ยมดุจล้อรถและหอบังคับการ การประกอบตัวเรือนกับสายนาฬิกา   ทำได้กลมกลืนเสียจนเกือบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อรักษาหัวใจหลักของแรงบันดาลใจที่น่าทึ่งนี้เอาไว้

นาฬิการุ่นแทงก์ ได้รับความนิยมอย่างมากและเป็นนาฬิกาคู่ใจของบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายจนมีคำกล่าวว่า การสวมใส่แทงก์ คือการประกาศตัวตน จนนาฬิกาแทงก์กลายเป็นวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย หลังจากเวลาล่วงเลยไปกว่าศตวรรษ นาฬิการุ่นนี้จึงถูกนำกลับมาตีความใหม่อีกครั้งในปี 2021 ในชื่อรุ่น แทงก์ มัสท์ โดยทั้ง แทงก์ (Tank) และมัสท์ (Must) คือผลลัพธ์ที่ลงตัวระหว่างสัญลักษณ์สำคัญประจำเมซงคาร์เทียร์ โดยแทงก์ (Tank) คือคอลเลคชั่นสำคัญของแบรนด์ ในขณะที่มัสท์ (Must) คือคอลเลคชั่นนาฬิกาอันเป็นอมตะของคาร์เทียร์ที่ใครๆ ก็ต้องมีไว้ในครอบครอง ในปีนี้ คาร์เทียร์นำขนบของความหรูหราคลาสสิกกลับมาอีกครั้งผ่านนาฬิกาแทงก์ มัสท์ (Tank Must) อันเป็นเสมือนการบรรจบกันระหว่างเรือนเวลาที่เป็นไอคอนของแบรนด์ และเรือนเวลาที่โด่งดังในยุค 1970

Tank Must  ดีไซน์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

นาฬิกาแทงก์ มัสท์ (Tank Must) เป็นผลผลิตแห่งการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงที่ทันสมัยและได้รับความนิยมอย่างมาก นับเป็นอีกเอกลักษณ์ของเมซงคาร์เทียร์ที่ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์และกลไกอยู่เสมอ ด้วยพันธสัญญาด้านศิลปะการประกอบเรือนเวลาชั้นสูง ซึ่งได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ฝ่ายออกแบบจึงได้รังสรรค์นาฬิการุ่นแทงก์ มัสท์ (Tank Must) อีกครั้ง โดยมาในรุ่นโมโนโครมและรุ่นดั้งเดิมพร้อมกลไกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

นาฬิกาแทงก์ มัสท์ ได้รับแรงบัลดาลใจจากนาฬิการุ่นแทงก์ หลุยส์คาร์เทียร์ เมซงคาร์เทียร์ออกแบบและปรับเปลี่ยนดีไซน์นาฬิกาแทงก์ มัสท์ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งคานปลายมนสองชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือน และสัดส่วนของหน้าปัด ความชำนาญอันเป็นเลิศด้านการออกแบบที่ถูกกำหนดไว้ ได้ให้กำเนิดเรือนเวลาที่หาญกล้าย้อนเวลาเพื่อนำความคลาสสิกกลับมาประดับบนทุกรายละเอียดปลีกย่อย ไปจนถึงชิ้นส่วนที่เล็กที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเม็ดมะยมเจียระไนแบบคาโบชง และการกลับมาของตัวล็อกสายแบบ Ardillon Buckle สไตล์ดั้งเดิมสำหรับรุ่นสายหนัง ชั้นเชิงศิลป์ในการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงของเมซงคาร์เทียร์นั้นเปี่ยมด้วยความชำนาญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่สายสตีลพร้อมข้อต่อทรงโค้งมนซึ่งถูกออกแบบใหม่และสามารถถอดเปลี่ยนสายได้ ไปจนถึงกลไกควอทซ์ประสิทธิภาพสูงจากเมซงซึ่งแบตเตอรี่คงคุณภาพยาวนานถึง 8 ปี

Tank Must : เรือนเวลาแรกที่บุกเบิกหน้าปัดเซลล์แสงอาทิตย์ 

นับตั้งแต่แรกเริ่ม ความปรารถนาอันแรงกล้าแห่งศาสตร์เรือนเวลาชั้นสูงของคาร์เทียร์ คือการมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสิ่งที่ดีกว่า โดยอาศัยความก้าวหน้าเชิงเทคนิคควบคู่กับพันธสัญญาของคาร์เทียร์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งคาร์เทียร์ได้ริเริ่มบุกเบิกนาฬิกาข้อมือเรือนแรกในรุ่นซานโตส (ค.ศ.1904) และรุ่นซานโตสแบบหัวเข็มขัดพับ (Folding buckle) (ค.ศ. 1910) และไม่เคยหยุดตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้านับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตร QuickSwitch™ (ค.ศ. 2018) ที่มอบความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนสายนาฬิกาได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่หน้าปัดนาฬิกาเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic Dial) ในรุ่นแทงก์ มัสท์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยทุกนวัตกรรมล้วนรังสรรค์มาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและความพึงพอใจของลูกค้าคนพิเศษของคาร์เทียร์

ความท้าทายในทุกชิ้นงานคือการใช้เทคนิคใหม่เพื่อปรับรูปทรงและความสวยงาม การหาสมดุลยภาพระหว่างความทันสมัยและขนบดั้งเดิมของศิลป์แห่งการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงให้บรรจบกันอย่างสมบูรณ์ โดยความท้าทายและพันธสัญญาดังกล่าวถูกรังสรรค์ให้เด่นชัดขึ้นโดยศูนย์ผลิตนาฬิกาของคาร์เทียร์ ณ เมืองโชเดอฟงส์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิต หากแต่ยังเป็นศูนย์วิจัย สร้างสรรค์ และคิดค้นพัฒนานวัตกรรม ที่ได้นำหลักการเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic)มาใช้กับหน้าปัดของเรือนเวลารุ่นแทงก์ มัสท์ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใดๆ โดยความสำเร็จด้านเทคนิคนี้อาศัยช่องว่างระหว่างเลขบอกเวลาโรมันบนหน้าปัด เปิดเป็นช่องให้พลังงานแสงอาทิตย์ลอดผ่านเข้าสู่เซลล์แสงอาทิตย์ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้าปัด ซึ่งทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการผสานกลไก โซลาร์บีท™ (SolarBeat™) ที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 16 ปี เข้ากับแทงก์ มัสท์ เรือนเวลาแรกที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้

Other Articles