นาฬิกาตัวเรือนสตีลดูลงตัวกับไลฟ์สไตล์สาวซิตี้เกิร์ลสุดๆ แถมสายรัดข้อมือสตีลยังแข็งแกร่งทนทาน ไม่ต้องระวังในการสวมใส่มาก แถมยังไม่อับเหมือนสายหนัง จึงเหมาะกับอากาศร้อนๆ ของบ้านเรา และใช่ว่าจะมีแต่ลุคสปอร์ตเท่านั้น ดีไซน์แบบคลาสสิกก็มีให้เลือกเช่นกัน

Longines
นาฬิกา Longines Spirit Green Dial ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกานักบิน ตัวเรือนขนาด 40 และ 42 มม. แต่ดูไม่เทอะทะด้วยขอบตัวเรือนเล็ก หน้าปัดสีเขียวทหารให้อารมณ์วินเทจเบาๆ แถมยังทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความเที่ยงตรงโดย COSC กำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมง

Baume & Mercier
Classima คือคอลเลกชั่นคลาสสิก แม้จะเป็นสตีลทั้งเรือน แต่เส้นสายก็ดูเฟมินีน สง่างาม ทั้งยังเพิ่มประกายเพชรเล็กๆ บนหน้าปัด รับกับหน้าปัดน้ำตาลอมม่วง

Cartier
Pasha de Cartier ตัวเรือน 30 มม. คงดีไซน์เอกลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่ยุค 1980s ทั้งดีไซน์รายละเอียดบนหน้าปัดและเม็ดมะยม และขาสาย แมตช์กับลุคประจำวันได้ง่าย

Breitling
คอลเลกชั่น Chronomat กำเนิดขึ้นครั้งแรกในยุค 1980s แต่ Breitling ได้นำมาตีความใหม่ให้ก้าวล้ำนำสมัยเหมาะกับผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ตัวเรือนขนาด 36 มม. ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานโครโนมิเตอร์ COSC ตอกย้ำถึงประสิทธิภาพความเที่ยงตรง และยังสามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร

Bvlgari
คอลเลกชั่น Bvlgari Bvlgari นั้นเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 45 ปีที่แล้ว มีซิกเนเจอร์เด่นเป็นการสลักชื่อแบรนด์รอบขอบหน้าปัด (จะเรียกว่ารุ่น BB ก็ได้) ยิ่งเมื่อจับคู่กับสายรัดที่ดีไซน์เส้นสายคมกริบ และเคลือบเฉดสีดำทั้งเรือนยิ่งโก้และทันสมัย

IWC
Pilot’s Watch Chronograph 41 นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อนักบิน มีฟังก์ชั่นจับเวลาและแสดงวันที่ซึ่งเป็นประโยชน์ หน้าปัดสีเขียวสดให้อารมณ์สปอร์ต ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ กำลังลานสำรอง 46 ชั่วโมง และมีระบบถอดเปลี่ยนสายเป็นสายหนังได้ด้วย

Tudor
นาฬิกา Black Bay ตัวเรือน 36 นี้ยังคงไว้ซึ่งความงดงามของนาฬิกาในตระกูล Black Bay โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข็มนาฬิกามุมเหลี่ยมทรง “เกล็ดหิมะ” ผลิตจากเหล็กสเตนเลสสตีล 316L ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มีอยู่ โดยตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ถึง 150 เมตร






