Tuesday, September 21, 2021

ทำความรู้จักกับลอฟฟีเซียล คัฟเวอร์เกิร์ล… แจน ใบบุญ นางแบบสาวไทยสู่รันเวย์ระดับโลก

ถ้าพูดถึงนางแบบไทยที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ เรานึกถึง แจน ใบบุญ นางแบบไทยคนแรกที่ได้เดินแบบในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ระดับโลก ด้วยรูปร่างผอมบาง ส่วนสูง 180 ซม. อีกทั้งใบหน้าเก๋ดูมีเอกลักษณ์ จนได้เข้าสังกัดเอเจนซีนางแบบ Wilhemina ที่ลอนดอน เธอมีผลงานหลากหลายให้เราเห็นอย่างต่อเนื่องมาแล้วหลายซีซั่น ทั้งเดินแบบ แคมเปญโฆษณา รวมทั้งผลงานตามหน้านิตยสารต่างๆ เช่นเดียวกับการขึ้นปกนิตยสาร ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ครั้งนี้ โดยแจนสวมคอลเลกชั่น Fall/Winter 2021-2022 จาก Chanel เป็นแบบให้ทีมงานของเราถ่ายภาพในใจกลางลอนดอน

“จริงๆ มีเอเจนซีติดต่อมาตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้วค่ะ แต่ที่บ้านอยากให้เรียนหนังสือจบก่อน” นางแบบสาวซึ่งเรียนจบจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้น และเมื่อเอเจนซีที่ประเทศอังกฤษเห็นภาพของเธอ จึงได้ติดต่อชวนให้ไปทำงานที่ลอนดอน “ตอนนั้นเริ่มใช้อินสตาแกรม เอเจนซีในต่างประเทศก็อยากได้นางแบบเอเชียด้วย เขาน่าจะเห็นเราจากโซเชียลมีเดียก็เลยติดต่อมา”

เส้นทางนางแบบของแจนเริ่มจากการประกวดไทยซูเปอร์โมเดล จากนั้นก็เข้าวงการตั้งแต่อายุ 15 แม้ว่าตอนแรกเธอจะยังไม่ชอบ แต่ก็ลองทำมาเรื่อยๆ จนวันนี้มันกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเธอ “มันกลายเป็นอาชีพ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว อาชีพนี้สอนอะไรเราเยอะ อย่างการเข้าสังคม การพูด ความมั่นใจ แล้วที่แจนโพสได้ เดินแบบได้ มันมาจากประสบการณ์การทำงานล้วนๆ เลยค่ะ และพอทำไปแล้วก็เริ่มมีความฝันว่ามันจะไปถึงจุดไหน”

-แล้วตอนนี้ชีวิตแจนที่ลอนดอนเป็นอย่างไรบ้าง

“ช่วงนี้มีงานเข้ามาเยอะมาก มีถ่ายกันเกือบทุกวัน ส่วนการใช้ชีวิตตอนนี้เริ่มกลับมาปกติแล้วค่ะ จะใส่หน้ากากหรือไม่ใส่ก็ได้ แค่ขอความร่วมมือ”

-ตอนนี้เปลี่ยนสีผมดูเปรี้ยวไปเลย รู้สึกว่าเปลี่ยนลุคแล้วทำให้อินเนอร์เราเปลี่ยนไปไหม

“ที่เปลี่ยนเพราะต้องเดินแฟชั่นโชว์ เราอยากเดินก็เลยทำ ก่อนเปลี่ยนสีก็คิดว่าอินเนอร์จะเปลี่ยนไปไหม แต่พอทำแล้วก็เหมือนเดิม แค่มั่นใจมากขึ้น แต่อาจจะหาเสื้อผ้าที่แมตช์กับสีผมเราได้ยากนิดนึง ตอนนี้ก็เลยจะมีเสื้อผ้าสีส้มกับน้ำเงินเยะขึ้น (หัวเราะ)”

-แล้วความพยายามในการดูแลรูปร่างของเราล่ะ 

“จริงๆ แจนไม่ค่อยออกกำลังกาย แล้วก็โหยหาอาหารไทยมาก กินทุกอาทิตย์เลย แต่ตอนนี้หลังอายุ 25 แล้วก็ต้องเริ่มออกกำลังกาย มีพี่ๆ นางแบบเตือนว่าถ้าไม่ออกจะมีพุงแล้วไม่ยุบด้วย ตอนหลังเริ่มมาชอบเล่นพิลาทีส ไปสมัครคอร์สไว้ แจนว่าการเป็นนางแบบทำให้หันมาดูแลใส่ใจตัวเองมากขึ้น ทั้งรูปร่าง ผิวพรรณ เพราะมันมีความสำคัญกับงานที่ทำ”

-ทำงานมาเป็นสิบปีแล้ว อยากรู้ว่าอะไรคือความสุขของการทำอาชีพนางแบบ

“มันเป็นอาชีพที่เหนื่อยนะ แต่พอได้เห็นผลงานออกมาแล้วมันทำให้เราแฮปปี้ แทบไม่เชื่อว่าเราจะมาถึงจุดนี้ มาไกลเกินฝันจริงๆ ตอนอยู่ไทยก็เคยคิดว่าเราจะทำงานที่ต่างชาติได้เหรอ แต่พอได้มาจริงๆ เออ เราก็มาได้ ได้ทำงานกับแบรนด์ที่ใฝ่ฝัน เจอทีมงานเก่งๆ แล้วถึงมันจะเหนื่อย คือเราเหนื่อยได้ แต่ก็ชอบมองหาพลังบวก อาจจะเป็นคำชมที่มีให้กัน มันก็จะส่งพลังต่อกัน”

-คิดว่านางแบบในเจเนอเรชั่นแจนแตกต่างจากยุคอื่นอย่างไร

“รุ่นแจนถือเป็นยุคของนางแบบหน้าหมวยหลังจากยุคหน้าฝรั่ง แต่ตอนนี้เป็นเจนซีที่เปิดรับความหลากหลายมากขึ้น ทั้งวัย เชื้อชาติ เพศ รูปร่าง ไม่ค่อยมีข้อจำกัดเหมือนเมื่อก่อน”

-เมื่อก่อนถ้าให้ทำอะไร นางแบบก็ต้องทำ แล้วตอนนี้เป็นแบบนั้นไหม

“ไม่แล้วค่ะ จริงๆ นางแบบกับทีมเขาให้แชร์ความคิดกันนะ เขาจะถามนะว่าคิดอย่างไร” 

-การได้ทำงานกับดีไซเนอร์หลายคน ส่วนตัวคิดว่าดีไซเนอร์หญิงเป็นอย่างไร

“ยุคนี้มีดีไซเนอร์หญิงเก่งๆ หลายคน อย่างวิร์จินี วิยาร์ดที่มาสานต่อแบรนด์ชาเนลต่อจากคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ คือรู้สึกว่าชุดที่เขาทำออกมาดูเรียบ ใส่ได้จริง แต่ก็มีความสนุก มีลูกเล่น มีความเซ็กซี่ และความคูลแฝงอยู่ด้วย คือเป็นผู้หญิงที่ลักชัวรี่ และมีความมั่นใจ”

-จริงๆ แล้วแจนเคยร่วมงานกับชาเนลตั้งแต่อยู่ที่ไทยแล้ว

“ใช่ค่ะ ตอนนั้นได้เป็น 1 ใน 7 นางแบบไทยที่ได้เดินโชว์ครูซคอลเลกชั่นที่จัดในกรุงเทพฯ ค่ะ เป็นโมเมนต์ที่ภูมิใจมากๆ แล้วก็เคยได้รับเชิญให้ไปดูโชว์ Metiers d’art 2019 ที่ปารีส อันนี้จำได้ขึ้นใจ คือไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ไป จำทริปนี้ได้ไม่ลืมเลย เป็นโชว์ที่จำลองรันเวย์เป็นอพาร์ตเมนต์ของชาเนล คือปกติเราเดินแบบ แต่พอได้มานั่งดูบ้าง รู้สึกตื่นเต้นกว่าอีก บรรยากาศมันอิมแพ็กต์ แล้วในทริปนั้นยังได้ไปเวิร์กช็อปกับทีมงานด้วย ไม่แปลกใจเลยที่เป็นแบรนด์ระดับโลก”

-ถ้าพูดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง แฟชั่นมีความสำคัญต่อชีวิตแจนอย่างไร

“มันอยู่กับแจนมาเกือบทั้งชีวิตเลย มันหล่อหลอมให้แจนเป็นแจน ใบบุญทุกวันนี้ คืออยู่วงการมาเกือบสิบปี มันก็ซึมซับมาเรื่อยๆ เราอยู่โดยไม่มีมันไม่ได้ มันเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว จะแต่งตัวออกจากบ้าน จะซื้ออะไร เทรนด์อะไร มันก็อยู่ในความสนใจมาตลอด” 

-คิดว่าแฟชั่นเป็นพลังสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงไหม

“เวลาที่คนบอกว่าก็ใส่ๆ ไปเถอะ แต่สำหรับเราก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นแค่เสื้อผ้านะ คิดว่ามันสะท้อนหลายอย่าง ทั้งความคิด ตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ แจนว่าเสื้อผ้าให้ฟีลลิ่ง ให้ความมั่นใจ ให้ความสนุก อย่างชุดชาเนลที่แจนได้ใส่วันนี้ มองเผินๆ ก็ว่าสวยแล้ว แต่พอดูดีเทลแฮนด์เมด ทำให้รู้ว่าเขาตั้งใจอย่างมากเลย” 

-แจนเคยบอกว่ากลัวที่จะไปทำงานต่างประเทศ​ แล้วความกลัวมาเป็นพลังให้เราได้อย่างไร 

“เราต้องเอามันมาใช้ให้ถูกที่ถูกทาง ทุกคนมีความกลัว แต่อยู่ที่ว่าเราจะเอามันมาเป็นแรงขับเคลื่อนต่อไป หรือจะให้มันหยุดเราไว้แค่นี้ ซึ่งตอนนี้แจนเริ่มที่จะนำมันมาใช้เป็นพลังเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปได้ ทำให้เราลองมาทำงานที่ยุโรป” 

-แล้วมีอะไรที่ยังอยากทำไหมคะ 

“คิดว่าสถานการณ์ดีขึ้นอาจจะลองคิดทำธุรกิจอะไรสักอย่างค่ะ เพราะอะไรในชีวิตมันไม่แน่นอน เราได้ทำตามที่ฝันแล้ว มันเกินกว่าฝัน ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีความฝันอะไรอีกไหม” 

-ถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วงไหนก็ได้ 

“อยากกลับไปในช่วงที่ได้ไปดูโชว์ชาเนลที่ปารีสปลายปี 2019 ไม่คิดว่าจะได้ไป เป็นความสนุกครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นประสบการณ์ที่ดี อยากหยุดเวลาไว้เลย แล้วคือได้เจอ Liu Wen ในทริปนั้น เข้าไปทักเขาแล้วไม่คิดว่าเขาจะทักเรากลับมาเป็นภาษาไทย สำหรับแจน เขาเป็นคนที่เปิดประตูให้นางแบบหน้าเอเชียเข้าไปสู่ยุโรป เลยปลื้มมากๆ” 

HER FAVORITES

-สแลงแบบอังกฤษ

“ไม่รู้ว่าเป็นสแลงไหม แต่คนชอบพูดว่า Gorge, Fab ตอนถ่ายงาน หลังๆ เราก็ลองเอามาใช้บ้าง พูดด้วยอินเนอร์เสียงต่ำๆ (หัวเราะ)” 

-ขนมอังกฤษ

“แครอตเค้ก มีแทบจะทุกร้าน คือชอบตั้งแต่อยู่ที่ไทยแล้ว แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นขนมของอังกฤษ​ แล้วก็พวกสโคน สปอนจ์เค้ก (ซึ่งเป็นสิ่งที่นางแบบไม่ควรจะกิน) ถือเป็นการให้รางวัลตัวเอง ตอนเหนื่อยๆ แจนชอบไปคาเฟ่ ถือเป็น coffee therapy” 

-เพลงที่ชอบ

“ชอบเพลง Je veux tes yeux ของ Angele ชอบมานานแล้ว แต่ได้มาเจอตัวเป็นๆ ตอนไปทริปชาเนล” 

-ซีรีส์หรือหนังที่ดูจนตาแฉะ

“ชอบสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ค่ะ มันเพลินดี อย่าง Night on Earth เป็นการส่องสัตว์ตอนกลางคืน” 

-โมเมนต์ที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต 

“ตอนที่ได้เจอและพูดคุยกับนางแบบในดวงใจ Liu Wen”

สามารถติดตามแฟชั่นเซ็ต London Calling ในได้นิตยสาร L’Officiel Thailand Fall 2021 (August Issue)

Other Articles