แรงบันดาลใจจากโลกแฟชั่นสู่การออกแบบจิวเวลรี่ของ Van Cleef & Arpels

นับแต่ก่อตั้งดำเนินกิจการ ณ จัตุรัสว็องโดมเมื่อปี 1906 เมซง Van Cleef & Arpels ก็ได้อาศัยแรงบันดาลใจมาจากอาณาจักรแห่งแฟชั่นเครื่องแต่งกายมาใช้ออกแบบผลงานจิวเวลรี่ของตนเอง ทั้งลายฉลุลูกไม้ทอง โบว์ประดับเพชร และพู่ระย้างดงามจับตา รวมทั้งจำลองสัมผัสลื่นไหลและพลิ้วไหวของผืนแพรพรรณสร้างสรรค์เป็นจิวเวลรี่รูปทรงสามมิติเสมือนจริงด้วยเทคนิคอันแยบยล 

หนึ่งในสุดยอดผลงานของ Van Cleef & Arpels ก็คือสร้อยคอซิปหรือ Zip necklace  เป็นโจทย์ท้าทายทางการสรรค์สร้างอย่างที่สุด ไม่เพียงจำลองรูปทรงอันงดงามของซิปมาไว้บนตัวเรือนเท่านั้น แต่ยังสามารถรูดขึ้นลงได้เหมือนซิปจริงๆ ทำให้สามารถดัดแปลงพลิกแพลงวิธีสวมใส่ได้หลากหลาย ไปจนถึงเปลี่ยนจากสร้อยคอกลายเป็นสร้อยข้อมือด้วย เรียกได้ว่าเป็นประดิษฐกรรมที่ไม่เพียงดงามแต่ยังครองความอัจฉริยะอย่างแท้จริง และกลายเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ของเมซงซึ่งไม่อาจลอกเลียนได้

สร้อยคอสายซิปได้รับแรงบันดาลใจทางการออกแบบมาจากตัวกลัดสายซิป ซึ่งถูกนำมาใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นครั้งแรกกับแจ๊กเก็ตนักบินและเครื่องแบบกลาสี ก่อนเริ่มเข้ามามีบทบาทในแวดวงแฟชั่นชั้นสูงประมาณทศวรรษ 1930 ว่ากันว่า ดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ได้เคยออกปากกับเรอเนปุยซ์ซางต์ (Renée Puissant) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ประจำเมซงในยุคนั้นว่า น่าจะมีเครื่องประดับอัญมณีสักชิ้นที่นำวิทยาการตัวกลัดซิปมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งก็ได้รับการสร้างสรรค์จนเสร็จสมบูรณ์เป็นสร้อยคอสายซิป หรือที่เรียกว่า Zip necklace เมื่อปี 1950

อีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญก็คือคอปกเสื้อแบบคลอเดียหรือคอบัว ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ เครื่องประดับคอลเลกชั่นเกล็ดหิมะ หรือ Snowflake เส้นโค้งของการจัดวางเพชรทรงกลมจำลองแบบคอปกเสื้อประกอบขึ้นจากแผ่นโมทิฟเกล็ดหิมะ  ล้อแสงเป็นประกายระยิบระยับวับวาว ตัวเรือนฉลุโปร่งละเอียดอ่อนและบอบบางไม่ต่างอะไรจากผ้าลูกไม้ ทั้งยังสามารถพลิกแพลงวิธีสวมใส่ โดยสามารถปลดแผ่นโมทิฟชิ้นกลางสร้อยคอออกไปใช้เป็นจี้เดี่ยวร้อยสร้อยสายโซ่ได้อย่างโดดเด่น

โบว์ คือองค์ประกอบของแฟชั่นที่สื่อถึงสไตล์เฟมินีนก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ Van Cleef & Arpels หยิบยกมาใช้บ่อยๆ โดยจำลองแบบริบบิ้นม้วนโบว์มัดปม ในยุคที่ศิลปะแนวอาร์ตเดโคซึ่งนิยมเครื่องประดับแพลตินัมประดับเพชรสีขาวจนเรียกกันว่ายุค white period หรือ “ยุคขาวนิยม” เมซงได้สร้างสรรค์เข็มกลัดรูปโบว์ในปี 1925 โดยจำลองแบบมาจาก “โคการด์” (cocarde) หรือโบว์ประดับหมวกสตรี ออกแบบสำหรับใช้กลัดประดับแนวตั้ง ประดับเพชรทรงกลมถึง 261 เม็ด ร่วมกับเพชรเหลี่ยมบาแก็ตต์ 28 เม็ดซึ่งถูกฝังกระจายสลับไปทั่วตัวเรือน แสดงให้เห็นความอ่อนช้อย ละมุนละไม นอกจากนี้ยังมีแหวน Ruby bow ring ดีไซน์รูปโบว์ประดับทับทิมด้วยเทคนิค Mystery Set ซึ่งเป็นการฝังอัญมณีขึ้นตัวเรือนที่   Van Cleef & Arpels ได้ทำการจดสิทธิบัตรเมื่อปี 1933 

อีกหนึ่งผลงานที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือนาฬิกา secret watch ดีไซน์ครอบหน้าปัดแสดงเวลาเป็นรูปโบว์ สวมใส่เป็นกำไลออกงานหรู แต่ก็สามารถพลิกแพลงด้วยการบิดโบว์ออกเพื่อเผยให้เห็นหน้าปัดแสดงเวลา ก็สวยงามไปอีกแบบ นาฬิกาสไตล์นี้อยู่คู่เมซงมาตั้งแต่ยุค 1920 ตัวเรือนทองคำขาวฝังอัญมณีจากหน้าปัดไล่ไปจนถึงสายนาฬิกาล้อกับแสงอย่างเจิดจรัสด้วยเทคนิคแบบสโนว์เซ็ตติ้ง อีกหนึ่งความท้าทายสำหรับช่างฝีมือของเมซง

Other Articles