Monday, October 25, 2021

COOL GUYS ปอนด์-ภูวินทร์ สองหนุ่ม ‘คู่จิ้น’ คู่ใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้

นอกจากความสนุกจากซีรีส์วายแนวโรแมนติก-คอเมดี้เรื่อง ‘ปลาบนฟ้า’ สิ่งหนึ่งที่คนชมกันไม่ขาดปากก็คือฝีมือของสองนักแสดงรุ่นใหม่ที่โคจรมาพบกัน นั่นคือ ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ นักแสดงหนุ่มวัย 20 ซึ่งฝากฝีมือไว้ในบท ‘หมอก’ ได้อย่างโดดเด่นน่าจับตาแม้จะเป็นการแสดงครั้งแรกในชีวิต และภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน นักแสดงหนุ่มวัย 18 ที่เคยผ่านงานแสดงมาบ้าง แต่ก็สามารถพลิกคาแร็กเตอร์รับบท ‘ปี’ ได้อย่างน่าชื่นชม… ไปทำความรู้จักสองนักแสดงหนุ่ม ‘คู่จิ้น’ คู่ใหม่ของวงการและกำลังมาแรงสุดๆ กันดีกว่า

GET TO KNOW POND

เคยมีใครชมปอนด์ไหมว่าเสียงทุ้มมีเสน่ห์มากกกก

“ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนเสียงแหบ เวลาตะโกนนิดนึงเสียงก็หาย แต่พอโตขึ้นมาแล้วเสียงแตก ความแหบก็หายไป ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเสียงต่ำตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเพราะเพื่อนสมัยมัธยมได้ยินจนชินก็เลยไม่รู้สึกอะไร แต่พอเข้ามหา’ลัย เจอเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ เพื่อนก็แบบ ทำไมเสียงหล่อจัง เราก็แบบ… ตรงไหน คือผมฟังเสียงตัวเอง ผมเฉยๆ แต่ตอนแรกๆ ก็เขินนะตอนที่ฟังผ่านรายการสัมภาษณ์หรือซีรีส์ แต่เราก็ชินแล้ว”

ทราบมาว่าชอบสไปเดอร์แมนมาก มีของสะสมเยอะไหม

“ตอนเด็กๆ เคยมีครับ แต่น้องชายผมทำพังไปเยอะ ตอนนี้ก็เริ่มหันมาสะสมใหม่”

ปอนด์ในวัยเด็กเป็นอย่างไร

“ผมเป็นเด็กซนๆ เอาแต่ใจ งอแง อยากได้ของเล่น พวกของเล่นสไปเดอร์แมนนี่แหละ ถ้าเทียบแล้วจะดื้อกว่าน้อง ผมได้ฉายาว่า ‘ผีหน้าขาว’ เพราะแม่ชอบทาแป้งให้ตอนไปโรงเรียน ก็จะโดนเพื่อนล้อตลอด”

สมัยเด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไร 

“เคยอยากเป็นนักดนตรี แล้วก็ได้เล่นดนตรีช่วง ม.ต้นครับ แต่มันก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ยุคนั้นทำอะไรก็อยากเป็นอันนั้น ตอน ม.ต้นผมเล่นเบส แล้ววงบอดี้สแลมดังมาก ผมก็อยากเป็นแบบพี่ๆ บอดี้สแลม”

แล้วอะไรดลใจให้อยากเป็นนักแสดง

“ผมชอบการแสดงบนเวที เวลาเล่นดนตรีแล้วมีคนดู มันทำให้เรามีความสุข ช่วง ม.ปลายก็เริ่มคิดว่าลองไปแคสต์ดูไหม ทำงานบันเทิงดีไหม แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้า เลยรอให้จบมัธยมก่อนแล้วค่อยว่ากัน พอเข้ามหา’ลัย (คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) มีรุ่นพี่ชวนให้ประกวด Go on Girl & Guy Star Search เลยไปลอง ปรากฏว่าได้ แต่จริงๆผมกลัวกล้องมากนะ กลัวการแคสต์ เพราะเป็นคนขี้อาย แต่พอไปประกวดก็เห็นกล้องเต็มไปหมด รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้อะไรเท่าไหร่ อยู่หน้ากล้องได้ เราปรับตัวได้”

พอประกวดชนะก็ได้เข้าสังกัด GMMTV และได้แสดงเรื่องแรกในชีวิต ปลาบนฟ้า’ ซึ่งก็ได้เป็นพระเอกเลย รู้สึกอย่างไร

“ผมตื่นเต้นนะ เพราะไม่คิดว่าจะได้เลย คือคาดหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นพระเอก พอได้เป็นก็กดดันครับ เพราะไม่เคยได้แสดงมาก่อน มาออกกองนี้เป็นกองแรก เราจะทำได้หรือเปล่า ก็เลยตื่นเต้นมากๆ ตอนแรกทีมงานค่อนข้างเป็นห่วงแหละเพราะเราใหม่ แต่สุดท้ายเราก็ได้พิสูจน์ว่าเราเล่นได้และพัฒนาไปในแต่ละคิว”

ตัวละคร หมอก’ มีความเหมือนปอนด์ไหม

“ผมว่าเหมือนแค่ภายนอก มีความเก๊ก นิ่งๆ แต่ความไม่เหมือนคือหมอกจะมั่นใจสูง อีโก้เยอะ เหมือนเป็นคนคุมเกม ส่วนตัวผมถึงจะนิ่งๆ แต่ผมขี้อาย พูดไม่เก่ง (แต่ตอนไลฟ์ในไอจีคล่องอยู่นะ) เมื่อก่อนไม่กล้าเลยครับ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ใจเรามันอยาก แล้วก็เริ่มชินกับการออกกล้อง ก็เริ่มมั่นใจขึ้น”

-ซีนที่เล่นยาก

“ใน EP 9 เป็นซีนที่ยืนคุยกับปีอยู่ตรงระเบียง บทยาว 5 หน้ากระดาษ ก็อ่านหน้าเซ็ตแล้วก็จำตรงนั้น แต่นอกจากจำได้แล้ว มันต้องถ่ายทอดออกมาให้คนสัมผัสได้อีกว่า เราชอบเขานะ มันก็เลยอยากสำหรับผม แต่คนดูชอบ ผมก็โอเค”

ในฐานะนักแสดงใหม่ มีวิธีการเข้าถึงบทอย่างไร 

“เอาจริงๆ ผมยังไม่ได้ชำนาญหรือรู้เยอะ ผมเล่นไปตามสถานการณ์เลยครับ เช่นผู้กำกับบรีฟมาว่าต้องรู้สึกอย่างนี้ เราก็ลองเล่นตาม แล้วบทอาจจะไม่ได้ห่างจากตัวผมมากเท่าไหร่ด้วย เราเป็นคนนิ่งๆ เหมือนกัน อาจจะไปเพิ่มอินเนอร์ข้างใน มีอะไรก็ใส่หน้าเซ็ตเลย”

แล้วต้องมาแสดงคู่กับน้องภูวินทร์เป็นอย่างไรบ้าง

“ผมรู้สึกว่าน้องเก่ง ก่อนหน้านี้เขาเล่นเรื่อง The Gifted รู้สึกว่าเขาพลิกคาแร็กเตอร์เลย ผมว่าบทของปีเล่นยาก เขาต้องทำการบ้านเยอะ แต่เขาก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี แล้วส่งดี ทำให้เราอินไปชั่วขณะได้”

มีคนที่เป็นแรงบันดาลใจในการด้านแสดงไหม

“ตอนที่ถ่ายซีรีส์ ‘ปลาบนฟ้า’ ตอนนั้นซีรีส์เกาหลีเรื่อง ‘True Beauty’ กำลังออนแอร์พอดี ผมชอบคาแร็กเตอร์ของพระรองมากเลย เขาจะมีความเก๊ก นิ่งๆ กวนๆ มันทำให้นึกถึงหมอก ผมเลยชอบการแสดงของเขา แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นจำแล้วเอามาเล่นตามครับ”

ตอนนี้ก็กลายเป็นที่รู้จักมากแล้ว อยากรู้ว่าปอนด์ปรับตัวอย่างไร 

“จริงๆ ตอนนี้ยังไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะเจอกันแค่ในโซเชียลเพราะโควิด ยังไม่เคยเจอกันตามงานอีเวนต์ครับ ทุกอย่างเลยเหมือนปกติ ผมแค่ตกใจนิดหน่อยที่มีคนมาฟอลโลว์เยอะขึ้น ก็อยากได้เจอแฟนคลับจริงๆ”

ปอนด์มีงานอดิเรกไหม

“ผมชอบดูการ์ตูน ดูซีรีส์ครับ ช่วงนี้ผมติดเรื่องนารูโตะ”

คิดว่าตัวเองเด็กหรือโตกว่าอายุ 

“ผมว่าแล้วแต่สถานการณ์ ถ้าออกมาทำงาน เราจะวางตัวนิดนึง แต่ถ้าอยู่บ้านจะติงต๊อง ชอบแกล้งน้อง”

ที่บ้านปลูกฝังอะไรเป็นพิเศษไหม

“เน้นว่าห้ามสูบบุหรี่ครับ ดื่มได้แต่ต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเอง แต่บุหรี่นี่ไม่เลย ผมเป็นคนรักสุขภาพมากๆ ด้วย ก็เลยไม่ชอบ”

เป้าหมายของปอนด์คืออะไร หลังจากเข้าวงการมาแล้ว 

“ผมอยากทำงานในวงการนี้ไปเรื่อยๆ อยากให้คนรักผลงาน แล้วก็ได้รับบทบาทการแสดงที่แตกต่างไป”

ทราบมาว่าชอบเต้นมากใช่ไหมคะ เคยเต้นคัฟเวอร์ไหม

“ผมเริ่มเต้นจากคัฟเวอร์นี่แหละครับ อย่าง NCT พอได้คัฟเวอร์แล้วเราก็ยิ่งชอบลองสไตล์อื่นๆ อย่างฮิปฮอปซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการเต้นแบบอื่นๆ”

แฟชั่นแบบไหนที่อยากลอง

“ผมจะชอบแนวเกาหลี แต่ก็อยากลองแนวสตรีทที่ดูเยอะๆ หรือเอ็กซ์ตรีมหน่อยครับ อย่างสไตล์ของจีดรากอน”

ดูเหมือนชอบเกาหลีมาก ถ้ามีโอกาสเป็นอปป้าได้หนึ่งวันอยากเป็นใคร

“ผมอยากเป็นแจฮยอน NCT ครับ เพราะผมว่าเขาหล่อมาก มีเสน่ห์ ผมว่าใครเห็นก็ต้องชม ผู้ชายด้วยกันยังบอกว่าหล่อเท่ (หัวเราะ)” 

ประสบการณ์ที่สุดในชีวิต

“ผมชอบ NCT ชอบเต้น เคยมีความคิดว่าอยากออดิชั่นเข้าค่ายเดียวกับเขา แต่ที่บ้านก็ไม่เชิงสนับสนุน ถ้าอยากทำเราก็ทำเอง ตอนนั้นผมไม่ได้บอกใครเพราะอาย ไม่อยากให้ใครดูถูก เพราะเราตั้งความฝันไว้สูง แล้วตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยวช่วงจบมัธยมกับเข้ามหา’ลัย ผมเลยไปทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเงินมาเรียนเต้น แล้วก็รอให้เขามาเปิดออดิชั่น จนผมเข้ามหา’ลัยและเปิดเรียนไป 4-5 เดือนแล้วก็ไม่ได้เต้นเลย ถึงได้เปิดออดิชั่น เราก็ไปแต่ไม่ได้ฟีดแบ็กกลับมา เลยถอดใจไปพักหนึ่งเลยครับ แต่เราก็ตัดใจออดิชั่นเองอีกรอบหนึ่งทางออนไลน์ ผลปรากฏว่าผ่าน ซึ่งผมดีใจมาก แต่ตอนนั้นผมก็มาประกวดที่นี่แล้วได้เป็นนักแสดงพอดีด้วยเหมือนกัน”  

อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับปอนด์ในวัยนี้

“ผมว่าการงานกับความรัก ผมว่าถ้ามันควบคู่กันไปได้ มันจะทำให้ทุกอย่างไปด้วยกันได้ดี ถ้าเรามีความรัก เวลาเหนื่อยหรือท้อ แล้วมีคนที่รักเราคอยให้กำลังใจ ผมว่าเราก็น่าจะมีกำลังใจในการทำสิ่งต่างๆ มากยิ่งขึ้น”

ไหนลองต่อประโยค ถ้าได้เป็นแฟนผม…”

“ถ้าได้เป็นแฟนผม… คือผมเป็นคนแบบว่าเอาใจใส่เกินเบอร์ ถ้ารักใครแล้วจะรักมาก จะติดเขาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นถ้าได้เป็นแฟนผมก็ต้องอดทนกับผมในเรื่องนี้นิดนึงนะคร้าบบ (หัวเราะ) เพราะผมจะเทคแคร์อย่างดี เอาใจใส่ตลอดเวลา ตอบแชตเร็ว ถ้าเทียบกับหมอกก็อาจจะมีมุมที่คล้ายนะ แต่เราไม่ได้กวนแบบเขา แล้วถ้าชอบใครรักใคร เราก็จะจู่โจมเลย เราคงไม่ลองเชิงหรือแกล้งคนที่เราชอบ”

-คุณสมบัติแบบไหนทำให้ผู้ชายเท่

“ผมว่าเป็นเรื่องการค้นหาตัวเองให้เจอ จุดเด่นและเอกลักษณ์ของเราอยู่ตรงไหน”

ฝากข้อคิดเท่ๆ สักข้อในการใช้ชีวิตได้ไหม

“เวลาทำอะไรก็ตั้งใจทำให้เต็มที่ไปเลยครับ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจหรือเสียดายทีหลัง เหมือนเรื่องการออดิชั่นเต้นของผม” 


GET TO KNOW PHUWIN 

-ภูวินทร์มีชื่อเล่นไหมคะ

“ไม่มีครับ ที่บ้านก็เรียกชื่อเต็มครับ เพื่อนก็เรียกภูวินทร์ แต่เพื่อนตอนเรียนมหา’ลัยปี 1 (คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) จะเรียกว่า ‘ตั้ง’ เพราะมาจากชื่อในอินสตาแกรม Phuwintang ซึ่งย่อมาจากนามสกุลผม วันแรกที่เพื่อนเรียก ‘ไอ้ตั้ง’ ก็งงนะว่าเรียกใคร ไม่มีใครในกรุ๊ปชื่อนี้ ก็เลยคิดว่า อ๋อ เรามั้ง หลังจากนั้นก็เลยชื่อนี้”

เล่าถึงวัยเด็กให้ฟังหน่อย

“ผมเป็นลูกคนเดียว ตอนเด็กๆ อยู่บ้านคนเดียว เคยคิดว่าอยากมีพี่น้อง แต่พอโตมาก็ดีนะ ไม่มีใครมาเถียงกับเรา (หัวเราะ) ไม่มีใครมาแย่งอะไร ลูกคนเดียวก็สบายดี (ที่บ้านเข้มงวดไหม?) จะแค่บางเรื่องครับ อย่างเรื่องนิสัย มารยาท คุณธรรม จริยธรรม”

ภูวินทร์สอบเทียบเข้ามหาลัยได้ตั้งแต่อายุยังน้อย อยากรู้ว่าเป็นเด็กเนิร์ดไหม

“ไม่ครับ เวลาทำอะไรผมก็แค่ตั้งใจทำเต็มที่มากกว่า แต่ไม่ได้เป็นคนขยัน”

ตอนเด็กๆ เคยเล่นละครเวทีด้วย อะไรทำให้สนใจการแสดง

“มันเป็นสิ่งที่ผมชอบครับ ที่ผมเข้าวงการเพราะมีน้องที่สนิทคนหนึ่งเล่นโฆษณาอยู่แล้ว ผมก็ตามเขาไปแคสต์ด้วย เลยได้เข้าวงการ แต่เหตุผลที่ชอบคือเริ่มจากสมัย ป.4-5 ครูให้เราเล่นละครเวทีของโรงเรียน ตอนนั้นไม่อยากเล่น ไม่ไปซ้อม ไม่ไปถ่ายโปสเตอร์ จนครูทนไม่ไหวก็โทรหาแม่ แม่ถามว่าทำไมไม่ทำ เราก็แบบ… อ่ะเล่นก็ได้… แต่พอได้ลองเล่นมันก็กลายเป็นชอบ มันสนุก และมีความสุข”

-แล้วถ้าเราชอบอยู่แล้ว ทำไมไม่เรียนด้านนี้ไปเลย ทำไมถึงเลือกเรียนวิศวะ

“ถึงผมจะชอบการแสดง แต่ผมเป็นคนที่เปิดโอกาสให้ตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมไม่ได้อยากจะฟิกซ์ตัวเองไว้กับหนึ่งเส้นทาง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำทุกอย่างและทำให้มันดี แล้วเราก็ชอบเรื่องคอมพิวเตอร์ด้วย เลยเลือกเรียนด้านวิศวะ ส่วนการแสดงก็เปิดทางให้ตัวเองไปด้วย การทำสองอย่างไปพร้อมกันก็สนุกครับ แต่เหนื่อย (หัวเราะ)”

เริ่มทำงานตั้งแต่เด็กเลยรู้สึกอย่างไร

“ผมไม่เคยคิดว่าอายุมันเป็นอุปสรรคเลยถ้าอยากทำอะไร ถ้าเรามีเวลาที่จะทำ หรือมีไดรฟ์ที่จะทำ อายุเป็นแค่ตัวเลข คนที่บอกว่ายังเด็กไปหรือโตไป ผมว่ามันเป็นแค่ข้อแก้ตัวให้กับตัวเอง ถ้าเราอยากทำจริงๆ ก็ทำเลย ไม่ต้องรออะไร อยู่ที่ตัวเอง”

-มีใครเป็นเมนเทอร์หรือไอดอลในการแสดงไหม

“ไม่มีครับ แต่ก็จะได้แรงบันดาลใจเยอะ จากการดูหนัง อย่างพวกหนังฝรั่ง”

ตอนที่ได้บท ปี’ ในซีรีส์ ปลาบนฟ้า’ รู้สึกอย่างไร 

“ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าได้แสดงบทอะไร แต่พอได้อ่านบทของปี แล้วได้เวิร์กช็อป รู้สึกว่าเป็นตัวละครที่น่าสนใจ มันมีมิติ มี character development ที่ค่อนข้างยากทีเดียว ตอนอ่านบทครั้งแรกผมรู้สึกว่า ไอ้นี่มันน่ารำคาญนะเนี่ย (หัวเราะ) ถ้าเป็นชีวิตจริง เข้าใจเลยว่าทำไมไอ้ปีมันไม่มีเพื่อน ก็รู้สึกว่าจะทำยังไงดีให้มันออกมาดูไม่น่ารำคาญและคนชอบ แต่ก็ต้องให้คนดูตัดสินเองครับ” 

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นคอเมดี้ชัดเจนมากเลย ท้าทายไหม

“ตัวจริงๆ ผมไม่ได้ตลกหรือมีมุกมากมายขนาดนั้น ผมแค่ cheerful มากกว่า ไม่ได้ตลก พอมาเล่นบทนี้มันเลยยากมาก ก็เลยศึกษาเรื่องตลกเยอะมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือน้าค่อม อย่างตอนที่เรียก ‘ไอ้สัตยา’ ผู้กำกับแนะนำว่าให้ลองดูน้าค่อมก็ได้”

มีอะไรที่ชอบและไม่ชอบในตัวละครนี้ไหม

“ผมชอบที่ปีเป็นตัวของตัวเอง ไม่สนกฎของสังคมเท่าไหร่ แต่ที่ไม่ชอบก็คือเขาเทคสิ่งรอบข้างมากเกินไป ทั้งโซเชียล คอมเมนต์ ความคิดเนกาทีฟจากคนอื่น ซึ่งมันก็เป็นปัญหาจริงๆ ที่พบได้ เพราะหลายคนก็เป็นอย่างนั้น ทั้งที่ก็แค่นักเลงคีย์บอร์ด แต่ผมเข้าใจปีนะ เพราะถ้าใครโดนอะไรแบบนั้นเยอะๆ มันก็ย่อมรู้สึกแย่เป็นธรรมดา”

-แล้วฉากไหนท้าทายในซีรีส์นี้

“ผมว่านะจะเป็นฉากตากฝนนอกบ้าน  คือมันไม่มีอะไรอำนวยในการถ่ายเลย ถ่ายฉากฝนต้องเซ็ตเป็นครึ่งชั่วโมงต่อเทค พอได้หนึ่งเทค มันต้องรออีกครั้งชั่วโมง อารมณ์มันขาด แล้วเราจะทำยังไง แล้วคือเวลามันจำกัด จะทำยังไงให้ทุกเทคออกมาได้ดีที่สุด แล้วก็ฉากเมา ถ่ายตอนเที่ยงคืนถึงตีห้า มันเป็นเรื่องของความเหนื่อย ก็ต้องออกมาอย่างเต็มที่”

แล้วได้มาแสดงคู่กับพี่ปอนด์เป็นไงบ้างคะ เมาธ์อะไรเขาได้บ้าง

“อะไรที่เมาธ์เขาได้เหรอ? เขาเป็นคนนิ่งๆ ครับ ไม่ค่อยพูด บางครั้งผมก็แบบ… เหมือนอยู่กับตัวเอง เหมือนเขาไม่สนใจ มีความน้อยใจนิดนึง (เล่าไป ทำเสียงเล็กเสียงน้อยไป) แต่พี่เขาดีครับ เป็นคนขยัน และมีไดรฟ์มากๆ เลย ตั้งใจทำงาน แล้วมีพัฒนาการทางการแสดง คือจากคิวแรกมาถึงคิวสุดท้ายนี่เป็นคนละคนเลย”

ถ้าให้คะแนนความสนิทจะให้เท่าไรดี 

“ผมให้ 8 แล้วกัน เพราะอยู่ด้วยกันเยอะก็เลยสนิทกัน เวลาทำงานก็จะคอยให้กำลังใจ ‘ไม่เป็นไร สู้ๆ เราทำด้วยกันได้’”

ถ้าเทียบกับบทที่ได้รับ มีอะไรที่คล้ายตัวเองไหมในเรื่องความรัก 

“ผมรู้สึกว่า 1. มันเป็นซีรีส์นะ 2. มันเป็นความรักที่โลกสวย ค่อนข้างจะแฟนตาซีหน่อยๆ ผมรู้สึกว่ามันอาจจะไม่จริงเท่าไหร่ ผมค่อนข้างจะเป็นคนอยู่ในโลกของความเป็นจริง ทุกการกระทำมีผลตอบรับไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ผมว่าความรักในปลาบนฟ้าไม่สามารถเทียบกับชีวิตจริงได้”

ในเรื่องมันคือการพยายามเพื่อความรัก

“สำหรับส่วนตัวผมนะ ผมว่าความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ความพยายาม ในกรณีของหมอกกับปี หมอกพยายามจนปีใจอ่อน แต่ในความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกคน มันก็เลยค่อนข้างต่างจากตัวผม”

แล้วถ้าเจอคนที่ชอบ เรามีวิธีการเข้าหาอย่างไร

“ก็ทำความรู้จักก่อนครับ ดูว่าไปได้ไหม ถ้าได้ก็จีบครับ (หัวเราะ) ตรงๆ ง่ายๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก” 

วันว่างภูวินทร์ชอบทำอะไร

“ผมเล่นเกม พวกสตรีมเกม ไม่รู้ว่าถือเป็นงานอดิเรกได้หรือเปล่า แล้วก็ชอบเล่นดนตรี ผมเล่นเปียโนกับกีตาร์ ผมเล่นเอาสนุก มีความสุข”

อ่านเจอมาว่าคุณแม่เลือกเสื้อผ้าให้เหรอ

“ไม่ใช่ทุกวันครับ คือถ้าผมแต่งตัวเอง ผมจะใส่แบบ… สบายอ่ะ เวลาไลฟ์แฟนคลับจะบอกว่าผมชอบใส่เสื้อตัวเดิม เพราะผมมีเสื้อสีเดียวกันหลายตัว เพราะงั้นถ้าให้ผมแต่งตัวเอง มันจะเป็นอย่างนั้นเลย เสื้อยืดกางเกงขาสั้นซ้ำๆ เดิมๆ แต่เพราะทำงานในวงการก็จะแต่งแบบนั้นไม่ได้”

เป้าหมายในปีนี้ที่อยากทำให้สำเร็จ

“เอาจริงๆ ผมไม่ค่อยมีเป้าหมายอะไร มีอะไรให้ทำก็ทำให้ดีที่สุดก่อน”

ผู้ชายที่เท่หรือ cool ต้องเป็นคนแบบไหน

“ผมรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่หลงในคำว่า cool หรือเท่ ทำให้คนต้องแต่งตัวแนวนี้ ปรับนิสัยให้เป็นอย่างนี้ เปลี่ยนตัวตนไปแบบนี้ ผมว่าเสน่ห์ของคนคือตัวตนจริงๆ ของเขาครับ ไม่ใช่ว่าความคูลต้องแบบนี้ หรือเป็นคนเงียบๆ ขรึมๆ ผมว่าเป็นตัวของตัวเองก็พอแล้ว” 

มีกฎเหล็กในชีวิตไหม 

“เรื่องการใช้เงิน ผมเป็นคนขี้เหนียว (หัวเราะ) เพื่อนผมรู้ดี ผมใช้เงินกับของไม่กี่อย่าง เช่นเรื่องเทคโนโลยีที่ชอบและเรื่องกิน ผมกินเยอะและเต็มที่ แล้วก็เรื่องสิทธิส่วนตัวและผลประโยชน์ของตัวเอง ผมไม่ยอมให้ใครมาดูถูกตรงนั้น อีกเรื่องคือบุหรี่ เป็นสิ่งที่ผมไม่คิดจะแตะเลยครับ”

ขอข้อคิดสักข้อในการใช้ชีวิต

“ผมไม่แน่ใจว่าใครพูด บิล เกตส์หรือเปล่าที่บอกว่า ‘ให้คนขี้เกียจมาทำงานยากๆ เพราะคนขี้เกียจจะหาทางที่ง่ายที่สุดในการทำงาน’ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมทำ เพราะผมเป็นคนขี้เกียจ (หัวเราะ) แต่มันใช่ไม่ได้กับทุกเรื่องนะครับ”

Photographer: Chatchanan Chantajinda

Stylist: Piphacha Vonpienkul

Writer: Pimpilai Boonjong

Makeup: Satanun Graisorn

Hair: Boonsiri Noi-iam

Photographer Assistant: Chudchpong Aumponrat

Stylist Assistant: Nattanit Choksakulkeat

Location: Indochinoise Residence

Other Articles