Wednesday, August 4, 2021

ความภูมิใจ ความมั่นใจ และความโดดเด่น นี่แหละคือคำนิยามของ Pangina Heals

เราคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับหนึ่งในแดรกควีนแถวหน้าของประเทศไทย Pangina Heals หรือ ปันปัน นาคประเสริฐ ทั้งจากรายการ Drag Race Thailand หรือบนเวทีแดรกคลับสุดสนุกอย่าง House of Heals กับการแสดงที่ทุกคนต้องหยุดมอง และในโอกาส Pride Month แบบนี้ เราขอชวนเธอมาคุยและแชร์มุมมองของเธอเกี่ยวกับความหลากหลาย พร้อมกับพื้นหลังของมหานครนิวยอร์ก ดินแดนแห่งอิสรภาพที่เธอพึ่งได้ไปเยือนเพื่อโชว์ผลงานศิลปะที่มีชีวิตในตัวของเธอให้โลกได้ดู

การ ‘Come Out’ ของปันปันเป็นอย่างไรบ้าง?

ปันปัน : เราใช้เวลาซักพักในการรวบรวมความกล้าจะบอกพ่อกับแม่ เพราะเรากลัวว่าเขาจะไม่รักเราเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่จำได้เลยคือปันตัดสินใจบอกแม่ และในวันเดียวกันแม่ก็ไปบอกพ่อปันเลยทันที ตรงนี้ปันไม่โอเคเท่าไหร่ เพราะเราคิดว่าการ Come Out มันค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการจะพูดออกมา เพราะฉะนั้นเราเลยมองว่าทุกๆ คน ควรจะให้เวลาและโอกาสที่คนที่จะ Come Out พูดออกมาเอง ไม่ต้องไปเร่ง หรือพูดแทนเขา

แต่หลังจากนั้นทั้งคุณพ่อและคุณแม่ปันปันสนับสนุนปันปันต่อหรือเปล่า?

ปันปัน : พวกเขาก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งค่ะ ที่จะรับและทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่นี้ เอาจริงๆ ไม่มีใครรับได้ทันทีหรอก แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็สนับสนุนปันแบบเต็มที่มากๆ ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหน ใส่ชุราตรีใหญ่โต เขาจะขับรถไปส่งปันที่งาน ในความคิดปันนะ พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่ไม่อยากให้ลูกเป็น LGBTQIA+ เพราะเขากลัวลูกจะใช้ชีวิตยาก จากระบบของสังคมที่มันเป็นแบบนี้ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่เปิดใจเองปันก็เป็นอีกเรื่องนึงค่ะ

เคยเห็นปันปันพาคุณพ่อมาแต่งแดรกด้วย ช่วยเล่าให้ฟังถึงตอนนั้นหน่อย

ปันปัน : ก็ไปแบล็คเมล์นางค่ะ (หัวเราะ) ไปคุยกับเขาว่าเขาต้องทำนะ เพื่อที่ว่าครอบครัวอื่นมาเห็นและเราทำให้เขาเข้าใจว่าการแต่งแดรกมันไม่ได้เกี่ยวกับเพศแต่มันคือศิลปะ และความรักมันไม่มีเพศ มันคงจะดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ และพ่อของปันเองเขามองว่าหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่คือการสนับสนุนลูกให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีครั้งหนึ่งพอปันเคยตอบเพื่อนที่มาถามเขาว่า “นี่คุณเลี้ยงลูกยังไง?” พ่อปันก็ตอบไปว่า “เลี้ยงเหมือนที่พ่อแม่คุณเลี้ยงนั้นแหละ…ด้วยความรัก” มันเป็นสิ่งที่ปันประทับใจมาถึงทุกวันนี้

นอกจากการแต่ง Drag มีเรื่องอื่นที่ปันปันชอบทำที่คนไม่รู้อีกหรือเปล่า?

ปันปัน : สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือปันชอบทำบุญค่ะ ชอบทำการกุศล ชอบคิดและเข้าร่วมโปรเจ็คต่างๆ อย่างล่าสุดกับ KOL Sharing เพราะปันคิดว่าในเมื่อเรามีแพลตฟอร์ม มีเสียงที่จะทำให้สังคมดีขึ้น ทำไมเราจะไม่ทำมันล่ะ และเราก็ทำมันได้จริงๆ ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โต เราก็ได้ช่วยคนที่เขาลำบากหรือไม่มีช่องทางที่จะออกมาพูดแบบเรา

แสดงว่าปันปันเป็นคนชอบคิดริเริ่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว?

ปันปัน : ใช่ ถ้าจะนิยาม ปันคิดว่าปันเป็น Mover และ Shaker สิ่งที่ยังไม่มี ยังไม่เกิดปันจะทำปันจะสร้าง อย่างแดรกคลับ เมืองไทยยังไม่มีแดรกคลับในสไตล์ของปันปัน ปันก็สร้าง ‘House of Heals’ ขึ้นมา คือเป็นแดรกคลับที่บรรยากาศดูหรู แต่คนที่เข้ามาอยากจะเต้นอยากจะสนุกไปด้วยกัน สถานที่ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นแบบเดียวกับโปรเจ็คอื่นๆ ของปัน คือเมื่อปันเห็นคนอื่นมีความสุข ปันก็มีความสุขไปด้วย

ขอนิยามของคำว่า ‘Drag’ ในมุมมองของปันปันให้คนทั่วไปเข้าใจหน่อย

ปันปัน : ง่ายๆ เลยค่ะ คือคำว่า ‘ศิลปะ’ ‘Drag’ คือศิลปะค่ะ เป็นการใ่ความคิดสร้างสรรค์ในสร้างคาแรคเตอร์ให้กับตัวเอง โดยมีองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าใครที่ต้องการที่จะแต่งตัว เสื้อผ้าอลังการ ไม่ว่าจะด้วยเมกอัพ วิกผม หรือเสื้อผ้า หรือบุคคลิกนิสัย ทำให้เขามีความมั่นใจและสนุกไปกับมัน เหมือนศิลปะแขนงอื่นๆ นั่นแหละค่ะ

มาถึงเรื่องแดรกกันบ้างดีกว่า ‘Pangina Heals’ นี่ถือกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

ปันปัน : จุดเริ่มต้นมันมาจากการเต้นค่ะ ปันเป็นแดนเซอร์มืออาชีมากก่อนจะแต่งแดรก และปันเต้น Wacking ซึ่งเป็นสไตล์เต้นจากยุค 70s ประกอบกับการที่เราเคยดูแดรกควีนลิปซิงค์อยู่แล้วและเราจับจังหวะตาม เหมือนเอาทั้งสองอย่างนี้มารวมกันค่ะ ชี Pangina Heals เลยคลอดออกมาค่ะ และปันก็ได้แรงบันดาลใจจาก Ongina แดรกควีนจาก Rupaul’s Drag Race ซีซั่นแรกเลย ด้วยความที่เขาเป็นแดรกควีนสัญชาติเอเชียเหมือนกัน

แล้วชื่อ Pangina Heals มาจากไหน?

ปันปัน : จริงๆ มันมาจากคำว่า Pan Pan และคำว่า Vagina ก็คือปันปันที่เป็นผู้หญิงแหละค่ะ แต่อีกส่วนหนึ่งคือปันรู้สึกว่ามันมีความคล้ายกับคำว่า Pangea ที่หมายถึงทวีปในสมัยก่อนที่แผ่นดินทั้งโลกเป็นแผ่อนเดียวกัน ปันเลยรู้สึกว่าตัว Pangina Heals ได้ผนวกรวมทั้งการเต้นและศิลปะการแต่งแดรกไว้ด้วยกันเป็นโลกเดียว

เมื่อไหร่ที่ปันปันตัดสินใจยึดการแต่งแดรกเป็นอาชีพหลัก?

ปันปัน : ไม่มีว่าเมื่อไหร่ เพราะปันทำเป็นอาชีพหลักมาตลอดอยู่แล้ว ปันยึดตามคำสอนของพ่อปันที่ว่าให้ทำสิ่งที่เราชอบและมีความสุข แล้วเรื่องเงินจะตามมาเอง ซึ่งมันก็ตามมาจริงๆ ที่ละเล็กละน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ปันไม่เคยหมดเลยคือความสุข ปันอาจจะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ปันเชื่อว่าปันร่ำรวยความสุข จากการทำสิ่งที่ตัวเองชอบทุกๆ วันค่ะ

ปกติในเมืองไทยเราจะเห็นเฉพาะ Drag Queen แล้วเพศอื่นหล่ะสามารถแต่ง Drag ได้หรือเปล่า?

ปันปัน : Drag ไม่เคยจำกัดเพศค่ะ มีผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นผู้ชายซึ่งเราเรียกว่า Drag King หรือผู้หญิงที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองเป็นแดรกควีน เราก็เรียกว่า Bio Queen ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกค่ะ เรียกว่าเป็นบ้านที่ใครๆ ก็สามารถเข้ามาได้ ไม่มีข้อจำกัดใดใด ใครก็สามารถมาสนุกกับความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองได้

สำหรับปันปันเองการแต่งแดรกช่วยให้เรารู้สึก Empower ขึ้นอย่างไรบ้าง?

ปันปัน : มันทำให้ปันรักตัวเองมากขึ้น ทำให้ปันมั่นใจมากขึ้น ทำให้ปันกล้าพูดอย่างเต็มภาคภูมิมากขึ้น การแต่งแดรกเป็นเหมือนการแหกกฎของสังคม การที่เราแต่งหญิงจัดเต็มออกไปใช้ชีวิตโดยที่สิ่งนี้สังคมมองว่ามันไม่ถูกต้อง เราต้องมีความกล้ามากเลยนะ ซึ่งมันทำให้ตัวปันเองกล้ามากขึ้น และพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่อยากทำ

ปันปันเคยเป็นพิธีกรร่วมของ ‘Drag Race Thailand’ มาถึงสองซีซั่น มีประสบการณ์หรือความประทับใจอย่างจะเล่ามั้ย?

ปันปัน : อย่างแรกคือปันดีใจมากๆ ที่จะมีรายการนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งปันก็ต้องขอขอบคุณพี่เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก มากๆ ที่เชื่อในตัวปัน และอีกอย่างหนึ่งคือปันได้เรียนรู้เยอะมากจากพี่อาร์ต อารยา ทั้งในด้านแฟชั่นและการใช้ชีวิต พี่อาร์ตเหมือนเป็นพี่สาวอีกคนของปันเลยก็ว่าได้ รวมถึงความสามารถของผู้เข้าแข่งขันที่เซอร์ไพร์สเราตลอดเวลา เราดีใจที่โลกและคนที่ไม่เคยเห็นวัฒนธรรมแดรกในไทยจะได้เห็นความสามรถ และความสร้างสรรค์ที่สวยงามเหล่านี้ และทำให้เห็นภาพของ LGBTQIA+ ที่หลากหลายกว่าแต่ก่อน

ตอนนั้นมีกระแสว่าปันปันไม่เหมาะกับการจะเป็นพิธีกร ‘Drag Race Thailand’ รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ปันปัน : มีหลายคนบอกว่าปันหน้าใหม่ในฐานะพิธีกร บอกว่าปันเด็กไป แต่สำหรับปัน เราคิดว่าถ้ามัวแต่คิดว่าเราไม่พร้อมแล้วเมื่อไหร่เราจะพร้อม ถ้าเราไม่รับโอกาสนี้เราจะได้พัฒนาตัวเองเมื่อไหร่กันล่ะ ปันเลยอยากจะแนะทำทุกคนว่าอย่ากลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำ ให้ทำไปเลย แต่เราต้องยอมรับในข้อผิดพลาดและพร้อมจะเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตัวเอง

ถ้าสมมุติลองสลับบทบาท ให้ปันปันได้ไปร่วมแข่ง Drag Race ปันปันคิดว่าจุดแข็งของตัวเองที่ผู้เข้าแข่งขั้นคนอื่นต้องกลัวคืออะไร?

ปันปัน : สิ่งแรกที่ปันมั่นใจที่สุดคือการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการลิปซิงค์ การแอคติ้ง หรือการเป็นพิธีกร ปันมั่นใจมากว่าปันเอาอยู่ทั้งหมด สิ่งที่สองคือการตัดเย็บเสื้อผ้าเพราะปันคุ้นเคยกับวงการนี้ดี ส่วนเรื่องเมกอัพและผมนั้นปันคิดว่าปันก็พอทำได้ เราไม่ได้คิดว่าเรามีข้อด้อยเท่าไหร่ จากการที่เราดูรายการนี้มาเกือบตลอดชีวิต (หัวเราะ) เราทำการบ้านมาพอสมควร และปันคิดว่าปันมั่นใจที่จะลงเเข่งอย่างเต็มที่

จากที่ปันปันได้ไปเห็นวัฒนธรรมแดรกของต่างประเทศมาแล้ว ปันปันอยากเห็นอะไรที่มากขึ้นสำหรับวัฒนธรรมแดรกในไทยบ้าง?

ปันปัน : ปันว่าสังคมไทยเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมแดรกมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยรายการ Rupaul’s Drag Race หรือ Drag Race Thailand ก็ตาม แต่มันก็ยังมีข้อแตกต่างอยู่ หนึ่งอย่างคือแดรกควีนหรือ LGBTQIA+ ที่เมืองนอก เขามีแพลตฟอร์มมากกว่าในเมืองไทย เราจะได้เห็นคนเหล่านี้เป็นพรีเซ็นเตอร์ตามแบรนด์ต่างๆ มากมาย ซึ่งในเมืองไทยเราคิดถึงแดรกควีนหรือ LGBTQIA+ ที่ไปถึงตรงนั้นได้ไม่ถึง 10 ชื่อ จริงมั้ย? ปันเลยอยากจะเห็นแดรกควีนรวมไปถึงกลุ่ม LGBTQIA+ มีพื้นที่มากขึ้นในอนาคต

สำหรับปันปันแล้ว ‘Drag’ มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อสังคม LGBTQIA+?

ปันปัน : ปันคิดว่ามันเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวทางสังคมเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ เพราะการที่เราแต่งตัวออกมาในแบบที่ตรงข้ามกับเพศสภาพของเรา เราก็เหมือนท้าทายค่านิยมเดิมๆ ของสังคมอยู่แล้ว เราสามารถสู้กับแนวคิดที่ไม่เท่าเทียมแบบที่เราเห้นในประวัติศาสตร์ และเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยทำให้สังคมก้าวไปข้าหน้าได้มากกว่านี้

จากที่ปันปันเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากๆ ปันปันมีอะไรอยากจะบอก LGBTQIA+ ที่ยังไม่มั่นใจในตัวเองบ้าง?

ปันปัน : ปันอยากจะบอกให้เริ่มที่การรักตัวเอง เหมือนที่ Rupaul พูดอยู่บ่อยๆ ว่า “ถ้าเรายังไม่รักตัวเอง แล้วเราจะไปรักคนอื่นได้อย่างไร” ค่อยๆ ใช้เวลา อย่ากดดันตัวเอง วันนี้เราอาจจะรักตัวเองที่เราไปออกกำลังมา วันต่อมาเราอาจจะรักตัวเองที่เราแต่งตัวได้เป็นสไตล์ของตัวเอง อีกวันเราอาจจะรักตัวเองที่เราแต่งหน้าดี แล้วความรักเหล่านี้จะหลอมรวมทำให้เรามั่นใจขึ้นเองในวันหนึ่ง

นิยามคำว่า ‘Pride’ สำหรับปันปันแล้วคืออะไร?

ปันปัน : ‘ภูมิใจในตัวของเราเองในรูปแบบที่ดีที่สุด’ ปันคิดว่าชีวิตของเราเป้นการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด ปันไม่ได้บอกว่าปันภูมิใจกัยตัวเอง 100% แต่ปันคิดว่าปันใช้ชีวิตได้คุ้มค่า เราทำให้คนรอบข้างมีความสุข เราเป็นแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับคนที่เป็นแบบเราแต่เขาไม่เคยได้เห็น ปันเลยพูดได้ว่าชีวิตของปันคุ้มค่าที่สุดแล้ว

โมเมนต์ที่ปันปันภูมิใจที่สุด?

ปันปัน : เหตุการณ์ในชีวิตที่ปันภูมิใจมากที่สุดคือครั้งที่ปันได้ไปแสดงที่ Mickey’s West Hollywood ซึ่งเป็นคลับแดรกที่แดรกควีนแนวหน้าได้ไปแสดง แดรกควีนระดับโลกต้องมีคลิปแสดงที่นี่ในยูทูป และวันนั้นที่ปันแสดงจบ ทุกคนในห้องลุกขึ้นปรบมือ หรือตอนที่ปันได้ไปทัวร์ที่มอนทรีออล ในแคนนาดา กับแดรกควีนดังๆ จาก Rupaul’s Drag Race มันทำให้เรารู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะเหมือนเมื่อวานเรายังดูเขาอยู่ในทีวี แต่ตอนนี้เรายืนอยู่กับพวกเขาบอกเวทีแล้ว มันน่าภูมิใจมากๆ นะสำหรับปัน

ภาพของ Pride ในอนาคตที่ปันปัน อยากเห็น?

ปันปัน : ปันอยากเห็นมิตรของกลุ่ม LGBTQIA+ มาเดิมร่วมกันในงาน Pride ปันอยากเห็นพ่อแม่พาลูกเขามาทำสิ่งที่ลูกเขามีความสุข ปันอยากเห็นคนที่ไม่ได้อยู่ในสังคม LGBTQIA+ เข้ามาร่วมกันในงาน Pride ปันอยากเห็นทุกๆ คน เข้าใจกัน เดินร่วมกัน โดยไม่มีเพศมาเป็นเส้นแบ่งอีกต่อไป

Model : Pangina Heals 

Photographer : Sutthaya Chalassathien

Digital Fashion Editor : Piphacha Vonpiankul 

Digital Beauty Editor :  Chayanon Chongprasert

Fashion Stylist : Jixxy Greco

Hair Stylist : Thom Woods 

Coordinator : Ann Benjamas Liendo

Assistant Photographer : Anocha Doungduen

Assistant Fashion Stylist : Darunee Jaroonrueng 

Материалы по теме:

แฟชั่นกับกระแส #PrideMonth
ท่ามกลางกระแส Pride Month หรือ เดือนแห่งการเฉลิมฉลองของกลุ่มความหลากหลายทางเพศที่เรียกสั้นๆว่าชาว #LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual & Transgender + Q ที่ย่อมาจาก Questioning หรือ Queer) เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ อันโด่งดังในเดือน มิถุนายน ปี 1969 ถึงการใช้ความรุนแรงกับเพศทางเลือกในการจับกุมสาวข้ามเพศรายหนึ่งที่ถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย ...
Netflix ฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย ทางเพศ (Pride Month)
เสริมสร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้ทุกคน #เป็นอย่างที่คุณเป็น  ทุกวันนี้ สื่อบันเทิงไม่ได้เป็นเพียงผู้มอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชมเท่านั้น แต่สื่อบันเทิงยังสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายในวงกว้าง Netflix จึงเชื่อว่าสื่อบันเทิงนั้น เป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และส่งเสริมการแสดงออกทางความสามารถให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม  ในเดือนสำคัญนี้ Netflix ผู้นำบริการสตรีมมิ่งความบันเทิงระดับโลก จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) กับแคมเปญ #เป็นอย่างที่คุณเป็น #NetflixPride พร้อมนำเสนอความหลากหลายทางเพศบนจอ ผ่านคอลเลคชั่นของภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีคุณภาพที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ชมได้ค้นพบเรื่องราวที่น่าประทับใจ ผ่านภาพเชิงบวกของตัวละคร ...
Lady Gaga เฉลิมฉลอง Pride Month ร่วมออกแบบพิเศษกับ Versace
เมื่อ Pride Month หรือการสะบัดธงสีรุ้ง มาถึงเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ดังนั้น Lady Gaga จึงร่วมออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ของการแสดงจุดยืนของทุกคน และได้ถือโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ10 ปีของอัลบั้ม Born This Way พร้อมกันอีกด้วย ในการออกแบบครั้งนี้ Lady Gaga ได้ร่วมออกแบบกับVersaceเพื่อนรักของเธออย่าง Donatella Versace ได้ออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษนี้ โดยมีเสื้อยืดunisex และหมวกทรงbarret โดยดีไซน์พิเศษนี้ได้นำเอาโลโก้ของเวอร์ซาเช่มาดัดแปลงเป็นสีรุ่งอันเป็นสีประจำของ Pride เพื่อเฉลิมฉลองและเน้นย้ำการสนับสนุนต่อกลุ่มLGBTQ+ ที่มีเสมอมาจากทางแบรนด์                                                                            อีกทั้ง ...
คอลเลกชั่น Pride สุดปังจาก Swatch
ต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ หรือ “Pride Month” ในทุกๆ ปีจะมีผู้คนในทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันจัดงานเทศกาล และเดินขบวนพาเหรดไปตามท้องถนนอย่างสนุกสนาน แต่งตัวด้วยสีสันจัดจ้าน จัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร พร้อมด้วยธงและป้ายสีรุ้งต่างๆ สุดอลังการ เพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความหลากหลาย แบรนด์ SWATCH จึงได้มีการออกแบบนาฬิกาภายใต้คอนเซปต์ Let’s Parade !! โดยใช้สีรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์และสีสันของการเดินขบวนพาเหรดเพื่อแสดงออกถึงความเท่าเทียม ความภาคภูมิใจผ่านนาฬิกา 3 แบบ 3 สไตล์ เริ่มต้นกันที่รุ่น PARADONS นาฬิกาโครโนกราฟดีไซน์สุดพิเศษที่สายเป็นสเตนเลสขัดเงาสีเงิน โดดเด่นด้วยการประดับคริสตัลระยิบระยับหลากหลายสีจาก Swarovski ถึง 36 เม็ด และดีเทลบนหน้าปัดอย่าง Swatch Sparkles สีม่วง สีเขียว และสีแดง (ราคา 7,800 บาท)  ต่อกันด้วยนาฬิการุ่น LET’S PARADE จากโมเดลยอดฮิต BIG BOLD ที่มาพร้อมกับหน้าปัดขนาด 47 มม. ดีเทลสะท้อนถึงสีสันของการเดินขบวนพาเหรด มีลูกเล่นการใช้สีรุ้งตัดขอบสายซิลิโคนสีขาวกึ่งโปร่งใสไล่ไปจนถึงขอบตัวเรือน และเติมความสดใสด้วยหน้าปัดโชว์กลไกสีรุ้ง (ราคา 4,150 บาท) ปิดท้ายกับรุ่น ALLA PARATA สีขาวที่จะมาทำให้ใจบางแพ้ทางให้กับความคูลนี้ ไม่ว่าคุณจะใส่ชุดจัดจ้านคัลเลอร์ฟูลขนาดไหนก็สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับนาฬิกาเรือนนี้ได้อย่างสนุกสนาน กับดีไซน์แบบ Skeleton ที่สามารถมองเห็นเฉดสีรุ้งของชิ้นส่วนกลไกต่างๆ บนหน้าปัดแมทช์กับลูปลายธงสีรุ้ง ...
SIRIVANNAVARI PRIDE คือคอลเลกชั่นล่าสุดเพื่อเฉลิมฉลองแก่ Pride Month
Pride Collection คือคอลเลกชั่นล่าสุดและเป็นครั้งแรงของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่รังสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้เพื่อเฉลิมฉลองแก่ Pride Month และแสดงถึงจุดยืนถึงความภาคภูมิใจ การเท่าเทียมทางเพศ นั้นเอง สำหรับการออกแบบครั้งนี้ได้เน้นดีไซน์ไปทาง Ready-To-Wear  เพื่อให้สวมใส่ง่ายตอบโจทย์แก่ชีวิตประจำวัน SIRIVANNAVARI PRIDE นั้น ประกอบไปด้วยสินค้า 10 ไอเทมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเสื้อยืด UNISEX สีขาวและสีดำพร้อมลายพิมพ์สัญลักษณ์แบรนด์ด้วยซิลิโคนสีรุ้ง(Pride Colors)  กระเป๋าถือผ้าแคนวาส หมวกแก๊ปและหมวกบักเก็ตที่มีให้เลือกทั้งสีขาวและสีดำประดับด้วยงานปักสีสันสดใสและมีความละเอียด ประณีตตามแบบฉบับของ SIRIVANNAVARIและที่พลาดไม่ได้คือผ้าพันคอชีฟองลายกราฟิก ทรงออกแบบประจำ SIRIVANNAVARI PRIDE Collection  ไม่เพียงแต่ดีไซน์สีสันสายรุ้งที่โดดเด่นและแสดงถึงจุดยืนเท่านั้น ...

Other Articles

spot_img

200ปีของLouis Vuitton กับประวัติอันน่าทึ่งของผู้ก่อตั้ง “มองซิเออร์หลุยส์ วิตตอง”

0
เมื่อพูดถึง  Louis Vuitton (หลุยส์ วิตตอง) เชื่อว่าใครๆก็ต้องรู้จักแบรนด์ลักชูรี่ในตำนานที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานมากว่าศตวรรษ รวมถึงเป็นแบรนด์ในฝันของใครหลายๆคน แน่นอนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์นี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจากผู้ก่อตั้งอย่าง“มองซิเออร์หลุยส์ วิตตอง” อีกหนึ่งบุคคลที่สร้างชื่อเสียงไว้มากมาย ตัวเขานั้นได้เกิดในวัน...

เสน่ห์ที่ลงตัวสำหรับผู้หญิงของ Reverso One จาก Jaeger-LeCoultre

0
ต้องบอกว่า Jaeger-LeCoultre (เจเกอร์-เลอกูลทร์) เป็นแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทั้งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งในด้านกลไก เทคนิค และงานหัตถศิลป์ โดยมีโรงงานขนาดใหญ่ที่รวมแทบจะทุกแผนกเข้าไว้ในสถานที่แห่งเดียวกัน ณ...

#BEAUTYASALEGACY มุมมองความงามอันยั่งยืนของ Dior Beauty

0
เรื่องราวของการรังสรรความงามอันเลื่องชื่อ ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อธรรมชาติและพัฒนาการทางเทคโนโลยี “ก้าวตามครรลองของธรรมชาติ ย่อมไม่มีวันเดินผิดทาง” คงไม่ใช่คำพูดเกินจริงที่ออกมาจากปากของคนที่หลงรักเหล่าบุปผชาติอย่างสุดหัวใจอย่าง ‘Christian Dior ’ ความรักต่อธรรมชาติและหมู่มวลดอกไม้ ที่ถูกบ่มเพาะมาจากแม่ของเขาตังแต่สมัยเด็ก...

Ariana Grande เตรียมขึ้นคอนเสิร์ต ‘Rift Tour’ ในเกม Fortnite

0
ถึงเวลาของสาว Ariana Grande กันบ้าง หลังจาก Travis Scott และ J...

La Dotta Pasta Bar & Store เปิดสอนทำพาสต้าเส้นสดออนไลน์ โดยเชฟเจ้าของสูตร

0
La Dotta Pasta Bar & Store ร้านพาสต้าบาร์ร้านแรกและร้านเดียวในเมืองไทยที่ได้รับรางวัล ‘มิชลินเพลท’ จากมิชลิน...

Материалы по теме:

แฟชั่นกับกระแส #PrideMonth
ท่ามกลางกระแส Pride Month หรือ เดือนแห่งการเฉลิมฉลองของกลุ่มความหลากหลายทางเพศที่เรียกสั้นๆว่าชาว #LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual & Transgender + Q ที่ย่อมาจาก Questioning หรือ Queer) เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ อันโด่งดังในเดือน มิถุนายน ปี 1969 ถึงการใช้ความรุนแรงกับเพศทางเลือกในการจับกุมสาวข้ามเพศรายหนึ่งที่ถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย ...
Netflix ฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย ทางเพศ (Pride Month)
เสริมสร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้ทุกคน #เป็นอย่างที่คุณเป็น  ทุกวันนี้ สื่อบันเทิงไม่ได้เป็นเพียงผู้มอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชมเท่านั้น แต่สื่อบันเทิงยังสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายในวงกว้าง Netflix จึงเชื่อว่าสื่อบันเทิงนั้น เป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และส่งเสริมการแสดงออกทางความสามารถให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม  ในเดือนสำคัญนี้ Netflix ผู้นำบริการสตรีมมิ่งความบันเทิงระดับโลก จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) กับแคมเปญ #เป็นอย่างที่คุณเป็น #NetflixPride พร้อมนำเสนอความหลากหลายทางเพศบนจอ ผ่านคอลเลคชั่นของภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีคุณภาพที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ชมได้ค้นพบเรื่องราวที่น่าประทับใจ ผ่านภาพเชิงบวกของตัวละคร ...
Lady Gaga เฉลิมฉลอง Pride Month ร่วมออกแบบพิเศษกับ Versace
เมื่อ Pride Month หรือการสะบัดธงสีรุ้ง มาถึงเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ดังนั้น Lady Gaga จึงร่วมออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ของการแสดงจุดยืนของทุกคน และได้ถือโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ10 ปีของอัลบั้ม Born This Way พร้อมกันอีกด้วย ในการออกแบบครั้งนี้ Lady Gaga ได้ร่วมออกแบบกับVersaceเพื่อนรักของเธออย่าง Donatella Versace ได้ออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษนี้ โดยมีเสื้อยืดunisex และหมวกทรงbarret โดยดีไซน์พิเศษนี้ได้นำเอาโลโก้ของเวอร์ซาเช่มาดัดแปลงเป็นสีรุ่งอันเป็นสีประจำของ Pride เพื่อเฉลิมฉลองและเน้นย้ำการสนับสนุนต่อกลุ่มLGBTQ+ ที่มีเสมอมาจากทางแบรนด์                                                                            อีกทั้ง ...
คอลเลกชั่น Pride สุดปังจาก Swatch
ต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ หรือ “Pride Month” ในทุกๆ ปีจะมีผู้คนในทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันจัดงานเทศกาล และเดินขบวนพาเหรดไปตามท้องถนนอย่างสนุกสนาน แต่งตัวด้วยสีสันจัดจ้าน จัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร พร้อมด้วยธงและป้ายสีรุ้งต่างๆ สุดอลังการ เพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความหลากหลาย แบรนด์ SWATCH จึงได้มีการออกแบบนาฬิกาภายใต้คอนเซปต์ Let’s Parade !! โดยใช้สีรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์และสีสันของการเดินขบวนพาเหรดเพื่อแสดงออกถึงความเท่าเทียม ความภาคภูมิใจผ่านนาฬิกา 3 แบบ 3 สไตล์ เริ่มต้นกันที่รุ่น PARADONS นาฬิกาโครโนกราฟดีไซน์สุดพิเศษที่สายเป็นสเตนเลสขัดเงาสีเงิน โดดเด่นด้วยการประดับคริสตัลระยิบระยับหลากหลายสีจาก Swarovski ถึง 36 เม็ด และดีเทลบนหน้าปัดอย่าง Swatch Sparkles สีม่วง สีเขียว และสีแดง (ราคา 7,800 บาท)  ต่อกันด้วยนาฬิการุ่น LET’S PARADE จากโมเดลยอดฮิต BIG BOLD ที่มาพร้อมกับหน้าปัดขนาด 47 มม. ดีเทลสะท้อนถึงสีสันของการเดินขบวนพาเหรด มีลูกเล่นการใช้สีรุ้งตัดขอบสายซิลิโคนสีขาวกึ่งโปร่งใสไล่ไปจนถึงขอบตัวเรือน และเติมความสดใสด้วยหน้าปัดโชว์กลไกสีรุ้ง (ราคา 4,150 บาท) ปิดท้ายกับรุ่น ALLA PARATA สีขาวที่จะมาทำให้ใจบางแพ้ทางให้กับความคูลนี้ ไม่ว่าคุณจะใส่ชุดจัดจ้านคัลเลอร์ฟูลขนาดไหนก็สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับนาฬิกาเรือนนี้ได้อย่างสนุกสนาน กับดีไซน์แบบ Skeleton ที่สามารถมองเห็นเฉดสีรุ้งของชิ้นส่วนกลไกต่างๆ บนหน้าปัดแมทช์กับลูปลายธงสีรุ้ง ...
SIRIVANNAVARI PRIDE คือคอลเลกชั่นล่าสุดเพื่อเฉลิมฉลองแก่ Pride Month
Pride Collection คือคอลเลกชั่นล่าสุดและเป็นครั้งแรงของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่รังสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้เพื่อเฉลิมฉลองแก่ Pride Month และแสดงถึงจุดยืนถึงความภาคภูมิใจ การเท่าเทียมทางเพศ นั้นเอง สำหรับการออกแบบครั้งนี้ได้เน้นดีไซน์ไปทาง Ready-To-Wear  เพื่อให้สวมใส่ง่ายตอบโจทย์แก่ชีวิตประจำวัน SIRIVANNAVARI PRIDE นั้น ประกอบไปด้วยสินค้า 10 ไอเทมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเสื้อยืด UNISEX สีขาวและสีดำพร้อมลายพิมพ์สัญลักษณ์แบรนด์ด้วยซิลิโคนสีรุ้ง(Pride Colors)  กระเป๋าถือผ้าแคนวาส หมวกแก๊ปและหมวกบักเก็ตที่มีให้เลือกทั้งสีขาวและสีดำประดับด้วยงานปักสีสันสดใสและมีความละเอียด ประณีตตามแบบฉบับของ SIRIVANNAVARIและที่พลาดไม่ได้คือผ้าพันคอชีฟองลายกราฟิก ทรงออกแบบประจำ SIRIVANNAVARI PRIDE Collection  ไม่เพียงแต่ดีไซน์สีสันสายรุ้งที่โดดเด่นและแสดงถึงจุดยืนเท่านั้น ...

เราคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับหนึ่งในแดรกควีนแถวหน้าของประเทศไทย Pangina Heals หรือ ปันปัน นาคประเสริฐ ทั้งจากรายการ Drag Race Thailand หรือบนเวทีแดรกคลับสุดสนุกอย่าง House of Heals กับการแสดงที่ทุกคนต้องหยุดมอง และในโอกาส Pride Month แบบนี้ เราขอชวนเธอมาคุยและแชร์มุมมองของเธอเกี่ยวกับความหลากหลาย พร้อมกับพื้นหลังของมหานครนิวยอร์ก ดินแดนแห่งอิสรภาพที่เธอพึ่งได้ไปเยือนเพื่อโชว์ผลงานศิลปะที่มีชีวิตในตัวของเธอให้โลกได้ดู

การ ‘Come Out’ ของปันปันเป็นอย่างไรบ้าง?

ปันปัน : เราใช้เวลาซักพักในการรวบรวมความกล้าจะบอกพ่อกับแม่ เพราะเรากลัวว่าเขาจะไม่รักเราเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่จำได้เลยคือปันตัดสินใจบอกแม่ และในวันเดียวกันแม่ก็ไปบอกพ่อปันเลยทันที ตรงนี้ปันไม่โอเคเท่าไหร่ เพราะเราคิดว่าการ Come Out มันค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการจะพูดออกมา เพราะฉะนั้นเราเลยมองว่าทุกๆ คน ควรจะให้เวลาและโอกาสที่คนที่จะ Come Out พูดออกมาเอง ไม่ต้องไปเร่ง หรือพูดแทนเขา

แต่หลังจากนั้นทั้งคุณพ่อและคุณแม่ปันปันสนับสนุนปันปันต่อหรือเปล่า?

ปันปัน : พวกเขาก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งค่ะ ที่จะรับและทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่นี้ เอาจริงๆ ไม่มีใครรับได้ทันทีหรอก แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็สนับสนุนปันแบบเต็มที่มากๆ ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหน ใส่ชุราตรีใหญ่โต เขาจะขับรถไปส่งปันที่งาน ในความคิดปันนะ พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่ไม่อยากให้ลูกเป็น LGBTQIA+ เพราะเขากลัวลูกจะใช้ชีวิตยาก จากระบบของสังคมที่มันเป็นแบบนี้ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่เปิดใจเองปันก็เป็นอีกเรื่องนึงค่ะ

เคยเห็นปันปันพาคุณพ่อมาแต่งแดรกด้วย ช่วยเล่าให้ฟังถึงตอนนั้นหน่อย

ปันปัน : ก็ไปแบล็คเมล์นางค่ะ (หัวเราะ) ไปคุยกับเขาว่าเขาต้องทำนะ เพื่อที่ว่าครอบครัวอื่นมาเห็นและเราทำให้เขาเข้าใจว่าการแต่งแดรกมันไม่ได้เกี่ยวกับเพศแต่มันคือศิลปะ และความรักมันไม่มีเพศ มันคงจะดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ และพ่อของปันเองเขามองว่าหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่คือการสนับสนุนลูกให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีครั้งหนึ่งพอปันเคยตอบเพื่อนที่มาถามเขาว่า “นี่คุณเลี้ยงลูกยังไง?” พ่อปันก็ตอบไปว่า “เลี้ยงเหมือนที่พ่อแม่คุณเลี้ยงนั้นแหละ…ด้วยความรัก” มันเป็นสิ่งที่ปันประทับใจมาถึงทุกวันนี้

นอกจากการแต่ง Drag มีเรื่องอื่นที่ปันปันชอบทำที่คนไม่รู้อีกหรือเปล่า?

ปันปัน : สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือปันชอบทำบุญค่ะ ชอบทำการกุศล ชอบคิดและเข้าร่วมโปรเจ็คต่างๆ อย่างล่าสุดกับ KOL Sharing เพราะปันคิดว่าในเมื่อเรามีแพลตฟอร์ม มีเสียงที่จะทำให้สังคมดีขึ้น ทำไมเราจะไม่ทำมันล่ะ และเราก็ทำมันได้จริงๆ ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โต เราก็ได้ช่วยคนที่เขาลำบากหรือไม่มีช่องทางที่จะออกมาพูดแบบเรา

แสดงว่าปันปันเป็นคนชอบคิดริเริ่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว?

ปันปัน : ใช่ ถ้าจะนิยาม ปันคิดว่าปันเป็น Mover และ Shaker สิ่งที่ยังไม่มี ยังไม่เกิดปันจะทำปันจะสร้าง อย่างแดรกคลับ เมืองไทยยังไม่มีแดรกคลับในสไตล์ของปันปัน ปันก็สร้าง ‘House of Heals’ ขึ้นมา คือเป็นแดรกคลับที่บรรยากาศดูหรู แต่คนที่เข้ามาอยากจะเต้นอยากจะสนุกไปด้วยกัน สถานที่ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นแบบเดียวกับโปรเจ็คอื่นๆ ของปัน คือเมื่อปันเห็นคนอื่นมีความสุข ปันก็มีความสุขไปด้วย

ขอนิยามของคำว่า ‘Drag’ ในมุมมองของปันปันให้คนทั่วไปเข้าใจหน่อย

ปันปัน : ง่ายๆ เลยค่ะ คือคำว่า ‘ศิลปะ’ ‘Drag’ คือศิลปะค่ะ เป็นการใ่ความคิดสร้างสรรค์ในสร้างคาแรคเตอร์ให้กับตัวเอง โดยมีองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าใครที่ต้องการที่จะแต่งตัว เสื้อผ้าอลังการ ไม่ว่าจะด้วยเมกอัพ วิกผม หรือเสื้อผ้า หรือบุคคลิกนิสัย ทำให้เขามีความมั่นใจและสนุกไปกับมัน เหมือนศิลปะแขนงอื่นๆ นั่นแหละค่ะ

มาถึงเรื่องแดรกกันบ้างดีกว่า ‘Pangina Heals’ นี่ถือกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

ปันปัน : จุดเริ่มต้นมันมาจากการเต้นค่ะ ปันเป็นแดนเซอร์มืออาชีมากก่อนจะแต่งแดรก และปันเต้น Wacking ซึ่งเป็นสไตล์เต้นจากยุค 70s ประกอบกับการที่เราเคยดูแดรกควีนลิปซิงค์อยู่แล้วและเราจับจังหวะตาม เหมือนเอาทั้งสองอย่างนี้มารวมกันค่ะ ชี Pangina Heals เลยคลอดออกมาค่ะ และปันก็ได้แรงบันดาลใจจาก Ongina แดรกควีนจาก Rupaul’s Drag Race ซีซั่นแรกเลย ด้วยความที่เขาเป็นแดรกควีนสัญชาติเอเชียเหมือนกัน

แล้วชื่อ Pangina Heals มาจากไหน?

ปันปัน : จริงๆ มันมาจากคำว่า Pan Pan และคำว่า Vagina ก็คือปันปันที่เป็นผู้หญิงแหละค่ะ แต่อีกส่วนหนึ่งคือปันรู้สึกว่ามันมีความคล้ายกับคำว่า Pangea ที่หมายถึงทวีปในสมัยก่อนที่แผ่นดินทั้งโลกเป็นแผ่อนเดียวกัน ปันเลยรู้สึกว่าตัว Pangina Heals ได้ผนวกรวมทั้งการเต้นและศิลปะการแต่งแดรกไว้ด้วยกันเป็นโลกเดียว

เมื่อไหร่ที่ปันปันตัดสินใจยึดการแต่งแดรกเป็นอาชีพหลัก?

ปันปัน : ไม่มีว่าเมื่อไหร่ เพราะปันทำเป็นอาชีพหลักมาตลอดอยู่แล้ว ปันยึดตามคำสอนของพ่อปันที่ว่าให้ทำสิ่งที่เราชอบและมีความสุข แล้วเรื่องเงินจะตามมาเอง ซึ่งมันก็ตามมาจริงๆ ที่ละเล็กละน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ปันไม่เคยหมดเลยคือความสุข ปันอาจจะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ปันเชื่อว่าปันร่ำรวยความสุข จากการทำสิ่งที่ตัวเองชอบทุกๆ วันค่ะ

ปกติในเมืองไทยเราจะเห็นเฉพาะ Drag Queen แล้วเพศอื่นหล่ะสามารถแต่ง Drag ได้หรือเปล่า?

ปันปัน : Drag ไม่เคยจำกัดเพศค่ะ มีผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นผู้ชายซึ่งเราเรียกว่า Drag King หรือผู้หญิงที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองเป็นแดรกควีน เราก็เรียกว่า Bio Queen ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกค่ะ เรียกว่าเป็นบ้านที่ใครๆ ก็สามารถเข้ามาได้ ไม่มีข้อจำกัดใดใด ใครก็สามารถมาสนุกกับความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองได้

สำหรับปันปันเองการแต่งแดรกช่วยให้เรารู้สึก Empower ขึ้นอย่างไรบ้าง?

ปันปัน : มันทำให้ปันรักตัวเองมากขึ้น ทำให้ปันมั่นใจมากขึ้น ทำให้ปันกล้าพูดอย่างเต็มภาคภูมิมากขึ้น การแต่งแดรกเป็นเหมือนการแหกกฎของสังคม การที่เราแต่งหญิงจัดเต็มออกไปใช้ชีวิตโดยที่สิ่งนี้สังคมมองว่ามันไม่ถูกต้อง เราต้องมีความกล้ามากเลยนะ ซึ่งมันทำให้ตัวปันเองกล้ามากขึ้น และพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่อยากทำ

ปันปันเคยเป็นพิธีกรร่วมของ ‘Drag Race Thailand’ มาถึงสองซีซั่น มีประสบการณ์หรือความประทับใจอย่างจะเล่ามั้ย?

ปันปัน : อย่างแรกคือปันดีใจมากๆ ที่จะมีรายการนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งปันก็ต้องขอขอบคุณพี่เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก มากๆ ที่เชื่อในตัวปัน และอีกอย่างหนึ่งคือปันได้เรียนรู้เยอะมากจากพี่อาร์ต อารยา ทั้งในด้านแฟชั่นและการใช้ชีวิต พี่อาร์ตเหมือนเป็นพี่สาวอีกคนของปันเลยก็ว่าได้ รวมถึงความสามารถของผู้เข้าแข่งขันที่เซอร์ไพร์สเราตลอดเวลา เราดีใจที่โลกและคนที่ไม่เคยเห็นวัฒนธรรมแดรกในไทยจะได้เห็นความสามรถ และความสร้างสรรค์ที่สวยงามเหล่านี้ และทำให้เห็นภาพของ LGBTQIA+ ที่หลากหลายกว่าแต่ก่อน

ตอนนั้นมีกระแสว่าปันปันไม่เหมาะกับการจะเป็นพิธีกร ‘Drag Race Thailand’ รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ปันปัน : มีหลายคนบอกว่าปันหน้าใหม่ในฐานะพิธีกร บอกว่าปันเด็กไป แต่สำหรับปัน เราคิดว่าถ้ามัวแต่คิดว่าเราไม่พร้อมแล้วเมื่อไหร่เราจะพร้อม ถ้าเราไม่รับโอกาสนี้เราจะได้พัฒนาตัวเองเมื่อไหร่กันล่ะ ปันเลยอยากจะแนะทำทุกคนว่าอย่ากลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำ ให้ทำไปเลย แต่เราต้องยอมรับในข้อผิดพลาดและพร้อมจะเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตัวเอง

ถ้าสมมุติลองสลับบทบาท ให้ปันปันได้ไปร่วมแข่ง Drag Race ปันปันคิดว่าจุดแข็งของตัวเองที่ผู้เข้าแข่งขั้นคนอื่นต้องกลัวคืออะไร?

ปันปัน : สิ่งแรกที่ปันมั่นใจที่สุดคือการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการลิปซิงค์ การแอคติ้ง หรือการเป็นพิธีกร ปันมั่นใจมากว่าปันเอาอยู่ทั้งหมด สิ่งที่สองคือการตัดเย็บเสื้อผ้าเพราะปันคุ้นเคยกับวงการนี้ดี ส่วนเรื่องเมกอัพและผมนั้นปันคิดว่าปันก็พอทำได้ เราไม่ได้คิดว่าเรามีข้อด้อยเท่าไหร่ จากการที่เราดูรายการนี้มาเกือบตลอดชีวิต (หัวเราะ) เราทำการบ้านมาพอสมควร และปันคิดว่าปันมั่นใจที่จะลงเเข่งอย่างเต็มที่

จากที่ปันปันได้ไปเห็นวัฒนธรรมแดรกของต่างประเทศมาแล้ว ปันปันอยากเห็นอะไรที่มากขึ้นสำหรับวัฒนธรรมแดรกในไทยบ้าง?

ปันปัน : ปันว่าสังคมไทยเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมแดรกมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยรายการ Rupaul’s Drag Race หรือ Drag Race Thailand ก็ตาม แต่มันก็ยังมีข้อแตกต่างอยู่ หนึ่งอย่างคือแดรกควีนหรือ LGBTQIA+ ที่เมืองนอก เขามีแพลตฟอร์มมากกว่าในเมืองไทย เราจะได้เห็นคนเหล่านี้เป็นพรีเซ็นเตอร์ตามแบรนด์ต่างๆ มากมาย ซึ่งในเมืองไทยเราคิดถึงแดรกควีนหรือ LGBTQIA+ ที่ไปถึงตรงนั้นได้ไม่ถึง 10 ชื่อ จริงมั้ย? ปันเลยอยากจะเห็นแดรกควีนรวมไปถึงกลุ่ม LGBTQIA+ มีพื้นที่มากขึ้นในอนาคต

สำหรับปันปันแล้ว ‘Drag’ มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อสังคม LGBTQIA+?

ปันปัน : ปันคิดว่ามันเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวทางสังคมเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ เพราะการที่เราแต่งตัวออกมาในแบบที่ตรงข้ามกับเพศสภาพของเรา เราก็เหมือนท้าทายค่านิยมเดิมๆ ของสังคมอยู่แล้ว เราสามารถสู้กับแนวคิดที่ไม่เท่าเทียมแบบที่เราเห้นในประวัติศาสตร์ และเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยทำให้สังคมก้าวไปข้าหน้าได้มากกว่านี้

จากที่ปันปันเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากๆ ปันปันมีอะไรอยากจะบอก LGBTQIA+ ที่ยังไม่มั่นใจในตัวเองบ้าง?

ปันปัน : ปันอยากจะบอกให้เริ่มที่การรักตัวเอง เหมือนที่ Rupaul พูดอยู่บ่อยๆ ว่า “ถ้าเรายังไม่รักตัวเอง แล้วเราจะไปรักคนอื่นได้อย่างไร” ค่อยๆ ใช้เวลา อย่ากดดันตัวเอง วันนี้เราอาจจะรักตัวเองที่เราไปออกกำลังมา วันต่อมาเราอาจจะรักตัวเองที่เราแต่งตัวได้เป็นสไตล์ของตัวเอง อีกวันเราอาจจะรักตัวเองที่เราแต่งหน้าดี แล้วความรักเหล่านี้จะหลอมรวมทำให้เรามั่นใจขึ้นเองในวันหนึ่ง

นิยามคำว่า ‘Pride’ สำหรับปันปันแล้วคืออะไร?

ปันปัน : ‘ภูมิใจในตัวของเราเองในรูปแบบที่ดีที่สุด’ ปันคิดว่าชีวิตของเราเป้นการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด ปันไม่ได้บอกว่าปันภูมิใจกัยตัวเอง 100% แต่ปันคิดว่าปันใช้ชีวิตได้คุ้มค่า เราทำให้คนรอบข้างมีความสุข เราเป็นแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับคนที่เป็นแบบเราแต่เขาไม่เคยได้เห็น ปันเลยพูดได้ว่าชีวิตของปันคุ้มค่าที่สุดแล้ว

โมเมนต์ที่ปันปันภูมิใจที่สุด?

ปันปัน : เหตุการณ์ในชีวิตที่ปันภูมิใจมากที่สุดคือครั้งที่ปันได้ไปแสดงที่ Mickey’s West Hollywood ซึ่งเป็นคลับแดรกที่แดรกควีนแนวหน้าได้ไปแสดง แดรกควีนระดับโลกต้องมีคลิปแสดงที่นี่ในยูทูป และวันนั้นที่ปันแสดงจบ ทุกคนในห้องลุกขึ้นปรบมือ หรือตอนที่ปันได้ไปทัวร์ที่มอนทรีออล ในแคนนาดา กับแดรกควีนดังๆ จาก Rupaul’s Drag Race มันทำให้เรารู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะเหมือนเมื่อวานเรายังดูเขาอยู่ในทีวี แต่ตอนนี้เรายืนอยู่กับพวกเขาบอกเวทีแล้ว มันน่าภูมิใจมากๆ นะสำหรับปัน

ภาพของ Pride ในอนาคตที่ปันปัน อยากเห็น?

ปันปัน : ปันอยากเห็นมิตรของกลุ่ม LGBTQIA+ มาเดิมร่วมกันในงาน Pride ปันอยากเห็นพ่อแม่พาลูกเขามาทำสิ่งที่ลูกเขามีความสุข ปันอยากเห็นคนที่ไม่ได้อยู่ในสังคม LGBTQIA+ เข้ามาร่วมกันในงาน Pride ปันอยากเห็นทุกๆ คน เข้าใจกัน เดินร่วมกัน โดยไม่มีเพศมาเป็นเส้นแบ่งอีกต่อไป

Model : Pangina Heals 

Photographer : Sutthaya Chalassathien

Digital Fashion Editor : Piphacha Vonpiankul 

Digital Beauty Editor :  Chayanon Chongprasert

Fashion Stylist : Jixxy Greco

Hair Stylist : Thom Woods 

Coordinator : Ann Benjamas Liendo

Assistant Photographer : Anocha Doungduen

Assistant Fashion Stylist : Darunee Jaroonrueng 

Материалы по теме:

แฟชั่นกับกระแส #PrideMonth
ท่ามกลางกระแส Pride Month หรือ เดือนแห่งการเฉลิมฉลองของกลุ่มความหลากหลายทางเพศที่เรียกสั้นๆว่าชาว #LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual & Transgender + Q ที่ย่อมาจาก Questioning หรือ Queer) เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ อันโด่งดังในเดือน มิถุนายน ปี 1969 ถึงการใช้ความรุนแรงกับเพศทางเลือกในการจับกุมสาวข้ามเพศรายหนึ่งที่ถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย ...
Netflix ฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย ทางเพศ (Pride Month)
เสริมสร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้ทุกคน #เป็นอย่างที่คุณเป็น  ทุกวันนี้ สื่อบันเทิงไม่ได้เป็นเพียงผู้มอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชมเท่านั้น แต่สื่อบันเทิงยังสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายในวงกว้าง Netflix จึงเชื่อว่าสื่อบันเทิงนั้น เป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และส่งเสริมการแสดงออกทางความสามารถให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม  ในเดือนสำคัญนี้ Netflix ผู้นำบริการสตรีมมิ่งความบันเทิงระดับโลก จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) กับแคมเปญ #เป็นอย่างที่คุณเป็น #NetflixPride พร้อมนำเสนอความหลากหลายทางเพศบนจอ ผ่านคอลเลคชั่นของภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีคุณภาพที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ชมได้ค้นพบเรื่องราวที่น่าประทับใจ ผ่านภาพเชิงบวกของตัวละคร ...
Lady Gaga เฉลิมฉลอง Pride Month ร่วมออกแบบพิเศษกับ Versace
เมื่อ Pride Month หรือการสะบัดธงสีรุ้ง มาถึงเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ดังนั้น Lady Gaga จึงร่วมออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ของการแสดงจุดยืนของทุกคน และได้ถือโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ10 ปีของอัลบั้ม Born This Way พร้อมกันอีกด้วย ในการออกแบบครั้งนี้ Lady Gaga ได้ร่วมออกแบบกับVersaceเพื่อนรักของเธออย่าง Donatella Versace ได้ออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษนี้ โดยมีเสื้อยืดunisex และหมวกทรงbarret โดยดีไซน์พิเศษนี้ได้นำเอาโลโก้ของเวอร์ซาเช่มาดัดแปลงเป็นสีรุ่งอันเป็นสีประจำของ Pride เพื่อเฉลิมฉลองและเน้นย้ำการสนับสนุนต่อกลุ่มLGBTQ+ ที่มีเสมอมาจากทางแบรนด์                                                                            อีกทั้ง ...
คอลเลกชั่น Pride สุดปังจาก Swatch
ต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ หรือ “Pride Month” ในทุกๆ ปีจะมีผู้คนในทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันจัดงานเทศกาล และเดินขบวนพาเหรดไปตามท้องถนนอย่างสนุกสนาน แต่งตัวด้วยสีสันจัดจ้าน จัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร พร้อมด้วยธงและป้ายสีรุ้งต่างๆ สุดอลังการ เพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความหลากหลาย แบรนด์ SWATCH จึงได้มีการออกแบบนาฬิกาภายใต้คอนเซปต์ Let’s Parade !! โดยใช้สีรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์และสีสันของการเดินขบวนพาเหรดเพื่อแสดงออกถึงความเท่าเทียม ความภาคภูมิใจผ่านนาฬิกา 3 แบบ 3 สไตล์ เริ่มต้นกันที่รุ่น PARADONS นาฬิกาโครโนกราฟดีไซน์สุดพิเศษที่สายเป็นสเตนเลสขัดเงาสีเงิน โดดเด่นด้วยการประดับคริสตัลระยิบระยับหลากหลายสีจาก Swarovski ถึง 36 เม็ด และดีเทลบนหน้าปัดอย่าง Swatch Sparkles สีม่วง สีเขียว และสีแดง (ราคา 7,800 บาท)  ต่อกันด้วยนาฬิการุ่น LET’S PARADE จากโมเดลยอดฮิต BIG BOLD ที่มาพร้อมกับหน้าปัดขนาด 47 มม. ดีเทลสะท้อนถึงสีสันของการเดินขบวนพาเหรด มีลูกเล่นการใช้สีรุ้งตัดขอบสายซิลิโคนสีขาวกึ่งโปร่งใสไล่ไปจนถึงขอบตัวเรือน และเติมความสดใสด้วยหน้าปัดโชว์กลไกสีรุ้ง (ราคา 4,150 บาท) ปิดท้ายกับรุ่น ALLA PARATA สีขาวที่จะมาทำให้ใจบางแพ้ทางให้กับความคูลนี้ ไม่ว่าคุณจะใส่ชุดจัดจ้านคัลเลอร์ฟูลขนาดไหนก็สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับนาฬิกาเรือนนี้ได้อย่างสนุกสนาน กับดีไซน์แบบ Skeleton ที่สามารถมองเห็นเฉดสีรุ้งของชิ้นส่วนกลไกต่างๆ บนหน้าปัดแมทช์กับลูปลายธงสีรุ้ง ...
SIRIVANNAVARI PRIDE คือคอลเลกชั่นล่าสุดเพื่อเฉลิมฉลองแก่ Pride Month
Pride Collection คือคอลเลกชั่นล่าสุดและเป็นครั้งแรงของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่รังสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้เพื่อเฉลิมฉลองแก่ Pride Month และแสดงถึงจุดยืนถึงความภาคภูมิใจ การเท่าเทียมทางเพศ นั้นเอง สำหรับการออกแบบครั้งนี้ได้เน้นดีไซน์ไปทาง Ready-To-Wear  เพื่อให้สวมใส่ง่ายตอบโจทย์แก่ชีวิตประจำวัน SIRIVANNAVARI PRIDE นั้น ประกอบไปด้วยสินค้า 10 ไอเทมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเสื้อยืด UNISEX สีขาวและสีดำพร้อมลายพิมพ์สัญลักษณ์แบรนด์ด้วยซิลิโคนสีรุ้ง(Pride Colors)  กระเป๋าถือผ้าแคนวาส หมวกแก๊ปและหมวกบักเก็ตที่มีให้เลือกทั้งสีขาวและสีดำประดับด้วยงานปักสีสันสดใสและมีความละเอียด ประณีตตามแบบฉบับของ SIRIVANNAVARIและที่พลาดไม่ได้คือผ้าพันคอชีฟองลายกราฟิก ทรงออกแบบประจำ SIRIVANNAVARI PRIDE Collection  ไม่เพียงแต่ดีไซน์สีสันสายรุ้งที่โดดเด่นและแสดงถึงจุดยืนเท่านั้น ...