Monday, May 17, 2021

‘พิมประภา ตั้งประภาพร’ กับเส้นทางที่โลดแล่นอย่างอิสระ

พิม-พิมประภา นักแสดงสาวที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะร้องเพลง เล่นดนตรี เต้น หรือทำอะไรก็ดูจะเข้ากับตัวเธอไปเสียหมด เธอกำลังมีผลงานเรื่อง ‘วัยอลวนฮ่า!’ ภาพยนตร์คอเมดี้ที่มีกลิ่นอายตำนานรักสุดคลาสสิกของ ‘ตั้ม-โอ๋’ ยุค 70 ซึ่งเข้าฉายวันนี้เป็นวันแรก เรามีโอกาสได้นั่งคุยถามความรู้สึกและอัพเดตชีวิต สิ่งที่เรารับรู้ได้นอกจากรอยยิ้มในแววตาก็คือเธอกำลังโลดแล่นด้วยพลังอิสระและมีความสุขกับทุกสิ่งที่กำลังทำ

ความรู้สึกแรกตอนที่รู้ว่าจะได้เล่นเป็นอั้ม

“ตอนนั้นยังไม่ได้ดูบทเลยนะ หนังเรื่องนี้ (วัยอลวน) ดังมากตอนรุ่นคุณพ่อคุณแม่ แม่พิมเป็นแฟนคลับอาเอ๋ (ไพโรจน์ สังวริบุตร) ใจเราก็อยากเล่นหนังที่เป็นความทรงจำของพ่อแม่ ก็เลยรับเล่น อีกอย่างคืออาเอ๋อยากให้เป็นเจนใหม่ของเขา เพราะตอนนั้นเขาเป็นตั้ม-โอ๋ เขาเห็นภาพว่าเรื่องนี้เป็นแน็กกับพิม เลยดีใจที่เขาให้โอกาสตรงนี้ พิมว่าเป็นบทที่น่ารัก ตัวเรื่องมีทั้งความสนุกและเสียงหัวเราะ แต่สอดแทรกเรื่องของครอบครัวเข้ามาด้วย ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นในหนังยุคนี้เท่าไร เลยรู้สึกดีที่เราจะได้เล่นอะไรแบบนี้ อีกอย่างคือเราไม่ค่อยเห็นภาพยนตร์ที่ดูได้ทั้งบ้านแบบนี้มานานแล้วด้วย”

‘อั้ม’ ในภาพยนตร์ กับ ‘พิม’ ในชีวิตจริง มีอะไรคล้ายกันไหม

“พิมว่าน่าจะเรื่องความชอบ คืออั้มเป็นคนชอบเต้น ชอบเสียงเพลง ซึ่งรีเลตกับตัวพิม แล้วคาแร็กเตอร์ที่มีความสดใสปนกวนๆ นิดหนึ่ง เวลาเล่นก็ไม่ได้ปรับอะไรเยอะ ส่วนใหญ่เรื่องนี้เขาจะแคสต์มาจากคาแร็กเตอร์ของเราอยู่แล้วด้วย อย่างแน็ก คาแร็กเตอร์ในเรื่องก็จะตามแน็กเลย เขาไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย เขียนมาเป็นแน็กเลย อย่างตัวอั้มเนี่ยก็ไม่ได้ต่างจากตัวพิมมากเท่าไร”

เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับแน็ก ชาลี

“เรารู้อยู่แล้วล่ะว่าเขาเป็นคนตลกมากเวลานอกงาน แต่เวลาทำงานเขาก็มืออาชีพ สิ่งที่เราสัมผัสได้คือเขาเป็นคนที่จิตใจดีมาก จิตใจดีโดยที่ไม่ได้พยายามจะให้คนรู้สึกว่าจิตใจดีด้วยนะ เขาจิตใจดีด้วยตัวเขาเอง แต่ละอย่างที่ทำ ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ ปล่อยสัตว์ ช่วยเหลือสัตว์ รู้สึกว่าคนเราทำดีโดยไม่ต้องตะโกนก็ได้ว่าฉันทำดี คือดีด้วยตัวมันเอง อันนี้คือแน็ก ซึ่งเขาสื่อสารออกมาในแบบของเขา”

ได้แง่คิดอะไรจากตัวละครเรื่องนี้บ้าง

“ปัญหาคืออั้มไม่ถามและไม่คุยกับพ่อ สิ่งที่พิมเรียนรู้จากตัวละครนี้เลยคือ สิ่งที่เราอยากที่จะเชื่อมักไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป เรามักจะเชื่อในสิ่งที่เราอยากจะเชื่อ แต่ถ้าเราเปิดใจสักนิดที่จะรับฟังเหตุผลจากคนคนนั้น แม้เราจะรู้สึกว่าไม่เมกเซนส์เลย แต่ถ้าฟังสักหน่อยเราอาจจะรู้ว่าเราคิดผิดก็ได้ โดยเฉพาะในครอบครัว คนที่บ้านคือคนที่หวังดีกับเราที่สุดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะเป็นคนที่จริงใจกับเรามากที่สุด เวลาเราผิดใจอะไร ไม่พอใจอะไร เข้าใจผิดอะไร แค่ถาม แล้วเขาอธิบายมาก็จบละ มันจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น แต่ตัวอั้มไม่ได้เป็นแบบนั้น

พิมว่าเรื่องนี้จะให้ข้อคิดคนดูด้วยว่าบางทีการที่เราไม่หันหน้าคุยกัน มันทำให้มีข้อเสียอะไรบ้าง แต่การหันมาคุยกันมันง่ายนิดเดียว แล้วเรื่องก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เพราะบางทีเราคิดว่ามันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆ เลย แล้วเราไม่ได้สนใจจะฟังเหตุผลจริงๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราเปิดใจฟังนิดนึง บางทีเราจะเข้าใจมุมมองที่มันต่างกัน เพราะเหรียญมีสองด้าน แต่เราอาจจะเห็นแค่ด้านเดียว ตัวอั้มก็เหมือนกัน”

แต่ในความเป็นจริงครอบครัวพิมสนิทกันมาก เวลารับบทแบบนี้แล้วไม่ขัดใจเหรอ

“พิมจะไม่เป็นนะ เวลาพิมเป็นตัวละครนั้นแล้ว เราเป็นเขา เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจเขามากที่สุด คนดูจะไม่เชื่อถ้าเราไม่เข้าใจ ถ้าเรายังไม่เชื่อเลย เราจะแสดงออกมาเป็นตัวเขาได้อย่างไร ต่อให้เหตุผลของเขาไม่ได้ตรงกับตัวพิม แต่มันคือเหตุผลของตัวอั้ม เพราะฉะนั้นตอนนี้พิมเป็นอั้ม เหตุผลตอนนั้นคือเหตุผลของอั้ม เราเข้าใจอั้มมากที่สุด เราก็แสดงออกมาเป็นอั้มมากที่สุด ส่วนใหญ่เวลาพิมอ่านบท พิมจะไม่เอาตัวเองมาตัดสิน”

ครอบครัวอบอุ่นมากถึงมากที่สุด

“พิมว่าป๊ะป๋ากับหม่าม้าเป็นคนที่โฟกัสลูกมาก ทุกความเป็นไปของลูกเขาจะรู้ เขามีความใส่ใจ เราไม่เคยมีความรู้สึกว่าเราเคว้ง เหมือนเราตัวติดกันตลอด กว่าพิมจะแยกห้องนอนได้ เรานอนกันห้าคนมาตลอดจนกระทั่งเรียนมหา’ลัยปี 1 เพราะว่าพิมเรียนสถาปัตย์ แล้วต้องทำงานยันเช้า เลยจำเป็นต้องแยกที่นอน เหมือนป๊ะป๋าหม่าม้าฝังหัวมาตลอดว่าครอบครัวคือนัมเบอร์วัน แล้วเขาทำให้เราเห็นว่าเราคือนัมเบอร์วันของเขาจริงๆ

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ พิมชอบร้อง ชอบเต้น ชอบแสดง ตอนกลางคืนก่อนนอนที่บ้านพิมจะมีพาร์ตแบบ stage show คือเตียงนอนจะเป็นเวที แล้วทุกคนจะมาแสดงความสามารถของตัวเองก่อนนอน เราจะคิดกันพี่ๆ น้องๆ ว่าวันนี้เราจะโชว์อะไรให้พ่อแม่ดู อันนี้กิจกรรมหลักของบ้านเราเลย วันนี้เราจะเป็นนางร้าย เป็นคนดี เป็นแดนเซอร์ เป็นความสนุกสนานตั้งแต่เด็ก

ไม่มีเทศกาลไหนที่เราไม่ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่มีวันหยุดของไทยช่วงไหนเลยที่พิมจะจำไม่ได้ว่าเราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน เลยกลายเป็นว่าทุกเทศกาลมันคือความสุขของที่บ้าน แล้วชินมาตลอด มันทำให้เราเหนียวแน่น อีกอย่างคือเขาซัพพอร์ตสิ่งที่ลูกทำทุกอย่าง”

ช่วงนี้ได้ลองทำอะไรหลายอย่างมากๆ พิมชอบทุกอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ หรือกำลังค้นหาสิ่งที่ชอบจริงๆ

“พิมว่าพิมก็ค้นหาอยู่เรื่อยๆ นะ แต่การที่ตัดสินใจเป็นอิสระแปลว่าเราค้นหาตัวเองได้ประมาณหนึ่งแล้ว เหมือนเราพอจะรู้แล้วว่าอะไรใช่ อะไรไม่ใช่ แล้วออกมาค้นหาเพิ่มในสิ่งที่เราคิดว่าเราจะทำได้เพิ่ม ถ้าพิมไม่ออกมา พิมอาจจะไม่ได้ค้นหาอะไรเพิ่มเติม แต่ก่อนที่เราอยู่ช่องก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่จริงๆ ที่ให้โอกาส ให้เราได้ลองอะไรหลายๆ อย่าง

พิมอยู่มาแปดปีแล้ว ได้เล่นแทบจะทุกบทของนางเอกแสนดีไปละ มันกลายเป็นว่าระหว่างที่เราเล่น ความสุขของเรามันไปอยู่ในพาร์ตของการทำคอนเทนต์ยูทูบ หรือร้องเพลงคัฟเวอร์ บางทีพอตื่นขึ้นมาเราไม่รู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะไปทำงาน เลยรู้สึกว่าเราอยากรู้สึกตื่นเต้นเวลาไปทำงานอีกครั้ง เพราะเราเคยรู้สึกแบบนั้น อยากทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อยากเอนจอยกับอะไรที่หลากหลาย เพราะการอยู่ในสังกัดมันจะมีลิมิตในสิ่งที่เราทำได้หรือไม่ได้ แล้วอายุเราก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ถ้าอายุน้อยเรายังค้นหาตัวเองหรือหาประสบการณ์ไปได้เรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเวลาเรามันน้อยลงที่จะสนุกกับชีวิตได้ มันเริ่มเป็นผู้ใหญ่ละ พิมว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะได้ลองอะไรใหม่ๆ สักที”

แอบหวาดเสียวบ้างไหมกับสถานภาพ ‘นักแสดงอิสระ’

“พิมว่าออกจากบ้านต้องรู้สึกอยู่แล้ว มันรู้สึกโหวงๆ เหมือนเราไม่มีบ้าน เหมือนเราออกมาผจญภัย แพ็กกระเป๋าออกจากบ้านมาละ เราไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้า แต่ต้องบอกว่าโชคดี ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ เราออกมาแล้วเหมือนได้เจอเพื่อนร่วมทาง เจอคนที่ซัพพอร์ตเรา มีผู้ใหญ่ยื่นละครให้ มีงานนู่นนี่นั่นเข้ามา ทำให้รู้สึกอุ่นใจที่ยังมีคนให้โอกาสเราอยู่ บอกตรงๆ ว่าตอนออกมาเราไม่ได้แพลนอะไร หรือแพลนว่าจะต้องได้อะไร อย่างที่บอกว่าเราแพ็กกระเป๋าแล้วออกมา พร้อมผจญภัยมากๆ ตอนนี้ถ้ามีโอกาสอะไรที่เข้ามาแล้วเรารับผิดชอบได้ เราก็จะทำ”

สู้ทุกงานว่างั้น

“ด้วยความที่ทำงานตั้งแต่เด็กมั้งคะ เลยไม่ได้เป็นคนกลัวเหนื่อย พิมจะบอกผู้จัดการตลอดว่าไม่ต้องกลัวเหนื่อยนะ รับมาเลย ชอบเหนื่อย เพราะเคยมีพาร์ตที่เราว่างแล้วไม่ได้ทำงาน รู้สึกว่ามัน depress มากเลย เรารู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงาน เหนื่อยเป็นความรู้สึกที่บางทีก็บ่นนะ โอย…ไม่มีแรงแล้ว แต่มันเป็นความเหนื่อยที่ลึกๆ แล้วเรามีความสุข”

อยากฝากบอกอะไรมั้ยคะ…หมดคำถามแล้ว

“อ๋อ หนูไม่ได้รวยอย่างในข่าวนะคะ หนูไม่ใช่เศรษฐีพันล้าน (หัวเราะ)”

การที่ตัดสินใจเป็นอิสระแปลว่าเราค้นหาตัวเองได้ประมาณหนึ่งแล้ว เรารู้สึกว่าเวลาเรามันน้อยลงที่จะสนุกกับชีวิตได้ มันเริ่มเป็นผู้ใหญ่ละ พิมว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะได้ลองอะไรใหม่ๆ

5 ความสุขของพิมประภา

Happy Place

แน่นอนว่าบ้านค่ะ

Happy Leisure

ได้อยู่กับแมว (โทมิ) และฟังเพลง แฮปปี้มาก

Happy Dream

ได้ไปเที่ยวรอบโลกกับที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ชอบเที่ยวมาก เลยอยากไปเที่ยวด้วยกันทุกที่

Happy Meal

เป็นคนชอบของหวานค่ะ ชอบไอศกรีม ถ้าเป็นอาหารก็ชอบอาหารญี่ปุ่นมาก คือสามารถกินได้ทุกวัน แต่ถ้าทุกมื้อและประหยัดด้วยก็ก๋วยเตี๋ยว มีก๋วยเตี๋ยวคือพิมอยู่ได้ แฮปปี้มากกับก๋วยเตี๋ยว

Happy Song

เอาเพลงที่ชอบที่สุดตอนนี้แล้วกัน Leave the Door Open ของบรูโน มาร์ส ชอบมาก

PHOTOGRAPHER: PERAKORN VORATANANCHAI

Other Articles

spot_img

Pyer Moss สร้างประวัติศาสตร์ เป็นดีไซเนอร์แอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่จะได้โชว์ในโอตกูตูร์แฟชั่นวีค

0
Kerby Jean-Raymond เรียกว่าเป็นอีกสเต็ปหนึ่งของชีวิตดีไซเนอร์เลยล่ะหากได้แสดงผลงานในโอตกูตูร์แฟชั่นวีค หรือสัปดาห์แสดงคอลเลกชั่นแฟชั่นชั้นสูง เพราะในโลกแฟชั่นที่สุดแสนจะเอ็กซ์คลูซีฟนั้น มีกฎข้อบังคับมากมายกับการที่สักแบรนด์หนึ่งจะเรียกได้ว่าเป็น “Haute Couture” แต่ล่าสุดก็ถึงคราว Kerby...

‘โฮเทลมิวส์ แบงค็อก’ โรงแรมที่ผสานทุกความทันสมัย เพื่อให้ทุกคนกลับมาเยือน

หากนึกถึงโรงแรมใจกลางเมืองที่มีความทันสมัย ขณะเดียวกันก็มีเรื่องราวความพิเศษให้น่าค้นหา ‘โฮเทลมิวส์ แบงค็อก’ (Hotel Muse Bangkok) คงเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคทองแห่งการเดินทางในช่วง...

ย้อนเวลาไปกับ Katy Perry และ Pikachu ในเอ็มวีเพลง ‘Electric’ ที่แสนจะน่ารัก

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ศิลปินซูเปอร์สตาร์อย่าง เคที เพอร์รี (Katy Perry) หลงใหลและชื่นชอบการ์ตูนโปเกมอนเป็นอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการที่เธอได้เล่นวิดีโอเกมสมัยที่ยังเป็นเด็กนั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=ojpTpT5i-PI ล่าสุดเธอได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด Electric...

“มีน” ผู้กำกับ ชวนลุ้นความสัมพันธ์ “เต๋-โอ้เอ๋ว”

0
แฟนๆ ซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2” (I Promised You the Moon)  คงได้เห็นเทรลเลอร์ที่ปล่อยออกมาให้ชมเมื่อวานนี้กันแล้ว นอกจากเรื่องราวการเติบโต ความฝัน...

Hermès Arceau Space Derby หน้าปัดแห่งจินตนาการ

0
เมื่อปี 1978 อองรี ดอริญี (Henri d’Origny) ได้ออกแบบนาฬิกาตัวเรือนทรงกลมพร้อมด้วยข้อต่อตัวเรือนอสมมาตรในรูปทรงของโกลนซึ่งได้กลายมาเป็นนาฬิกาไอคอนิกของ Hermès และรู้จักกันในชื่อคอลเลกชั่น อาร์โซ...