Tuesday, November 29, 2022

Louis Vuitton กับนาฬิกาหัวกะโหลกที่ตอกย้ำปรัชญาชีวิต Carpe Diem

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ Louis Vuitton เข้าร่วมในงานแสดงนาฬิกา Watches & Wonders ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สองในรูปแบบออนไลน์ แต่ผลงานที่นำมาจัดแสดงก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของแบรนด์ซึ่งก้างเข้าสู่โลกนาฬิกาในปี 2002 ก่อนจะก่อตั้งโรงงานที่มีชื่อ La Fabrique du Temps Louis Vuitton ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2011 

ผลงานไฮไลต์ของปีนี้มีชื่อว่า Tambour Carpe Diem (ออกเสียงว่า ตองบูร์ คาร์เพ เดียม) ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะแนว Vanitas ซึ่งแฝงความหมายทางศีลธรรมและจริยธรรม บอกเล่าความไม่เที่ยงของชีวิตซึ่งสื่อสารผ่านสิ่งของ เช่น หัวกะโหลก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น อันที่จริงศิลปะแนวนี้ไม่ได้ต้องการแสดงความน่ากลัว แต่เป็นเหมือนการย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของช่วงเวลาปัจจุบันและใช้อย่างคุ้มค่า ตามความหมายของคำว่า Carpe Diem หรือ Seize The Day

มิเชล นาวาส (Michel Navas) มาสเตอร์วอทช์เมกเกอร์แห่ง La Fabrique du Temps Louis Vuitton บอกว่า “เราอยากจะเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง จึงได้เลือกใช้กลไก Jacquemart มานำเสนอมุมมองของเราสำหรับนาฬิกาในศตวรรษที่ 21 พร้อมทั้งระดมพลังและความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นจุดเด่นในการสร้างสรรค์นาฬิกาของเรานับตั้งแต่ปี 2002” 

จะบอกว่า Jacquemart (ออกเสียงว่า ฌักมาร์) คืออีกชื่อเรียกหนึ่งของ automaton ก็คงได้ หุ่นจักรกลที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกนี้จะเคลื่อนไหวในท่าทางตามที่ได้ออกแบบมา แม้จะไม่ได้มีฟังก์ชั่นแบบเรือนเวลา แต่ความสลับซ้อนของการคิดค้นรูปแบบการเคลื่อนไหว และชิ้นส่วนกลไกก็ไม่ได้ซับซ้อนน้อยไปกว่านาฬิกาชั้นสูงเลย ดังเช่น Tambour Carpe Diem ซึ่งหัวงู  นัยน์ตา ปากและฟันของหัวกะโหลกสามารถขยับได้ 

ในส่วนของการแสดงเวลาก็ซับซ้อนเช่นกัน เพราะประกอบด้วยการแสดงชั่วโมงแบบจัมปิ้ง (แสดงตัวเลขชั่วโมงผ่านช่องหน้าต่างซึ่งตัวเลขจะดีดไปสู่ชั่วโมงใหม่เมื่อถึงเวลา)  เข็มนาทีแบบเรโทรเกรดรูปหางงู (ซึ่งจะเข็มดีดกลับไปตำแหน่ง 0 เมื่อเวลาผ่านไปครบ 60 นาที) และยังแสดงปริมาณกำลังสำรองในรูปแบบนาฬิกาทรายไม่เหมือนใคร เมื่อต้องการดูเวลาแบบออนดีมานด์ สามารถกกดปุ่มรูปหัวงูที่ด้านข้างตัวเรือน หัวงูบนกะโหลกจะเลื่อนออกเผยให้เห็นเลขชั่วโมง พร้อมกับปากหัวกะโหลกอ้าออกให้เห็นคำว่า Carpe Diem และจะค้างอยู่เช่นนั้น 16 วินาที ก่อนจะปิดกลับเช่นเดิม 

เพื่อให้งดงามสมกับที่เป็นการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูง จึงใช้เทคนิคงานฝีมือเก่าแก่อย่างการลงยาและการแกะสลักมาช่วยสร้างสรรค์ให้องค์ประกอบต่างๆ บนหน้าปัดงดงาม โดยเฉพาะกะโหลกสลักลายดอกไม้โมโนแกรม สัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นหลุยส์ วิตตอง  นอกจากนี้ ยังทำงานด้วยกลไกไขลาน calibre LV 525 พร้อมกำลังลานสำรอง 100 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อมองผ่านฝาหลังตัวเรือน จะเห็นดีไซน์รูปหัวกะโหลกตอกย้ำธีม Vanitas 

Other Articles