Sunday, April 11, 2021

9 ห้วงความคิดของ ‘มิลลิ’ สาวน้อยวัย 18 ศิลปินหญิงหนึ่งเดียวของค่าย YUPP!

1 เริ่มปัง!

หลังจากมิลลิเพียรสมัครประกวดร้องเพลงมาหลายเวที ในที่สุดรายการเดอะแร็ปเปอร์ (ซีซั่น 2 ปี 2562) ทำให้เธอเริ่มต้นบทบาทนักร้องได้ตามความปรารถนา จากจุดนั้นเธอจริงจังกับสิ่งนี้มาเป็นเวลาเกือบสองปีแล้ว

“การเข้ามาวงการเพลงก็ไม่ได้หลุดไปจากที่คิดเท่าไหร่ เราไม่ได้มองว่าวงการนี้ดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้น ทุกอย่างมีทั้งแง่ดีแง่เสีย เราพอจะรู้ข้อเสียของมันเหมือนกัน เราคิดมาเสมอว่ารับได้ แต่พอจริงๆ ก็รับได้บ้างไม่ได้บ้าง มันอยู่ที่การปรับตัวของเราในแต่ละเรื่องด้วยค่ะ แต่หนูชอบสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มากๆ ชอบวงการนี้ ชอบอาชีพที่ทำ

“เวลามองตัวเองในกระจกจะรู้สึกว่าทำยังไงให้เราอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้ฉันอยู่ตรงนี้! เรายังนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอ ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อน ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเหยียบคนอื่นขึ้นไป แต่มันคือการเดินขึ้นไปพร้อมกันมากกว่า เรายังมีพี่ๆ มีค่าย มีทุกคนที่รู้จัก เราไม่ใช่เด็กที่ลืมความเป็นตัวเองที่ผ่านมาว่าเราเป็นอะไร เราโตมาจากไหน ทุกวันนี้เรารู้ดีว่าเราโตมาจากอะไร หนูโตมาจากมดลูกของแม่ (หัวเราะ)”

2 ซิงเกิลใหม่ล่าสุด หนูทำเอง

ปีที่แล้วมิลลิปล่อยซิงเกิลแรกที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนชีวิต ชื่อว่า ‘พักก่อน’ แล้วต่อด้วย ‘สุดปัง’ และปีนี้กับซิงเกิลสาม ‘หนูทำเอง’เพลงที่เธอแต่งเอง และฟีเจอริ่งกับแร็ปเปอร์มากประสบการณ์อย่าง Fiixd

“รอบนี้เป็นฮิปฮอปจ๋าเลยค่ะ อยากทำสนองความต้องการตัวเอง ท่อนฮุคร้องว่า ‘พี่ไม่ถนัดเดี๋ยวหนูทำเอง ถ้าพี่ไม่อยากทำเดี๋ยวหนูทำเอง… เดี๋ยวหนูจัดการเอง’ ช่วงที่แต่งขึ้นมาหนูโดนคนพูดถึงว่าหนูโชคดีไม่ได้ทำอะไรเลย มาแป๊บนึงก็ได้รับความสนใจแล้ว แต่เขาไม่เคยรู้ว่าหนูลองมาหลายอย่างมากๆ เขาตัดสินว่าเราได้สิ่งนั้นมาง่าย ซึ่งแอบไม่แฟร์กับเรา หนูเลยอยากเพิ่มเมสเสจตรงนี้ลงไปให้เป็นโพสิทีฟมากขึ้น

“อีกแง่มุมนึงที่พูดถึงคือมีเพื่อนๆ ชอบบอกว่าอยากทำอย่างนั้นอย่างนี้จังเลย หนูเห็นว่ามันพูดอย่างเดียว เลยบอกไปว่า ‘แล้วทำไมไม่ทำล่ะจ้ะ’ ซิงเกิลนี้เป็นเพลงแนว diss diss มีกลิ่นอายฮิปฮอปหน่อยๆ ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ ทาง YUPP Official”

3 ใครๆ ก็เรียกว่า แร็ปเปอร์

หลายคนตีความจากภาพที่เห็นและมักสรุปเอาเอง ซึ่งคงจะใช้ทฤษฎีรวบยอดแบบนี้กับมิลลิไม่ได้ จากคำบอกเล่าของเจ้าตัวที่บอกว่าจริงๆ แล้วตัวเองเป็นคนขี้อ้อน ขนาดว่าแร็ปเป็นไฟขนาดนี้ มิลลิยังให้คำจำกัดความของตัวเธอที่ต่างออกไป

“เราไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นแร็ปเปอร์หรอก พวกฮิปฮอปก็ไม่คิดว่าเราเป็นแร็ปเปอร์อยู่แล้ว ไม่รู้สิ เพราะเพลงเราอาจจะไม่ใช่แร็ปอย่างที่เขามองว่าเป็นแร็ปมั้ง เรารู้สึกว่าการที่บอกว่าตัวเองเป็นแร็ปเปอร์ เราต้องแร็ปไปตลอด ในขณะเดียวกันเรารู้สึกว่าอยากทำให้วงการเพลงมีอะไรใหม่ๆ เพราะฉะนั้นจะพยายามหาอะไรใหม่ๆ ใส่เข้าไปตลอด

“เราเป็นคนชอบคิด เวลาแต่งเพลงมักจะปล่อยตามอารมณ์ มันก็จะมาจากสิ่งที่เราเสพ อย่างคำศัพท์หลายๆ คำก็ถูกเอามาใส่ในเพลงเพราะว่าเราพูด ถ้ามองจริงๆ ก็เหมือนเป็นเทอราพีสอย่างหนึ่ง มันได้ระบายสำหรับคนแต่ง รู้สึกสบายใจที่ได้พูด คนฟัง toxic ช่างเขา ล้อเล่นน้า”

4 มิตรภาพที่ดีต่อใจ

เมื่อถามถึงเรื่องราวผ่านมาที่เธอรู้สึกภูมิใจ คำตอบที่ได้ทำให้เราอมยิ้ม และนึกภาพความรับผิดชอบในวัยที่เธอยังใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ สมัยเป็นเด็กหญิงดนุภาจอมแก่น

“อย่างแรกคือภูมิใจในบัตรประชาชน (หยิบขึ้นมาโชว์) นี่คือหน้าตาของเด็กหญิงดนุภา ไม่รู้อะไรดลใจให้มัดแกละทั้งที่มีผมอยู่เท่าเมี่ยง หนูโตมาตอนรัฐบาลให้ทำบัตรตอนเจ็ดขวบ และเพิ่งเปลี่ยนเมื่อวันเกิดเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ช่วงที่เป็นนางสาว ชีวิตเราเปลี่ยน แต่ดีมากที่เพื่อนน่ารักและไม่เคยเปลี่ยนเลย แล้วหนูก็เป็นแบบนี้กับเพื่อนเหมือนเดิมเสมอ

“ตอนนั้นชีวิตเราเหมือนร็อกสตาร์ขึ้นมานิดนึง แต่หนูชอบนะ รู้สึกว่าชีวิตตัวเองเหมือนวันเดอร์วูแมน เพื่อนจะตื่นเช้าไปโรงเรียน เรียนเสร็จก็ทำกิจกรรมหรือไม่ก็กลับบ้านไปดูซีรีส์ แต่หนูคือตอนเช้าไปเรียนจากที่เมื่อคืนยังไม่ได้นอน คาบแรกๆ คือไม่ได้เรียน หลับก่อนแล้วตื่นช่วงบ่าย หนูจะมีที่นอนประจำตัวเป็นเหมือนมุ้ง พออาจารย์เข้ามาในคลาสก็ถามว่า Where’s Minnie? เพื่อนบอก Minnie’s in the house. เรียนเสร็จก็กลับบ้าน แต่งตัวไปทำงานต่อ”

5 หาสุขใส่ตัว โยนทุกข์ทิ้งไป

ตลอดเวลาที่ค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอผ่านบทสนทนาและเสียงหัวเราะ เอเนอร์จี้ที่ขับเคลื่อนในตัวสาวน้อยทำให้จินตนาการไม่ออกเลยว่าภายใต้ความคึกคักที่ส่งถึงคนรอบข้างแบบนี้ เธอเคยมีโมเมนต์เศร้าบ้างไหม

“เคยค่ะ ทุกคนมีเรื่องเครียด ชีวิตหนูก็มีเรื่องเครียดเหมือนคนอื่น แต่ไม่ชอบเอาความเศร้าของเราไปใส่ให้ใครรู้สึกไม่ดีเพิ่ม เราไม่ใช่คนเก็บกดนะ คือเล่าให้ฟังแต่ว่าเราไม่อยากให้คุณเศร้าไปกับเรานะ แล้วจะดูโมเมนต์ด้วยว่าถ้าคุณโอเคเราจะเล่า แต่ถ้าคุณยังเศร้าเรื่องของคุณอยู่ เราจะไม่เล่าให้คุณฟังหรอก รู้สึกว่าไม่ต้องมีคนเศร้าเป็นเพื่อนหรอก บางทีก็แค่อยากให้รับฟัง

“หนูไม่ค่อยอยากให้เรื่องพวกนี้อยู่กับตัวนานๆ เพราะไม่ชอบเวลาตัวเองไม่มีความสุข หนูจะมีวิธีแก้ปัญหาของหนูที่ทำให้ตัวเองสบายใจ และเรื่องก็จบด้วย กับที่บ้านถ้าหนูไม่พอใจก็จะบอก หนูเชื่อว่าการคุยกันทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

6 เสียงเพลงของหลากศิลปิน

นอกจากชอบร้องเพลง แต่งเพลง เสียงเพลงยังขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของมิลลิ แนวเพลงที่ฟังก็หลากหลาย แทบจะครบทุกแนวเลยทีเดียว

“ก่อนหน้านี้ฟังฮิปฮอป และ EDM (Electronic Dance Music) กับอีกแนวที่ชอบฟังคือหมอลำ

ชอบมาก น้องชอบม้วนเสื่อ มันเทิ้น ถ้าอยู่ในปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ก็เปิดเต่างอย เต้นสนุกดี ถ้าอยู่กับตัวเองแล้วฟังเพลงที่บ้านก็จะฟังเยอะมาก เปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ ฮิปฮอป สวิง แร็ป ป็อป ส่วนใหญ่ชอบฟังบิลลี่ ไอลิช กับนิกกี มินาจ ช่วงนี้จะติดคริส บราวน์ บางทีก็โอลิเวอร์ ทรี เคป็อปก็ชอบมาก และฟังวงสุดที่รักของเราคือ BTS”

7 รางวัลไม่ใช่ความฝัน

การเป็นที่ยอมรับสร้างความปลื้มปริ่มให้กับศิลปินทุกคน และรางวัล Best New Asian Artist Thailand จากงาน 2020 MAMA ทำให้มิลลิดีใจมาก ถ้าหากสิ่งตอบแทนของความพยายามคือรางวัล เชื่อว่าใบเบิกทางที่สำคัญคือความสามารถที่มีอยู่ในตัวเธอ

“รางวัลไม่ได้ทำให้กดดัน หนูไม่ได้คิดอะไรเลย แค่รู้สึกว่าจะทำให้ดีที่สุดในแบบที่อยากทำ เราจะเป็นเราแบบนี้แหละ แล้วก็แคร์คนอื่น และดูฟีดแบ็กหลายอย่าง การที่จะอยู่ตรงนี้หนูอยากอยู่ให้นานและมีความสุขด้วย ไม่อยากกดดันตัวเองไปตลอดชีวิต

“หนูอยากให้งานไปไกลมากๆ และทุกคนรู้จัก ตอนนี้เพลงไปถึงหู 88rising (ค่ายเพลงที่ผลักดันศิลปินเอเชียให้เป็นที่ยอมรับในวงการเพลงโลก) ก็ดีใจมากแล้ว จริงๆ มีโอกาสได้ไปเล่น Asia Song Festival ไปอยู่ในคอนเสิร์ต Double Happiness ของ 88rising แต่เสียใจมากที่มันติดสถานการณ์โควิด ไม่งั้นป่านนี้คงไปร่อนเกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา และไทยด้วย”

8 เส้นทางที่เลือกเรียน

ถึงจะทำงานไปด้วย มิลลิก็ให้ความสำคัญกับการเรียน กระทั่งถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอนาคตเธอต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ‘การแสดง’ กับ ‘ดนตรี’ ควรเลือกเรียนอะไรดี เพราะทั้งสองแขนงเป็นสิ่งที่เธอรักพอกัน

“สุดท้ายเลือกดนตรีค่ะ เพราะการแสดงหนูชอบที่จะเป็นฟรอนต์ ซึ่งมองตามหลักเป็นจริงการเป็นฟรอนต์ไม่ต้องเรียนก็ได้ บางคนเรียนไปอาจจะไม่ได้รับโอกาส เลยเรียนดนตรีดีกว่า เพราะถึงยังไงแล้ว เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ต้องมีดนตรี อย่างตอนเด็กๆ ต้องร้องเอ่ บี่ ซี้ โตมาก็อาจจะเรียนดนตรี เล่นดนตรีหรือฟังเพลง แก่ก็ต้องฟังเพลง แม้กระทั่งตายก็ยังมีเพลงงานศพ หนูเลยรู้สึกว่าดนตรีมีอยู่ในทุกองค์ประกอบของชีวิต

“ตอนนี้เรียนอยู่ที่ ABAC School of Music สาขา Music Entrepreneurship เมเจอร์เปียโนแจ๊สค่ะ มาเริ่มที่นี่เลย ตอนนี้เล่นเป็นแล้ว กำลังฝึกอิมโพรไวส์อยู่ ณ วันนี้เวลาจับเปียโนหรือซ้อมดนตรี หนูคิดว่าตัวเองคิดถูกมาก ยิ่งเรียนดนตรีก็ยิ่งทำให้รู้จักอะไรมากขึ้น จากที่เราแต่งเพลงตามสัญชาตญาณ เราเริ่มเอาทฤษฎีเข้ามาใช้มากขึ้น บวกกับความเป็นเอกลักษณ์ของเรา”

9 พรสวรรค์ที่ไม่ต้องแสวง

แม้เธอจะยืนกรานว่าตัวเองไม่มีทักษะเลอเลิศใดๆ แต่เราเลือกที่จะไม่เชื่อ เพราะสิ่งที่สัมผัสในวันนี้ยืนยันได้ว่ามิลลิเป็นสาวน้อยรวยเสน่ห์ มากความสามารถ และเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ตัวจริง

“หนูไม่เก่งทักษะอะไรเลย กระจอกงอกง่อย สิ่งที่มั่นใจคือการเต้น เราไม่ได้เต้นเก่ง แต่เต้นได้ทุกเพลง ถ้าเปิดเพลง… (เริ่มฮัม) ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก… หนูก็เต้นได้ เปิดเพลงอะไรมาก็เต้นได้ และอีกหนึ่งความสามารถคือหนูผิวปากได้ทุกเพลง

“ตอนนี้หนูมีรายการชื่อว่า นวยพาครัว ช่อง MILLI Official เป็นรายการทำอาหารชั้นนำของประเทศไทย แข่งกับมาสเตอร์เชฟได้ หยอกเล่นค่ะ จริงๆ แล้วเป็นรายการทำอาหารของคนทำอาหารไม่เป็นเช่นหนู นี่ก็ EP 5 แล้วนะ แต่หนูเพิ่งทอดไข่เป็น!!”

Photographer: Adison Rutsameeronchai

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Special Thanks: Fats and Angry Restaurant

Other Articles