Monday, May 17, 2021

ความหมายหลากมิติของเสื้อเกราะในโลกแฟชั่น

จากชุดเกราะยุคโบราณสู่เครื่องแต่งกายร่วมสมัย ในวันนี้ breastplate ซึ่งผสมผสานความมัสคิวลีนซึ่งเป็นแนวคิดดั้งเดิมเข้ากับการเน้นรูปร่างของผู้หญิงให้ดูเกินจริงกำลังเป็นที่สนอกสนใจของโลกแฟชั่น

คุณน่าจะได้เห็นภาพคิม คาร์เดเชียนใส่ชุดที่ทำให้ตัวเธอดูเหมือนฮัลก์เมื่อวันคริสต์มาสซึ่งเป็นชุดจากแบรนด์ Schiaparelli รวมถึงชุดที่เซนดาญ่าใส่ไปงาน Critics’ Choice Awards เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นชุดเมทัลลิกสีชมพูของ Tom Ford  แน่นอนว่าชุด breastplate (หรือที่เรียกว่า เกราะกันอก หรือที่ในพจนานุกรมแปลว่าทับทรวง)   เหล่านี้ทำให้คนถกกันไม่หยุด แฟชั่นไอเท็มชิ้นนี้ทำหน้าที่ห่อหุ้มเรือนร่าง โดยเฉพาะช่วงลำตัวเสียจนดูเหมือนงานประติมากรรม และล่าสุดยังปรากฏในคอลเลกชั่นโอตกูตูร์สปริง-ซัมเมอร์ 2021 ของ Schiaparelli ด้วย แม้ในวันนี้เจ้า breastplate จะให้ความรู้สึกอาวองต์การ์ดล้ำสมัย แต่มันก็ดำรงอยู่ในประวัติศาสตร์แฟชั่นมานานแล้ว 

breastplate มีกำเนิดในยุคกรีกโบราณ สร้างมาเพื่อปกป้องร่างกายและจำลองรูปร่างในอุดมคติของมนุษย์ ส่วนใหญ่จะผลิตขึ้นจากบรอนซ์หรือหนัง และเจ้า breastplate นี้กลายมาเป็นเครื่องแบบทหารในช่วงศตวรรษที่ 4-5 และได้รับการตีความในเชิงคอนเซ็ปต์ในโลกแฟชั่นเรื่อยมา ในยุคที่ผู้หญิงใส่คอร์เซ็ต นิตยสารและผู้นำสไตล์ต่างก็เชิดชู cuirasse bodice ในยุค 1880s ซึ่งเป็นชุดที่รัดช่วงเอวยาวลงมาก่อนจะเป็นกระโปรง มีความคล้ายคลึงกับชุดสำหรับออกรบ

ในช่วงเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา breastplate ได้เลื่อนสถานะและปรากฏอยู่บนแฟชั่นรันเวย์ระดับโลก  ในปี 1969 Yves Saint Laurent ได้ขอให้ประติมากร Claude Lalanne สร้างเกราะที่จำลองมาจากช่วงตัวของนางแบบ Veruschka von Lehndorff ในคอลเลกชั่น Empreintes สำหรับ Fall/Winter และยังปรากฏอยู่ในคอลเลกชั่นโอตกูตูร์ Fall/ Winter 2002 ด้วย 

Issey Miyake ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นสาย experimaental เองก็ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นและเรือนร่างไว้ในคอลเลกชั่น Fall/Winter 1980 หนึ่งในไอเท็มเด่นที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์แฟชั่นก็คือชุดเกาะอกพลาสติกสีเมทัลลิกที่ดูฟิวเจอริสติก และเป็นผลงานชิ้นโปรดของนางแบบและนักร้องระดับตำนานอย่างเกรซ โจนส์  

ดีไซเนอร์สายคอนเซปชวลอย่าง Thierry Mugler, Hussein Chalayan และ  Jean Paul Gaultier ก็นำเสนอการตีความ breastplate ในช่วงยุค 1980s และ 1990s  ไม่ว่าจะเป็น cone bras หรือ motorcycle corset ดูเหมือนว่าเหล่าดีไซเนอร์จะชอบที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างของผู้หญิงให้กลายเป็นชิ้นส่วนกลไกได้ 

  • Alexander McQueen Spring/Summer 2001

และแล้วก็มาถึงยุคของ Alexander McQueen ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการตัดต่อและเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผู้หญิงไปในมิติที่ชวนตะลึง โดยใช้วัสดุอย่างโลหะและหนัง เขาแปรเปลี่ยน breastplate แบบพลิกขนบความคิดดั้งเดิม  ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษผู้นี้นำเสนอไอเท็มนี้ไว้หลากหลาย เชื่อมโยงคุณสมบัติแบบชุดเกราะ สื่อให้เห็นถึงพลังแม้ในยามที่เรือนร่างถูกปิดทับอยู่ในกรอบรูปทรง แต่ก็ยังดูงดงามและลึกลับตามแบบฉบับแม็กควีน 


“I want people to be afraid of

the women I dress.”

Alexander McQueen

เมื่อปีที่แล้ว ผลงานเด่นที่กลายเป็นที่กลัวขวัญต้องยกให้กับ breastplate เมทัลลิกจากรันเวย์ Spring/Summer 2020 ของ Tom Ford ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานคอลลาบอเรชั่นระหว่าง YSL และ Claude Lalane ไอเท็มนี้ปรากฏอยู่ในหน้านิตยสารแฟชั่นมากมาย สวมใส่โดยดาราระดับเอลิสต์ โดยเฉพาะลุคของเซนดาญ่าในงาน Critics Choice Award จากคำอธิบายของลอว์ โรช สไตลิสต์ของเซนดาญ่า ชุดเกราะนี้หล่อขึ้นมาใหม่เพื่อเรือนร่างของเธอโดยเฉพาะด้วยวิธี 3D Scan 

ส่วนผลงานที่แดเนียล โรสเบอร์รี่ ออกแบบให้กับแบรนด์ Schiaparelli ล่าสุดนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากอดีต เป็นการแสดงความรำลึกถึงผู้ก่อตั้งแบรนด์ผู้ชื่นชอบในสไตล์เซอร์เรียลิสต์ โดยเฉพาะหุ่นกายวิภาคที่เก็บอยู่ในห้องทำงานของสเคียปาเรลลี่ และโรสเบอร์รี่นำมาตีความใหม่ออกมาหลากหลาย ทั้งสีทองสไตล์มาดอนน่า หรือจำลองเรือนร่างแบบมีซิกแพ็ก 

โรสเบอร์รี่ให้สัมภาษณ์ว่าเขาอยากท้าทายขนบและมุมมองที่มีต่อโอตกูตูร์ “ผมเริ่มคิดว่า ในโลกกูตูร์มันแฝงความเกลียดชังต่อผู้หญิง (misogyny) หรือเปล่า ถึงต้องนำเสนอให้ผู้หญิงดูเฟมินีนขั้นสุด ดูสวยหวาน หรือไม่ก็ดูคล้าย Bridgerton ชุด breastplate นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นผู้ชายเลย แค่เป็นมุมมองต่อผูัหญิงที่มีกล้าม” 

สิ่งที่โรสเบอร์รี่กล่าวทำให้คิดว่าเขาอ่านหนังสือของอเล็กซานเดอร์ แม็กควีน ซึ่งเคยกล่าวว่า “ผมออกแบบชุดเพราะผมไม่อยากให้ผู้หญิงดูใสซื่อไร้เดียงสา… ผมอยากให้ผู้หญิงดูแกร่งขึ้น… ผมไม่อยากให้ผู้หญิงถูกเอาเปรียบ… ผมไม่ชอบผู้ชายผิวปากเมื่อเห็นผู้หญิงเดินผ่านมา… ผมคิดว่าพวกเธอควรได้รับความเคารพ ผมชอบที่ผู้ชายรักษาระยะกับผู้หญิง ผมชอบให้ผู้ชายรู้สึกตะลึงเมื่อเธอปรากฏตัว ผมเคยเห็นผู้หญิงถูกสามีทุบตีจนเกือบตาย ผมรู้ว่าความรู้สึกเกลียดผู้หญิงคืออะไร… ผมอยากให้คนเกรงกลัวผู้หญิงที่ผมออกแบบชุดให้” 

breastplate จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ทั้งในความของการป้องกันและการต่อสู้  กลายเป็นไอเท็มที่ช่วยเสริมให้รู้สึกกล้าแกร่ง ทั้งยังส่งสารถึงสังคม สื่อถึงอุดมคติเชิงบวกต่อเรือนร่าง และหมายถึงหญิงแกร่งผู้เปี่ยมด้วยพลัง ได้รับการปกป้องด้วยชุดเกราะ และพร้อมแก่การต่อสู้ 

Other Articles

spot_img

Pyer Moss สร้างประวัติศาสตร์ เป็นดีไซเนอร์แอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่จะได้โชว์ในโอตกูตูร์แฟชั่นวีค

0
Kerby Jean-Raymond เรียกว่าเป็นอีกสเต็ปหนึ่งของชีวิตดีไซเนอร์เลยล่ะหากได้แสดงผลงานในโอตกูตูร์แฟชั่นวีค หรือสัปดาห์แสดงคอลเลกชั่นแฟชั่นชั้นสูง เพราะในโลกแฟชั่นที่สุดแสนจะเอ็กซ์คลูซีฟนั้น มีกฎข้อบังคับมากมายกับการที่สักแบรนด์หนึ่งจะเรียกได้ว่าเป็น “Haute Couture” แต่ล่าสุดก็ถึงคราว Kerby...

‘โฮเทลมิวส์ แบงค็อก’ โรงแรมที่ผสานทุกความทันสมัย เพื่อให้ทุกคนกลับมาเยือน

หากนึกถึงโรงแรมใจกลางเมืองที่มีความทันสมัย ขณะเดียวกันก็มีเรื่องราวความพิเศษให้น่าค้นหา ‘โฮเทลมิวส์ แบงค็อก’ (Hotel Muse Bangkok) คงเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคทองแห่งการเดินทางในช่วง...

ย้อนเวลาไปกับ Katy Perry และ Pikachu ในเอ็มวีเพลง ‘Electric’ ที่แสนจะน่ารัก

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ศิลปินซูเปอร์สตาร์อย่าง เคที เพอร์รี (Katy Perry) หลงใหลและชื่นชอบการ์ตูนโปเกมอนเป็นอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการที่เธอได้เล่นวิดีโอเกมสมัยที่ยังเป็นเด็กนั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=ojpTpT5i-PI ล่าสุดเธอได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด Electric...

“มีน” ผู้กำกับ ชวนลุ้นความสัมพันธ์ “เต๋-โอ้เอ๋ว”

0
แฟนๆ ซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2” (I Promised You the Moon)  คงได้เห็นเทรลเลอร์ที่ปล่อยออกมาให้ชมเมื่อวานนี้กันแล้ว นอกจากเรื่องราวการเติบโต ความฝัน...

Hermès Arceau Space Derby หน้าปัดแห่งจินตนาการ

0
เมื่อปี 1978 อองรี ดอริญี (Henri d’Origny) ได้ออกแบบนาฬิกาตัวเรือนทรงกลมพร้อมด้วยข้อต่อตัวเรือนอสมมาตรในรูปทรงของโกลนซึ่งได้กลายมาเป็นนาฬิกาไอคอนิกของ Hermès และรู้จักกันในชื่อคอลเลกชั่น อาร์โซ...