Monday, October 3, 2022

เปิดโลกจิวเวลรี่ชั้นสูงในมุมมองของ Hermès ที่นำเสนอผ่านภาษาดีไซน์เฉพาะตัว

คอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ของ Hermès (แอร์เมส) ล่าสุดมีชื่อว่า Lignes Sensibles (เส้นสายแห่งผัสสะ) เกิดขึ้นจากจินตนาการของปิแอร์ ฮาร์ดี (Pierre Hardy) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกจิวเวลรี่ ซึ่งเลือกใช้เส้นสาย ปริมาตร และรูปทรงเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของงานดีไซน์ สะท้อนสุนทรียะแห่งการเคลื่อนไหว และแสดงออกถึงความเป็นอิสระเสรี เรียกได้ว่านี่คือผลงานที่ชูแนวคิดและสุนทรีย์เป็นตัวนำ มากกว่าจะชวนเรามาถกกันด้วยเรื่องของจำนวนกะรัตตามธรรมเนียมนิยมทั่วไป

ฮาร์ดีตั้งใจให้คอลเลกชั่น Lignes Sensibles สื่อความรู้สึกราวกับเป็นผิวที่สอง นำเสนอผ่านเส้นสายรูปทรงหลากหลาย ทั้งเส้นขด หยดน้ำ และเรขาคณิต ผลงานที่สร้างสรรค์จากโรสโกลด์ซึ่งงดงามดุจโทนสีผิว ให้สัมผัสบางเบาราวกับการลูบไล้ ถ่ายทอดเป็นความอีโรติกผ่านการเคลื่อนไหวบนเรือนร่าง ไม่ว่าจะเป็นตุ้มหูและเข็มกลัดที่เน้นเส้นสายบางเบา กำไลที่แม้รูปลักษณ์จะดูแข็งแกร่งแต่กลับเบาสบาย และที่ขาดไม่ได้คือสร้อยคอ Contre la peau necklace ซึ่งเกิดจากความรู้สึกและสัญชาตญาณ เพราะไม่ได้มีการสเก็ตช์ภาพไว้ก่อน “ในการออกแบบพื้นผิวที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นตัวได้ดี เพื่อให้โอบรับกับสรีระของคอได้เหมือนกับเป็นอ้อมกอด ทำให้เราพบว่างานตาข่ายโลหะที่ทำขึ้นมานั้นมีพื้นผิวลวดลายเป็นลักษณะสามเหลี่ยมเล็กๆ ต่อกันคล้ายกับโครงสร้างของผิวหนังเป็นอย่างมาก เป็นพื้นผิวที่ประกอบขึ้นจากโลหะ ทองคำ และเพชร นับว่าเป็นผลงานที่ทำออกมาใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบที่สุดก็ว่าได้

“ทั้งคอลเลกชั่นให้ความรู้สึกราวกับเป็นการลูบไล้” ฮาร์ดีกล่าว “สร้อยคอให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนอยู่ในอ้อมแขนที่โอบประคองไว้ แหวนที่ผมออกแบบเมื่อสวมใส่แล้วต้องดูงดงามเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ไม่ได้เป็นเพียงแค่เม็ดหินอัญมณีที่ใส่อยู่บนนิ้วเท่านั้น ผมต้องการสร้างกระบวนการซึมซาบทางอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งผ่านจากเครื่องประดับไปสู่มือ”

ในคอลเลกชั่นนี้มีการใช้แพตเทิร์นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นขด ตาราง และรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ มีนัยสำคัญที่คุณต้องการถ่ายทอดหรือเปล่า 

“ผมได้แรงบันดาลใจมาจากอุปกรณ์ที่ใช้ฟังเสียงร่างกาย เช่น หูฟังของหมอสำหรับฟังเสียงและการสั่นสะเทือนของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ผมเลยอยากถ่ายทอดความรู้สึกภายในเหล่านี้ออกมาเป็นดีไซน์บนผิวหนัง ดีไซน์ที่มีเส้นสายแผ่กระจายไปรอบๆ ผมชอบที่เราสามารถเลือกรูปร่างสรีระที่แตกต่าง กำหนดรูปแบบการรับรู้ความรู้สึกที่เราอยากจะถ่ายทอด เป็นเหมือนการจำลองคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นให้มองเห็นได้ผ่านรูปทรงของเครื่องประดับ”

คาแร็กเตอร์ของงานดีไซน์ในคอลเลกชั่นนี้มีความนุ่มนวล ซึ่งรวมไปถึงสีต่างๆ ที่เลือกใช้ด้วย

“ผมต้องการใช้อัญมณีที่มีสีใกล้เคียงกับสีผิวมากที่สุด อย่างเฉดสีเดียวกับสีเนื้อ ริมฝีปาก หรือม่านตา สำหรับวัสดุอื่นๆ ผมเลือกใช้โทนสีขาวขุ่นเพื่อให้ดูกลมกลืนไปกับผิวจริงๆ จะเห็นได้ว่าในคอลเลกชั่นที่ผ่านมา นัยยะเรื่องร่างกายจะถูกตีความผ่านการใช้สัญลักษณ์ เช่นดีไซน์ของสายโซ่ต่างๆ แต่ในคอลเลกชั่นนี้จะตรงไปตรงมา เครื่องประดับจะวางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับร่างกายมากขึ้น ทุกชิ้นถูกออกแบบให้สวมใส่ได้แนบสนิทพอดีที่สุด ไม่ว่าจะใส่บนนิ้วมือ คอ หรือข้อมือ ผมอยากย้อนกลับไปให้ความสำคัญของการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเนื้อหนังบนร่างกาย”

ในคอลเลกชั่นนี้ คุณได้คิดถึงการเคลื่อนไหวไหม

“แน่นอนครับ ในความคิดผม วัสดุมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คอลเลกชั่นจึงต้องพัฒนาตามไปด้วย จากสิ่งที่จับต้องได้ที่สุดไปสู่สิ่งที่เป็นนามธรรมที่สุด ด้วยความที่ผมเป็นคนหลงใหลทั้งเรื่องศาสตร์ทางสรีระและการเคลื่อนไหวของร่างกาย จึงทำให้ผมเริ่มต้นศึกษาเรื่องกระดูก โดยเฉพาะกระดูกข้อมือและความสวยงามของโครงสร้าง แล้วต่อยอดมาถึงไอเดียการใช้รูปเส้นขด หยดน้ำ และวิธีการนำเสนอ รวมไปถึงข้อจำกัดต่างๆ บนสรีระร่างกาย”

งานดีไซน์ของคุณมีการใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก อย่างดีไซน์เข็มกลัดที่มีกลิ่นอายของภาพวาดแนวแอ็บสแตร็กต์

“รูปทรงเรขาคณิตมีอยู่ในตัวของทุกคน ศิลปะก็แค่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความสวยงามเหล่านั้นออกมา ผมชอบมากที่ร่างกายของเราเต็มไปด้วยสัดส่วนสมมาตร เพราะมันบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของกลไกภายในและการเชื่อมต่อของระบบการทำงานทั้งหมด เครื่องประดับที่ผมออกแบบนั้นก็คือความพยายามที่จะหยิบยกสิ่งเหล่านี้ออกมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงมิติด้านต่างๆ ภายในร่างกายและให้ความสำคัญกับมิติเหล่านั้น”

Other Articles