Advertisement

Saturday, March 6, 2021

Advertisement

กัน-ณภัทร ณ ระนอง กับความรักที่มีต่อการแสดง และแฟชั่นที่ไม่ใช่ความบังเอิญ

จากบทบาท ‘พี่เทคโน’ ในซีรีส์วาย ‘บังเอิญรัก’ หรือ ‘Love by Chance’ ทำให้สาวๆ ตกหลุมรัก กัน-ณภัทร ณ ระนอง เข้าอย่างจัง และยิ่งหนักและลึกขึ้นเมื่อได้รู้จักกับตัวตนจริงๆ ของหนุ่มตี๋หน้าใสคนนี้ผ่านช่องทางต่างๆ ก็ใครจะไม่ชอบหนุ่มมาดเท่ อารมณ์ดี ขี้เล่น และมีรอยยิ้มน่ารักตลอดเวลาที่ได้พูดคุยด้วยบ้างล่ะ 

 กันทำงานในวงการหลากหลาย ทั้งเป็นนายแบบ เล่นดนตรี และแสดง “จริงๆ กันเข้าวงการตั้งแต่เรียนอยู่ปีสอง (คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เริ่มจากการเป็นนายแบบ แล้วก็มีโอกาสได้เข้ามาเล่นซีรีส์ ตอนนั้นยังใหม่เลยต้องใช้เวลาอยู่กับมัน พยายามพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วก็ลองทำงานหลากหลาย พอเรียนจบมาแล้วก็รู้สึกแปลกเหมือนกัน ถ้าเทียบกับเพื่อนๆ บันไดที่เราปีนขึ้นมา มันไม่เหมือนกับคนอื่น เราผ่านอะไรมาหลายอย่าง มันเป็นทั้งงานด้วย และเป็นความรับผิดชอบด้วย”

หลังจาก ‘บังเอิญรัก’ ซีซั่น 2 เพิ่งจบไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ในช่วงกลางปีนี้แฟนๆ ของกันก็เตรียมตัวรอพบกับซีรีส์เรื่องใหม่ A Summer Odyssey ได้เลย “ผมเพิ่งถ่าย A Summer Odyssey เสร็จไป เป็นซีรีส์จีน (ที่ดัดแปลงจากการ์ตูน) จะออนแอร์ทางช่อง IQIYI ผมเล่นกับเพื่อนสามคนที่เป็นคนไทย และมีนักแสดงจีนอีกเยอะครับ เรารับบทเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ที่เก่งมากๆ และหยิ่งมากๆ เป็นศัตรูของวงที่เพิ่งมาใหม่ เพราะเขาจะมองเราเป็นไอดอล”

กันเป็นสายเต้นอยู่แล้วไหม

“ผมก็ไม่ได้ขนาดนั้นนะ จริงๆ แล้วชอบฟังเพลงมากกว่า ผมว่าดนตรีมีอิทธิพลเยอะในสังคม แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ เราชอบด้วยซ้ำ มันเป็นสกิลที่เราสนุกกับมัน ต้องใช้เวลาฝึกฝน เพราะดนตรีถึงแม้จะเล่นทุกวัน แต่การที่จะพูดได้ว่าเล่นเป็นก็อาจใช้เวลาสี่ห้าปี ส่วนเต้นก็ฝึกได้ทุกวัน แต่กว่าจะเก่งก็ใช้เวลาสองสามปีเหมือนกัน”

สำหรับคนรุ่นก่อน มักคิดว่าอาชีพเป็นสิ่งที่เราจะทำไปตลอดชีวิต สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างกัน คิดว่าอย่างไร 

“ผมว่ามันเป็นเส้นทางอย่างหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน มันเป็นขั้นบันไดที่เราต้องปีนขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วระหว่างขั้นเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ถึงผมจะเป็นศิลปิน แต่ก็มีอย่างอื่นให้ผมได้ลองทำด้วย ผมว่าเด็กสมัยนี้ทำงานกันหลายรูปแบบ   เป็นmulti-tasking function เพื่อที่จะเอาสิ่งที่เก็บเกี่ยวมาระหว่างทางไปใช้ในอนาคต”

ถ้าพูดถึงชื่อกัน-ณภัทร ก็ย่อมต้องนึกถึงผู้ชายสายแฟชั่น สไตล์แบบกันเรียกว่าสไตล์อะไร

“ผมว่ามันตอบยาก ผมคงจะพูดถึงทุกแนวที่มีบนโลก มันเริ่มจากเราอ่านนิตยสาร หรือเห็นรูปอะไรมา คนที่เราชอบ แล้วเขาแต่งตัวแบบไหน คือแต่ละวันบางทีผมก็แตกต่างไปมากจนเพื่อนทัก แต่ผมก็มิกซ์เอาจากไอเท็มที่มีครับ แต่สไตล์ที่ยืนหนึ่งเลยสำหรับผมก็คือ ร็อกแอนด์โรลล์ อย่างแบรนด์ Celine, Saint Laurent, Gucci”

คิดว่าวันหนึ่งเราจะกล้าแต่งตัวเป็นแบบแฮร์รี สไตล์เลยไหม

“ผมอาจจะผ่านมาแล้วก็ได้นะ แต่ถ้าเป็นลุคกระโปรงก็ยังไม่รู้เหมือนกัน มีครั้งหนึ่งผมได้ชมหนังสั้นโปรเจ็กต์ของ Gucci ที่มีแฮร์รี สไตล์แสดงด้วย ผมชอบเขานะ คือมีความเท่ และมีสไตล์เป็นของตัวเองมากคนหนึ่ง” 

แล้วตอนนี้เห็นว่าทำแบรนด์ของตัวเองแล้วใช่ไหม

“ใช่ครับ แต่มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น คือเราชอบแฟชั่น แล้วแฟนคลับเราส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง เวลาอยู่บ้านกับพี่สองคน เราชอบคุยกับพี่เรื่องแฟชั่น เลยคิดกันว่าเราทำกันดีไหม ไม่ต้องแฟชั่นจ๋าก็ได้ แค่แสดงความเป็นตัวเอง เลยตั้งชื่อแบรนด์ว่า Villainaire มาจากคำว่าตัวร้าย เพราะพ่อแม่ชอบบอกว่าผมสองคนเป็นไอ้ลูกตัวร้าย ก็เอามาทำเป็นคาแร็กเตอร์ที่มีความแสบแต่น่ารัก คนน่าจะเข้าถึงได้”

สมัยเรียนโรงเรียนมีฉายาไหมคะ

“ไม่มีนะ (เพราะเราไม่แสบพอเหรอ?) ไม่ครับ แต่สมัยมัธยมมีคนเรียก ‘น้องรัน’ (รัน ณ ระนอง บรรณาธิการดิจิตัลของนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์) เพราะพี่ผมแสบ (หัวเราะ) คือผมเล่นดนตรีประกวดตั้งแต่ ม.4 ก็เลยจะไม่ได้สุงสิงกับใครมากเท่าไหร่”

ความฝันวัยเด็กคืออะไร

“จริงๆ กันอยากเป็นคนขายไอติม คือสมัยก่อนเวลาเลิกเรียนพิเศษช่วงวันศุกร์ พ่อจะชอบพาไปกินไอติม เราเลยชอบกินไอติมมากๆ ตอนที่ผมสอบเข้าจุฬาฯ ได้ ผมไม่ขออะไรพ่อแม่เลยนะ แค่ให้พาไปกินไอติม ขอแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ผมเคยคิดอยากเปิดร้านไอติมเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าถ้านี่เป็นสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ก็คงต้องเรียนรู้ก่อน แล้วทำให้มันปังๆ ไปเลย”

เป้าหมายต่อไป

“ผมว่าผมก็คิดเรื่องนี้และทำมาตลอด อาจจะเพราะว่าเราได้มีโอกาสเริ่มเส้นทางนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย คิดว่ามันก็คือการทำงานด้านนี้ต่อไป แล้วผมก็มองว่าอาชีพเรามันคือการทำให้คนมีความสุขด้วย แต่ถ้ามีบั้นปลาย แค่มีเงินใช้ มีความสุข พ่อแม่เราแฮปปี้ ผมก็โอเคแล้ว คือพ่อแม่มักมองเราว่าเป็นเด็กตลอด เราก็อยากจะให้เขาเห็นว่าเรายืนด้วยขาของตัวเองได้แล้ว”

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นซีรีส์ episode ที่กำลังแสดงอยู่ตอนนี้จะตั้งชื่อว่าอะไร

“อันนี้ล่ะกัน Stylish Kid in a Riot มันเป็นคำที่ผมกับพี่ชอบ” 

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ใน L’Officiel Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2021

Photographer: Adison Rutsameeronchai  

Stylist: Piphacha Vonpiankul 

Writer: Pimpilai Boonjong 

Makeup: Kwankhao Sumalee

Hair: Phoonthas Lertmanorat

Other Articles

Advertisement