Tuesday, September 27, 2022

โปรเจ็กต์คอลลาบอเรชั่นฮ็อตๆ… เมื่อแบรนด์นาฬิการ่วมงานกับดีไซเนอร์

การแลกเปลี่ยนมุมมองทำให้เกิดความแตกต่าง ไม่ใช่เป็นแค่กิมมิกสร้างความตื่นเต้น เราจึงมักได้เห็นโปรเจ็กต์คอลลาบอเรชั่นระหว่างแบรนด์ต่างสาขา เช่น แฟชั่นที่จับมือกับศิลปิน แบรนด์หรูร่วมกับแบรนด์สตรีท

เช่นเดียวกับวงการนาฬิกา หลังจากได้ยินข่าว อาร์มานี่ กรุ๊ป จากอิตาลี่ ประกาศจับมือกบแบรนด์นาฬิกาสวิส Parmigiani Fleurier เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาหรูเพื่อวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2021 เราก็รอลุ้นกันแล้วว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ในระหว่างนี้ ลองมาดูกันว่ามีโปรเจ็กต์คอลแลบอะไรเกิดขึ้นในโลกนาฬิกาบ้าง บอกเลยว่าน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

Hublot x Yohji Yamamoto

โยจิ ยามาโมโตะ คือดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นสายอาวองต์-การ์ดซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในแฟชั่นซีนระดับโลกมานานกว่าสามทศวรรษ ด้วยโครงชุดแปลกตา เส้นสายเท่ๆ ความหลงใหลในเฉดสีเข้มขรึม โดยเฉพาะเฉดสีดำที่เชื่อมโยงกับการที่เขาเติบโตมาในยุคสงคราม

Hublot Big Bang Camo Yohji Yamamoto คือโปรเจ็กต์ที่สองที่สองแบรนด์ร่วมงานกัน และถือเป็นผลงานที่สามารถแสดงถึงตัวตนของ Yohji Yamamoto และเอกลักษณ์ความเป็น Hublot ได้อย่างดี หน้าปัดปูด้วยคริสตัลแซพไฟร์ ซึ่งตกแต่งด้วยลายพรางสีเทา สีดำ และสีเขียววางสลับอย่างเข้ากัน แยกการแสดงวินาทีไปไว้ในหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกา ส่วนเข็มวินาทีหลักสลับไปทำหน้าที่จับเวลาในหน่วยวินาทีร่วมกับการแสดงค่จับเวลาหน่วยนาทีที่หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดยมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ติดตั้งร่วมอยู่ภายในด้วยเช่นกัน ผลิตเพียง 200 เรือน และวางจำหน่ายที่บูติก Hublot เท่านั้น 

Rado X Studio Formafantasma 

Andrea Trimarchi และ Simone Farresin คู่หูนักออกแบบชาวอิตาเลียน-ดัตช์มือรางวัล เป็นผู้ก่อตั้ง Studio Formafantasma ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งสองได้ร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกา Rado ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องวัสดุในการออกแบบนาฬิการุ่น Rado True Square Formafantasma ซึ่งผลิตจากไฮเทคเซรามิกและรวมเอาแนวคิดทางประวัติศาสตร์ของนาฬิกาแบบพก ผสานกับสไตล์ที่หนักแน่นและทรงพลังของราโดเข้าไว้ด้วยกัน

True Square Formafantasma ใช้เลเยอร์พิเศษของไฮเทคเซรามิกในการปกป้องนาฬิกาจากรอยขีดข่วน โดยมีหน้าต่างขนาดเล็กอยู่บนหน้าปัด ซึ่งตัวของหน้าต่างบอกเวลาเองได้รับการปกป้องด้วยคริสตัลแซฟไฟร์ นอกจากนี้สายนาฬิกายังทำจากไทเทเนียมและไฮเทคเซรามิกสีเทาอ่อนชนิดด้านพร้อมกับบานพับล็อกแบบ 3 ทบ และด้านหลังตัวเรือนทำจากไทเทเนียมที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

Girard-Perregaux X DRx

Darren Romanelli หรือที่รู้จักกันในชื่อ DRx คือสตรีทแวร์ดีไซเนอร์ผู้หลงใหลในประเทศและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่แปลกที่เขาจะได้มาร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกาสวิส Girard-Perregaux ในโปรเจ็กต์ฉลองสายสัมพันธ์ 160 ปีระหว่างแบรนด์กับญี่ปุ่นนับตั้งแต่สมัยฟรองซัวส์ แปร์โกซ์ นั่นคือนาฬิการุ่นพิเศษ 1966 East to West “ที่ผมตัดสินใจร่วมงานกับแบรนด์จีราร์ด-แปร์โกซ์ก็เพราะมรดกของฟรองซัวส์ แปร์โกซ์ เพราะเขาเป็นคนไม่ทำตามขนบและเป็นผู้นำเทรนด์ แล้วผมก็อยากทำลองทำงานแฟชั่นกับศิลปะ และลองรวมงานกับคนในสาขาอื่นๆ”

1966 East to West เล่นกับแนวคิด duality เช่นหน้าปัดออกนิกซ์สีดำดูเรียบง่าย แต่โลโก้ GP และเข็มนาฬิกากลับแฝงความขี้เล่น และกว่าจะได้หน้าปัดออนิกซ์อย่างที่เห็น ต้องผ่านขั้นตอนถึง 15 ขั้นตอน และยังผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 18 เรือนเท่านั้น

Oris x Momotaro

ในฐานะบริษัทอิสระ Oris สามารถกำหนดวิถีทางและดำเนินไปตามทางของตนเอง โดยปีนี้ทางแบรนด์ได้ร่วมกับ Momotaro Jeans ของประเทศญี่ปุ่น สร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษ Oris x Momotaro ผลิตจากสตีลและบรอนซ์ โดยใช้ตัวเรือนที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ Oris Divers Sixty-Five ประกอบเข้ากับสายเดนิมสีอินดิโก้ของ Momotaro พร้อมลายแถบสีขาวสองเส้น ‘Battle Stripes’ อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์เดนิม และสื่อถึงธงรบของโมโมทาโร่ วีรบุรุษในตำนานของญี่ปุ่น

มร. ฮิซาโอะ มานาเบะได้ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมาเมื่อปี 1992 ในเมืองโคจิมะ ด้วยพนักงานเพียงสามคน เขาเลือกใช้เฉพาะเส้นใยฝ้ายยาวที่ดีที่สุด นำมาย้อมด้วยสีอินดิโก้เท่านั้น โดยใช้เทคนิค Rope Dyeing หรือการย้อมมัดด้าย ซึ่งเป็นต้นตำรับของการย้อมผ้าแบบญี่ปุ่นสมัยโบราณ “โอริสจึงเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบลงตัวของเรา เพราะเหมือนกับ Momotaro บริษัทอิสระที่เลือกแนวทางชัดเจน กล้าหาญ และลุ่มหลงในเรื่องของคุณภาพ นี่ไม่ใช่เพียงการร่วมมือกันในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ แต่ทั้งในจิตวิญญาณ วัฒนธรรม และงานฝีมือของเรา”

Other Articles