Wednesday, September 28, 2022

เจาะลึก! เบื้องหลังการสร้างสรรค์เครื่องหนัง Serpenti Forever จาก Bvlgari

ค้นพบเส้นทางการสร้างสรรค์ที่น่าตื่นเต้นของ Serpenti Forever ไอคอนแห่ง
ความหรูหรา และสไตล์เหนือกาลเวลา


หากกล่าวถึง สัญลักษณ์ไอคอนิกที่เปรียบได้กับตัวแทน ‘ความเย้ายวนชวนค้นหา’ ของแบรนด์เครื่องประดับสัญชาติอิตาเลียนอย่าง Bvlgari เชื่อแน่ว่าทุกคนต่างต้องนึกถึง Serpenti สัญลักษณ์งูของ Bvlgari ซึ่งแสดงถึงการเกิดขึ้นใหม่อย่างไม่รู้จบ เปรียบได้กับสัญลักษณ์แทนความหมาย ที่จุดประกายพลังให้กับนักออกแบบจากรุ่นสู่รุ่น นำมาสร้างสรรค์เป็นทั้ง เครื่องประดับไอคอนิก และพัฒนาต่อยอดสู่กลไกของหมุดปิดรูปหัวงู ร้อยเรียงไปกับเกล็ดทรงหกเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องประดับไปจนถึงงานเคลือบหลากสีสัน หลายผิวสัมผัส และโทนสีนัยน์ตาอันน่าหลงใหล ที่สืบทอดต้นแบบกันมาจากยุค 1960 จวบจนปัจจุบัน

  • ที่มาของมนต์เสน่ห์แห่ง Serpenti

สัญลักษณ์รูปหัวนี้มีกลิ่นอายของเครื่องประดับจาก Bvlgari ในทุกรายละเอียด สร้างขึ้นจากเทคนิคการหล่อขี้ผึ้งซึ่งเป็นการสร้างแบบหล่อจากขึ้ผึ้งก่อน จากนั้นละลายขี้ผึ้งให้กลายเป็นช่องว่างและเติมโลหะเหลวลงไป นอกจากนี้ การใช้หินล้ำค่าที่มีสีสันโดดเด่นแทนตาของงูหรือใช้ประดับเป็นรายละเอียดต่าง ๆ คือเอกลักษณ์ของแบรนด์เครื่องประดับจากโรมันอย่างแท้จริงผ่านการเลือกใช้หินหลากสีสันในผลงานที่ผ่านมา


งานออกแบบจากคลังผลงานอันน่ตื่นตาตื่นใจของ Bvlgari ไม่ได้มีเพียงแค่สัญลักษณ์รูปหัวงูเท่นั้น แต่ยังมีสายโซ่เส้นหนาที่เป็นหนึ่งในอกลักษณ์โดดเด่นของเครื่องประดับจากแบรนด์ โดยกลายเป็นธีมหลักของคอลเลคชั่นเครื่องหนังและเครื่องประดับซึ่งถูกนำเสนออย่างล้ำสมัยและเหนือความคาดหมายเช่นคย

โซ่ถูกนำมาใช้เพื่อความสวยงามมากกว่าประโยชน์ใช้งาน และสร้างขึ้นด้วยเทคนิคเดียวกับเครื่องประดับล้ำค่าของ Bvlgari ประดับเข้ากับหนังชนิดต่าง ๆ เพื่อสร้างลวดลายอันน่าที่ง หรือนำไปผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดสีเฉพาะ เช่น การไล่สีแบบ Degrade หรือการใช้สีทองหลายรูปแบบร่วมกัน โซ่คล้องไหล่ที่สวยงามสะกดสายตานี้ยังใช้การต่อทีละข้อด้วยมือเช่นเดียวกับเครื่องประดับ ซึ่งทำให้มีรูปทรงที่ย่อส่วนลงเช่นเดียวกับสร้อยคอแบบ Sautoir และ Collier รุ่นที่โด่งดังของ Bvlgari อีกด้วย

Bulgari
  • จากจิวเวอรีไอคอนิกสู่สุดยอดเครื่องหนังแห่งความเย้ายวน

เพื่อย้ำชัดถึงดีเอ็นเอของ Bvlgari ที่ต่อยอดสู่งานออกแบบเครื่องหนัง ทางแบรนด์ยังใช้กรรมวิธีอันเป็นเอกลักษณ์กับหนังมูลค่าสูงและวัสดุล้ำค่า โดยอาศัยช่างฝีมือที่สืบทอดเทคนิคต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้หนังจระเข้ของ Bvlgari มีเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากแบรนด์เครื่องหนังสัญชาติอิตาเลียนที่เราเห็นกันทั่วๆไป นั่นเพราะ Bvlgari เลือกใช้กรรมวิธีเฉพาะที่ได้แรงบนดาลใจมาจากเครื่องประดับ เช่น ความเหลือบวาวแบบมุก ความล้ำค่าอย่างเหนือชั้นของหนังงูทะเล (Kaung) ที่สะกดสายตาเกิดขึ้นจากกรรมวิธีที่ทำให้หนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ให้ผิวส้มผัสที่นิ่มคล้ายกับผ้า

ส่วนหนังงูนั้นส่องประกายเงาวาวตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ด้วยความชำนาญของเหล่าช่างฝีมือจากแบรนด์ โดยช่างผู้สร้างผลงานของ Bvlgari ระบายสีสันบนวัสดุล้ำค่นี้ทีละเกล็ดด้วยมือเพื่อขับเน้น ความมีชีวิตชีวาตามธรรมชาติด้วยคู่สีมากมายอย่างไม่รู้จบ

ทั้งหมดนี้ ทำให้กระเป๋าหนังจาก Bvlgari ที่ออกแบบและตัดเย็บจาก Florence Atelier ยังคงรากฐาน
แห่งความเป็นโรมันไว้อย่างเต็มเปี่ยม และทางแบรนด์ยังมุ่งมั่นขยายไปสู่วิธีการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่มาพร้อม
ฝีมือช่างอันล้ำสมัย ความใส่ใจในรายละเอียด การผสมผสานของวัสดุที่เหนือความคาดหมาย และการทดลองกรรมวิธีที่เหนือชั้น

สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความสามารถในการสร้างสรรค์แบบ Made in taly ในฐานะมรดกตกทอดของ Bvgari ซึ่งปรับโฉมตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอและคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดั้งเดิมตลอดมา

Other Articles