Friday, November 27, 2020

บทบาทใหม่ของ ‘มัจฉา’ ป็อปแดนซ์สาวคนใหม่จากค่าย White Fox

จากนางแบบสาวดาวรุ่ง สู่ ป็อบแดนซ์สุดแซ่บของ GMM Grammy ที่พร้อมปลุกกระแส T-POP เมืองไทย!

หากคุณเป็นอีกคนที่คอยติดตามวงการแฟชั่นเมืองไทย คงต่างคุ้นหน้าคุ้นตานางแบบสาวดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-สวิส ที่เราต่างรู้จักเธอกันดีในนาม ‘มัจฉา โมซิมันน์’ หญิงสาวผู้มาพร้อมภาพลักษณ์ความมั่นใจของนางแบบสาวผิวสีน้ำผึ้ง นัยต์ตาทรงเสน่ห์ ซึ่งมีดีทั้งรูปร่าง หน้าตา รวมไปถึงความสามารถที่หลายหลาก กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ White Fox ค่ายเพลงภายใต้สังกัด GMM Grammy มองเห็นพลังความมาดมั่นที่ปรากฎชัดเจนจากตัวตนของ มัจฉา จึงชักชวนให้เธอมาเดบิวต์เป็นศิลปินป็อปแดนซ์ คนล่าสุด ที่พร้อมยกระดับวงการ T-POP ของเมืองไทย!

  • รู้หรือไม่ว่า ? ชื่อของ ‘มัจฉา’ มาจาก นางสุพรรณมัจฉา นางเงือกแสนสวยในวรรณคดีไทย

“สวัสดีค่ะ มัจฉานะคะ ชื่อนี้เป็นชื่อที่คุณพ่อตั้งให้ค่ะ คุณพ่อเป็นคนสวิสค่ะ แต่มาใช้ชีวิตในเมืองไทย ศรัทธาในศาสนาพุทธและรักวรรณคดีไทยมากค่ะ ท่านอ่านเรื่องรามเกียรติ์แล้วบอกกับคุณแม่ไว้เลยค่ะว่าถ้ามีลูกสาว จะตั้งชื่อว่าสุพรรณมัจฉา เป็นชื่อของ Beautiful mermaid ที่เป็นลูกสาวของทศกัณฑ์ แต่คุณแม่กลัวว่าชื่อจะยาวเกินไปเลยขอให้เป็นชื่อ มัจฉาค่ะ แต่คุณพ่อก็ยังอยากให้หมายถึงนางเงือกนะคะ (หัวเราะ)”

  • ไม่หยุดที่จะเดินตามความฝัน

จากนางแบบสาวชื่อดังที่เข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 14 ปี อันที่จริงเธอมีความฝันที่เก็บไว้กับตัวมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือการร้องเพลง ที่แอบซุ่มเรียนมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ อีกทั้งยังเรียนกีตาร์ เปียโน และขิม โดยมีคุณพ่อเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตด้านการเป็นศิลปิน ในขณะที่คุณแม่ค่อยดูแลในเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย จึงหล่อหลอมให้ มัจฉา กลายเป็นสาวสวยสุขภาพดีทั้งกายและใจ

  • ทำไมจึงเลือกเปิดตัวด้วย ซิงเกิลแรกในชีวิตกับ So What

จากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนระหว่าง มัจฉา กับ ค่าย White Fox ที่ตัดสินใจเลือกเปิดตัวเธอในซิงเกิลแรกกับ So What เพลงสไตล์ Electronic dance ผสมกลิ่นอายฮิปฮอปสุดเฟียซที่จะพาให้สาวๆทุกคนฉุดตัวเองออกมาจากความรักพังๆ ที่ไม่มีค่าพอให้เสียเวลา แล้วเดินหน้าต่ออย่างผู้ชนะ พร้อมกับแอตติจูดมั่นใจ ในแบบสาวยุคใหม่!

  • ความรู้สึกของ มัจฉา หลังปล่อยซิงเกิ้ล So What

“ดีใจมากๆเลยค่ะ ฉาฝันอยากเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่เคยบอกใครเลยค่ะ แต่จะแอบร้องเพลงให้คุณแม่ฟังอยู่คนเดียวค่ะ เพราะตอนเด็กๆฉาขี้อายมาก พอได้เข้ามาในวงการก็เริ่มมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นกว่าสมัยเด็กค่ะ ฉาเลยอยากส่งพลังให้กับผู้หญิงทุกคนด้วยเพลงนี้ So What พูดถึง Women’s empowerment อยากให้ผู้หญิงกล้าที่จะพูดความต้องการและรู้จักคุณค่าของตัวเองค่ะ อยากให้ทุกคนรู้สึกสนุกไปกับเพลง และรู้สึกถึงพลังไปพร้อมกับฉานะคะ “

  • เบื้องหลังการทำงานที่ มัจฉา มีส่วนร่วมในซิงเกิ้ลแรกของชีวิต

“เพลงนี้ได้พี่ DABOYWAY มาเป็น Executive Producer และพี่ไนโนมาช่วยดูแลให้ค่ะ และในส่วนของ มิวสิกวิดีโอเป็นทีมโปรดักชั่นจาก HOUSETON ภาพออกมาสวยมากค่ะ เราถ่ายกันสองวัน วันแรกถ่ายในสตูดิโออยู่ในห้องแอร์ และเป็นฉากที่ฉาต้องนอนแช่ในน้ำนานๆ.. หนาวมากค่ะ แต่อีกวัน เป็นเอาท์ดอร์ไปถ่ายกันที่ต่างจังหวัด ร้อนสุดๆ ต่างกับวันแรกเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็เป็นการทำงานที่สนุกมากๆ ฉาดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบเสื้อผ้าในเอ็มวีร่วมกับ พี่มี่ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ MILIN ค่ะ แต่ละลุคในเอ็มวีเป็นคอนเซ็ปต์ 90’s-2000’s ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Mermaid Pop Queen อยากให้ทุกคนได้ชมกันนะคะ ฝากติดตามเพลง So What ซิงเกิลแรกในชีวิตฉาด้วยนะคะ”

Other Articles

เติมความสุขด้วยขนมหวานจากผลไม้ ‘SWEET SOIRÉE’ ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ

ในบรรดารสชาติทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ถามว่ารสใดให้พลังงานกับเราได้แบบฉับไว ตอบเลยว่า ‘รสหวาน’ เวลาที่รู้สึกเหนื่อยแล้วได้กินขนมหวานๆ บอกตามตรงว่ากระปรี้กระเปร่าและฟินสุดๆ และคงเป็นอีกหนึ่งความสุขของคนรักขนมหวานอย่างเรา เมื่อโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เปิดตัว ‘Sweet Soirée’ เป็นครั้งแรก ซึ่งแนวคิดของหวานยามเย็นในรูปแบบใหม่นี้รังสรรค์โดยเชฟฟลอเรียน กูโตว (Executive Pastry Chef Florian Couteau) หัวหน้าเชฟขนมหวานผู้มีทักษะและประสบการณ์ในการทำขนมมายาวนาน เจ้าของรางวัลชนะเลิศเชฟชาเลนเจอร์ของเชฟกระทะเหล็ก...

เสิร์ฟความฝันบนโต๊ะอาหารด้วย Sretsis Table

การรับประทานอาหารที่บ้านก็รื่นรมย์ได้หากใส่ใจในรายละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องศิลปะการจัดโต๊ะอาหาร ล่าสุดแบรนด์ Sretsis และ Sretsis Palour ได้สร้างสรรค์สินค้าไลน์ใหม่ในชื่อ Sretsis Table ซึ่งเหมาะจะซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล หรือไม่ก็ซื้อไปใช้เอง ไลน์สินค้านี้ประกอบด้วยชิ้นงานหลากหลาย เช่น  ภาชนะเคลือบซึ่งใช้เทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิมจากเยอรมนีและออสเตรีย เรียกได้ว่าเป็นงานละเอียดและทนทาน เครื่องแก้ว ผ้าลินินสำหรับใช้บนโต๊ะอาหาร เซรามิกอย่างเชิงงเทียน และแจกัน และบรรดาของตกแต่งต่างๆ อีกมากมาย  และด้วยความเป็น Sretsis ลวดลาย...

Victoire de Castellane หญิงเก่งแห่งวงการจิวเวลรี่

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า วิกตัวร์ เดอ คาสเตลลาน (Victoire de Castellane) เป็นผู้ที่เสนอแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ เรื่องการก่อตั้งแผนกจิวเวลรี่ของดิออร์ (Dior) “ฉันบอกคุณอาร์โนลต์ว่าต้องการก่อตั้งแผนกจิวเวลรี่ที่แบรนด์ยังไม่มี” ในปี 1999 โลกจิวเวลรี่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง แบรนด์ต่างๆ ไม่มีทิศทางในการสร้างสรรค์ของตนเอง แต่อาศัยมนตร์ขลังแห่งชื่อแบรนด์ และชื่อเสียงของตัว ‘บุคคล’ ผู้เป็นนักออกแบบ เมื่อได้รับตำแหน่งผู้นำแผนกจิวเวลรี่ของดิออร์ วิกตัวร์ได้สลัดภาพการทำงานสร้างสรรค์ว่าเป็นงานสำหรับชนชั้นกลางออกไป...