Thursday, October 22, 2020

เรียนรู้โลกกว้างผ่านธรรมชาติกับแพรี่พาย หญิงสาวที่หัวใจเต็มไปด้วยศิลปะ

อมตา จิตตะเสนีย์ หรือ Pearypie หญิงสาวที่เราต่างรู้จักกันดีในฐานะเมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง เจ็ดปีที่เธอสนุกกับสิ่งนั้นจนถึงจุดอิ่มตัวและตัดสินใจวางมือ แล้วเบนเข็มมาเป็น ‘Student of Earth หรือนักเรียนของโลก’ นิยามที่แพรจำกัดความให้ตัวเอง โดยมีวิชาผ้าไทยเป็นบทเรียนแรก การลงชุมชนเพื่อทำความรู้จักกับผ้าไทยในแต่ละท้องถิ่นก่อเกิดเป็นความหลงใหล จนอยากจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้สัมผัสและหลงรักไปด้วยกันกับเธอ

สามปีแล้วที่คุณสนใจผ้าไทย ตั้งใจว่าจะไปให้สุดแค่ไหนกับเรื่องนี้

“แพรยังต้องเรียนรู้และเดินทางต่อไปเพราะมันเยอะมากเลย ส่วนตัวแพรไม่ได้อยากจะเอามาเป็นธุรกิจหรือจะต้องมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่อยากให้เป็นแบรนด์ของชาติ แพรชอบผ้าไทยก็เลยเอามาตัดชุดที่อยากใส่ และสนุกสนานกับการได้ลงชุมชน ได้ถ่ายทอดเรื่องราว ได้เห็นเขาใช้ชีวิตกันแบบง่ายๆ และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ พอนึกถึงเสียงหัวเราะคิกคักของพวกเขาทีไรก็สนุกทุกที มันเป็นพลังงานที่ยังค้างอยู่จนถึงวันนี้ แต่ช่วงโควิดติดแหง็กไปไหนไม่ได้ก็จะเดินเป็นวงกลมๆ ที่บ้านแล้วคิดว่าทำอะไรดีว้า เพราะแพรเป็นคนที่ชอบค้นหาและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ สุดท้ายได้ค้นพบอีกศาสตร์หนึ่ง นั่นคือศาสตร์ของโยคะ”

แล้วคุณได้เรียนรู้อะไรจากศาสตร์นี้บ้าง

“แพรเป็นคนทำอะไรเร็ว แบบฉับๆๆ อาจเพราะติดจากตอนทำแบ็กสเตจด้วยมั้ง ต้องคิดแก้ปัญหาตลอด พอแพรเรียนโยคะกับครูหนู (ชมชื่น สิทธิเวช) ซึ่งสอนให้อยู่กับลมหายใจ การอยู่กับปัจจุบัน ทำให้รู้จักร่างกายเรามากขึ้น แพรไม่เคยคิดว่าจะเดินเข้ามาในศาสตร์นี้เหมือนกัน กลายเป็นว่าทำให้เราได้ทบทวนตัวเอง สนุกสนานกับสิ่งรอบตัว ชื่นชมกับสิ่งรอบข้าง ได้อยู่กับคนที่เรารัก รู้จักการปลูกพืชไว้กินเองที่บ้าน แพรปลูกเห็ดหลายอย่างและได้เห็นการเจริญเติบโตของเขา เหมือนกับเรารู้จักวางเมล็ดพันธุ์ทั้งในใจและข้างนอกให้มันเติบโตไปพร้อมกัน”

ในอินสตาแกรมเลยมีแต่สีสันของพืชพรรณต่างๆ แล้วการย้อมผ้ามีที่มาจากอะไร

“พออยู่บ้านไม่มีอะไรทำก็เลยจัดห้อง จัดตู้เสื้อผ้า ไม่งั้นประสาทกิน (หัวเราะ) แล้วทบทวนว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเราทำอะไรมาบ้าง แพรนึกถึงการย้อมผ้าที่อาจารย์สุรโชติ ตามเจริญเคยสอนตอนไปลงชุมชนที่สุรินทร์เมื่อปีที่แล้ว แล้วแพรเห็นว่าคนในบ้านกินมังคุดเยอะมากก็คิดว่าต้องทำอะไรได้สักอย่างสิน่า เปลือกมันจะสีม่วงเข้มจัด พอเอามาลองทาเล่นๆ อีกสักแป๊บนึง เอ๊ะ! มันคันหน้าจังเลยอะ (หัวเราะ) สงสัยเป็นเพราะยาง คงไม่เหมาะกับผิวหน้าเท่าไร

                “เลยเอาเปลือกมังคุดมาหั่น ลองตำ ลองต้ม ลองเคี่ยว คิดว่าสีต้องออกอยู่แล้วเพราะมันมีแทนนินค่อนข้างชัด ก่อนย้อมต้องศึกษาว่าผ้าอะไรที่ดูดกับสีนี้ และต้องใส่ตัวเชื่อมสีอะไรบ้าง แล้วก็ไปเจอสูตรที่เขาใช้เปลือกมังคุดมาย้อมจีวรพระในสมัยก่อน เลยเอาเสื้อผ้าสมัยก่อนที่ออกแนวสตรีทมาลองย้อมดู เพราะตั้งแต่แพรใส่ผ้าไหม หลายตัวก็ใส่น้อยลง พอย้อมเสร็จเรารู้สึกได้ว่ามันมีมูลค่า พอใช้ชีวิตได้ปกติก็ชวนเพื่อนๆ แก๊งเดินป่ามาที่บ้าน ทุกคนสนุกมาก และไม่เคยคิดว่าจากจุดเล็กๆ ที่เรานั่งสับเปลือกมังคุดจะมีโอกาสได้ไปสอนคนอื่นต่อ”

สีธรรมชาติจะติดทนสักแค่ไหนกัน

“เป็นคำถามยอดฮิตเลยนะ ‘สีจะตกไหมพี่? สีจะอยู่นานไหมพี่?’ ซึ่งแพรรู้สึกว่าศาสตร์ของธรรมชาติ เสน่ห์ของมันจริงๆ คืออยู่กับการไม่คาดหวัง และอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของมันเสมอ สีธรรมชาติเจ๋งตรงที่ว่าทุกครั้งเมื่อคุณย้อม ถึงแม้จะใช้วัตถุดิบเดิมก็จะได้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของเวลา มันต้องไปตามเวลาของเขา ถ้าถามว่าตกไหม? เฟดไหม? ตอบฟันธงว่าแน่นอน พรุ่งนี้อาจจะเป็นผ้าขาวก็ได้ หรือวันนี้คุณซักแล้วได้เฉดสีม่วง พรุ่งนี้คุณอาจได้สีเทา ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่คุณเอาไปซักแล้วจะได้สีอะไรขึ้นมา คือมันเจ๋งตรงนั้น”

ดูเหมือนว่าคุณจะจริงจังกับทุกอย่างที่ทำ

“เวลาแพรอินกับอะไรแล้วจะค่อนข้างลงลึก อย่างเช่นช่วงที่ทำเมกอัพ แต่พอถึงจังหวะที่มันเต็มที่แล้ว เรารู้สึกว่าโคตรรรรเกลียดคำว่าเซเลบริตี้ โคตรรรรเกลียดเฟรม โคตรรรรเกลียดกับการที่เราต้องเป็นซูเปอร์สตาร์หรือพรีเซ็นเตอร์ ด้วยว่าตอนที่เริ่มคืออายุ 22 ณ โมเมนต์นั้นเราคล้อยไปกับสังคม เหมือนเราไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง มันไปตามธีมตามโปรเจ็กต์ที่เขาจ้างมา ช่วงสามปีแรก โอ้โห! สนุก เพราะไม่เคยนี่ จากที่เป็นเด็กอยู่หลังคอมพิวเตอร์ พูดตรงๆ ว่าแพรอาจดูเป็นคนที่ extrovert แต่จริงๆ โคตร introvert พอถึงจุดนึงที่มันมืดมัวไม่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร ไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร เรายังต้องการแต่งหน้าอยู่ไหม พอมันถูกกดด้วยอะไรหลายๆ อย่างจากสังคม มันก็เลยเขว มืดมัวไปหมด ไม่แต่งหน้า ไม่ทำอะไรเลย นอนไม่หลับ แล้วสุขภาพร่างกายก็ไม่ดี เคยทำงานถ่ายบิวตี้ช็อตตอนตีห้าจนถึงตีห้าของอีกวันแล้วต้องใช้หน้า”

วงการเมกอัพให้อะไรกับคุณบ้าง และคุณได้เรียนรู้อะไรหลังจากเข้ามาในวงล้อมของธรรมชาติ

“แพรรู้สึกว่าได้ค้นหาตัวเองว่าเรามีคาแร็กเตอร์ มีซิกเนเจอร์ รวมทั้งได้ฝึกความอดทน ฝึกความเร็ว ฝึกการแก้ไขสถานการณ์ มองในมุมตรงนั้นมันก็มีความท้าทายในอีกรูปแบบนึง อย่างสีลิปสติก ทุกแบรนด์ก็จะมีลิปสติกทุกปี แต่มันสนุกตรงที่เราทำให้แตกต่างได้ มันตอบโจทย์ตัวเองว่าอย่างน้อยฉันก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้นเอง แต่พอเข้ามาเรื่องของธรรมชาติบำบัด หรือเรื่องของชุมชน สิ่งพวกนี้ให้ได้มากกว่าแค่ซิกเนเจอร์ของแพร หรือความต้องการของแพร หรือเอกลักษณ์ของแพร เราต่างได้แลกเปลี่ยนรอยยิ้ม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความรู้ จากการที่ได้ทำเพื่อตัวเอง มันได้ทำเพื่อคนอื่นด้วยค่ะ”

นอกจากหลงใหลผ้าไทยและสีธรรมชาติ ทราบมาว่ายังชอบเดินป่าอีกด้วย

“ถ้าไม่แต่งชุดไทย ครึ่งห้องของแพรตอนนี้เป็นชุดเดินป่ากับชุดดำน้ำ แพรเป็นคนลุยนะ แต่ก่อนลุยแบบสวยๆ ใส่ส้นสูง แพรไม่คิดว่าตัวเองจะหลงรักป่ามาก พอหลงรักแล้วต้องเข้าใจด้วยว่าชุมชนรอบป่าเป็นยังไง ยิ่งลงลึกมิติมันยิ่งเยอะ พอได้เห็นโลกแห่งความจริงแบบนี้แล้วจะให้แพรมานั่งสวยๆ อยู่ในโลกแฟชั่นต่อมันเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะแพรมีพื้นฐานของแฟนคลับตรงนี้ แพรรู้สึกว่ามันดีกว่าไหมถ้าเราจะเปลี่ยนตรงนั้นมาเป็นบทเรียนออนไลน์ หรือแชร์สิ่งที่มีประโยชน์

            “อย่าง Smiley Camp ที่จัดขึ้นเดือนนี้ มีชื่อว่า ‘Chiang Dao Classroom ตอน A Magic World of Fungi ปี 2 ‘ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลอง’ สิ่งที่คุณจะได้คือรอยยิ้มกลับบ้าน บทเรียนในคอร์สมีทั้งการเดินป่า นั่งสมาธิ เก็บเห็ด ย้อมสีผ้า เก็บหินมานั่งขูดเล่นสี เป็นกิจกรรมที่สนุก แพรอยากให้คนทุกวัยที่อยู่ในเมืองหรือใครที่สนใจเรื่องวัฒนธรรมมาลองสัมผัสธรรมชาติแล้วก็เชื่อมโยงกับตัวเอง เพราะเราเชื่อว่าถ้าคุณได้สัมผัสกับธรรมชาติ คุณจะเข้าใจว่าทำไมถึงอยากปกป้องมันมากขึ้น”

วางแผนอะไรไว้บ้างในอนาคต

“ตอนนี้แพรสมัครเรียนไปที่เดนมาร์ก เกี่ยวกับเรื่อง Sustainable Development Goals (SDGs) 17 ข้อ เช่น ความยากจน ความมั่นคงทางอาหาร ความไม่เท่าเทียมกัน อะไรทำนองนี้ ประเทศเขาเป็น green city มันคงจะดีถ้าเราได้ไปเห็น เพราะบางอย่างอาจจะนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเราได้ ซึ่งเขาตอบรับแล้วด้วยแต่ติดโควิดเลยยังไม่ได้ไป

                “อีกมุมหนึ่งแพรพร้อมจะกลับมาทำบิวตี้เหมือนกันนะ แต่เป็นบิวตี้แบบต้นน้ำที่สะอาด ตอนนี้แพรเรียนเรื่องเกษตรอยู่ ในอนาคตอยากทำเรื่องสีเพราะชอบ คิดว่าถ้าไหนๆ จะทำแล้วก็วางแผนปลูกวัตถุดิบของตัวเองซะเลย และจะมีกลางน้ำซึ่งเป็นชุมชนที่ซัพพอร์ตได้ โดยเขาต้องมีวิธีการดูแลป่าที่ถูกต้องด้วย อย่างสมมติว่าแพรชอบสีชมพูจากเมล็ดอะโวคาโด อันนี้พูดเป็นตัวอย่างเฉยๆ นะคะ แพรกับพี่ที่เป็นเกษตรกรจะไปสอนเขาเรื่องวิธีการปลูก หรือพื้นที่ตรงนี้ปลูกดอกคำฝอยให้หน่อยได้ไหม แพรจะเอาไปสกัดสีแดงเพื่อทำลิปสติก หรือชุมชนใกล้ๆ กันมีการดูแลป่าที่ดีมาก เช่น ทำแนวกันไฟ ไม่รุกรานพื้นที่ป่า และเลี้ยงชีพด้วยผลผลิตจากป่าโดยการเก็บน้ำผึ้งเดือนห้า ซึ่งเราสามารถสกัดเป็นแวกซ์ออแกนิกได้ อาจจะดูว่าแพรจริงจังมาก แต่แพรไม่รีบเลย ก่อนอื่นต้องเข้าใจภูมิประเทศของบ้านเราก่อนด้วย

               “สีที่อยากทำเป็นสีที่ใช้ได้ทั่วไปเลย ไม่ว่าจะนำมาปรุงอาหาร ใส่ขนม เพนต์ ย้อมผ้า หรือแต่งหน้า แพรว่าเรื่องของธรรมชาติมันไม่ใช่แค่การ reduce, reuse, recycle แต่มันคือเรื่องของ circular economy ที่ซัพพอร์ตคนในประเทศให้รู้จักการกินและการเพาะปลูกก่อนที่จะไปเมืองนอก โอเคเราอินกับผ้าไทยแล้วและยังอินอยู่ สเต็ปต่อไปของแพรคือเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย หลังจากนั้นพออายุ 50 อาจจะลงสมัคร ส.ส. อันนี้ล้อเล่น (หัวเราะ)”

อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของแพร

“แพรว่าเราต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้ บางทีอาจจะโควิดด้วยมั้ง เราเห็นว่าสุดท้ายแล้วชีวิตก็โคตรซิมเพิล ไม่ว่าจะฐานะอะไรทุกคนติดโควิดได้หมด ระดับฐานะชนชั้นทุกอย่างเท่ากันหมดเลย เป้าหมายในช่วงเวลานั้นคือ ‘วันนี้ฉันเติมรอยยิ้มให้แม่ฉันหรือยัง’ และ ‘ฉันจะใช้ปัจจุบันให้คุ้มค่า’ แพรรู้สึกถึงการได้อยู่กับครอบครัว และไม่อยากเสียใจทีหลังถ้าวันไหนที่คุณพ่อหรือคุณแม่ไม่อยู่ แล้วแพรยังไม่ได้ทำอะไรให้พวกเขา”

ขอขอบคุณสถานที่: Little Tree Garden / www.littletreegarden.com

Other Articles

3 ฟังค์ชั่นควรรู้ Samsung Galaxy Fit2

เมื่อการเอาใจใส่ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพได้รับความสนใจมากขึ้น อุปกรณ์เสริมที่สามารถช่วยให้การใส่ใจสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพยายามหรือง่ายขึ้นจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ smart band หรือสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพอย่าง Samsung Galaxy Fit2 คืออีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้สายสุขภาพมือใหม่ไม่วอกแวกและมีแรงผลักดันในการใส่ใจสุขภาพอย่างมีความสุขจากการได้เห็นพัฒนาการของร่ายกาย วันนี้ลอฟฟีเซียลจึงนำ 3 ฟังค์ชั่นเด็ดของ Samsung Galaxy Fit2 มากระตุ้นความรักสุขภาพในตัวคุณ

KARL LAGERFELD หยุดโลกร้อน! ยืนยันสานต่อข้อตกลง ให้เกิดความยั่งยืน

หนึ่งปีหลังการทำข้อตกลง Fashion Pact แฟชั่นแบรนด์ดังอย่าง Karl Lagerfeld ได้ประกาศวัตถุประสงค์ที่ต้องทำให้สำเร็จอย่างยั่งยืนใน 3 ประเด็นหลัก  ท่ามกลางกระแสแฟชั่นโลกร้อนที่ส่งผลให้ดีไซเนอร์ชั้นนำต่างยึดแนวทางการออกแบบอยู่บน 'วิถีทางสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน' เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะ ป้องกันภาวะโลกร้อน และช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพพื่อให้มนุษย์ยังคงสามารถอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้อย่างเป็นมิตร

สาดสีสันความสนุกจากวัฒนธรรมบนท้องถนน ไปกับ MCM Berlin Bear

อีกหนึ่งคอลเลกชั่นเอาสายสตรีท ที่ไม่ได้มาแค่แอ็กเซสเซอรีเครื่องหนัง แต่ยังพกความพิเศษมาพร้อมกับ MCM Berlin Bear X Rabbit Card Limited Edition สาวกแบรนด์เครื่องหนังสุดฮิปอย่าง MCM (Modern Creation München)ต่างรู้ดี! ว่าเสน่ห์ของกรุงเบอร์ลิน...