จากอัญมณีเลอค่าของมหาราชา สู่เครื่องประดับชิ้นเอกที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นในคอลเลกชั่น The Jewellery of Legends
จากประสบการณ์ที่ ‘คุณรอล์ฟ วอน บูเรน และภรรยา’ ได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อเสาะหาสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อมาสรรค์สร้างงานฝีมือชั้นสูงทั้งของแต่งบ้านกลิ่นอายโอเรียนทัล งานศิลป์ที่มีเพียงหนึ่งเดียว และเครื่องประดับชิ้นเอกให้กับ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ มานานหลายทศวรรษ และได้รู้ว่า อินเดีย คือแหล่งทรัพย์ของอัญมณีและเครื่องประดับเลอค่าหายากที่หาใดเหมือน โดยมีสุดยอดตำนานแบรนด์จิวเวอรีอันลือเลื่องอย่าง พัดมา เจมส์ ที่รู้จักกันดีในวงการธุรกิจเครื่องประดับและอัญมณีมากว่าสี่ชั่วอายุคน ในการเสาะแสวงหาเพรชพลอยจากแหล่งต่างๆ นำมาออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์
และล่าสุด เพื่อย้ำชัดึงสายสัมพันธ์อันดีของทั้งสองแบรนด์ จึงเกิดเป็นงานจัดแสดง The Jewellery of Legends คอลเลกชั่นเครื่องประดับจากสุดยอดอัญมณีทั้ง 3 ชนิดจากมหาราชา อันได้แก่

- เพชรโกลคอนดา (Golconda Diamonds)
เพชรที่ได้ชื่อว่ามีน้ำดีที่สุดของโลกและไม่สามารถหาได้อีกแล้ว มาจากเหมืองในรัฐโกลคอนดา ซึ่งในปัจจุบันคือ รัฐอานธรประเทศและรัฐเตลังคานาในประเทศอินเดีย ในช่วงศตวรรษที่ 16-17 เหมืองโกลคอนดาเรียกได้ว่าเป็นแหล่งผลิตเพชรที่ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อถึงศตวรรษที่ 19 เพชรโกลคอนดา เป็นที่รู้จักทั่วโลกว่าเป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีคุณภาพ ประกายสุกใสกว่าเพชรจากเหมืองอื่นๆ ซึ่งสะท้อนจากเพชรที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกส่วนใหญ่นั้นมาจากเหมืองโกลคอนดา อาทิ โคอินัวร์ (Koh-i-Noor) เพชรเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 105.6 กะรัต ซึ่งแรกเริ่มเพชรโคอินัวร์ มีขนาด 187 กะรัต และถูกเปลี่ยนมือมาแล้วมากมายก่อนจะถูกนำส่งไปถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 1849

โดยเจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามี ไม่พอพระทัยในลักษณะของเพชรที่ดูไม่ค่อยเปล่งประกายแวววับนัก จึงทรงรับสั่งให้ช่างนำไปเจียระไนใหม่เหลือ 105.6 กะรัต ในปัจจุบันเพชรโคอินัวร์ถูกเก็บรักษาไว้ใน Tower of London โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักร

- ไข่มุกบาสรา (Basra Pearls)
สุดยอดอัญมณีที่หลอมรวมความงามแห่งท้องทะเล มีต้นกำเนิดในอ่าวเปอร์เซีย นอกเขตประเทศบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในอดีตเมืองบาสรา ประเทศอิรัก เคยเป็นศูนย์กลางการค้าไข่มุกจึงได้ขนามนามว่า ไข่มุกบาสรา

ไข่มุกธรรมชาติที่เก่าแก่เกิดจากหอยนางรมเพียงชนิดเดียวที่พบในบริเวณอ่าวเปอร์เซียจึงทำให้หาได้ยาก โดยจุดเด่นอยู่ที่น้ำหนักเบา แสงเงาของมุก ที่เกิดจากน้ำจืดและน้ำเค็มมาผสมกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งไข่มุกจากที่อื่นไม่มีแต่เป็นที่น่าเสียดายที่อุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันได้ทำลายระบบนิเวศของอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้มุกธรรมชาติอันมีค่าถูกทำลายไปมาก

Keshi Pearl Drop Earrings ต่างหูเพชรระย้า 17.37 กะรัต ประดับด้วยไข่มุกเคชิ (Keshi Pearl)
- มรกตแพนจ์เชียร์ (Panjshir Emeralds)
จากอัฟกานิสถาน มรกตที่ดีที่สุดของโลก มรกตนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ลึกลับ จากธาตุ 2 ชนิดที่หายากที่สุดนั่นคือ ธาตุเบริลเลียม จากทวีปสูง ซึ่งพบได้ไม่กี่แห่งบนโลก และ ธาตุโครเมียม จากก้นทะเล หรือ ธาตุวานาเดียม เกิดการปะทะกันภายใต้แรงกดดัน ความชื้นและอุณหภูมิที่สมบูรณ์ เกิดปฏิกิริยาทางเคมีก่อเกิดเป็น มรกตสีเขียว

ซึ่งทั่วโลกพบมรกตที่เกิดจากธาตุเบริลเลียมและธาตุโครเมียมได้ที่เทือกเขาแอนดีสในประเทศโคลอมเบีย และ หุบเขามรกตแพนจ์เชียร์ ในเขตเทือกเขาฮินดูกูช ประเทศอัฟกานิสถานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มรกตแพนจ์เชียร์ มีสีเขียวบริสุทธิ์และสีจัดกว่ามรกตจากโคลอมเบีย เพราะมีธาตุโครเมียมในปริมาณที่มากกว่า สำหรับมรกตที่พบในประเทศอื่นนั้นเกิดจากโครเมียมทำปฏิกิริยากับเหล็กเกิดเป็นมรกตสีเขียวอมฟ้า

Golconda and Basra Pearl Earrings ต่างหูเพชรโกลคอนดา 14.33 กะรัต ประดับด้วยไข่มุกบาสรา 59.75 กะรัต ดีไซน์หรู สวยสะดุดตาด้วยประกายเพชรเมื่อต้องแสงไฟและความเงาของไข่มุก เป็นแอ็คเซสซอรี่ที่ช่วยเติมเต็มลุคให้เพอร์เฟค
แม้ว่าในปัจจุบันนี้แหล่งผลิต เพชรโกลคอนดา และ ไข่มุกบาสรา จะปิดกิจการไปเนิ่นนาน แต่ แหล่งผลิตมรกตจากจังหวัดแพนจ์เชียร์ในประเทศอัฟกานิสถาน ยังคงเปิดดำเนินการให้ได้ชื่นชมความงามของมรกตอยู่อีกมาก และในอดีตมีการทำเหมืองมรกต Panjshir มากว่า 2,000 ปี โดยนำไปขายในเส้นทางสายไหมแต่มาระยะหลังมรกตแพนจ์เชียร์กลับเป็นที่รู้จักน้อยกว่ามรกตจากโคลอมเบีย และส่วนอื่นๆ ของโลก เนื่องจากสาเหตุทางการเมืองเป็นหลัก จึงทำให้ มรกตแพนจ์เชียร์ เป็นอัญมณีหายาก และเป็นที่ต้องการของนักสะสมอัญมณี

โดยอัญมณีทั้ง 3 ชนิดในคอลเลกชั่น The Jewellery of Legends Collection ครั้งนึงเคยเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องประดับของมหาราชานำมาดีไซน์ใหม่แต่ยังคงความงดงามของอัญมณีไว้อย่างยอดเยี่ยม มาจัดแสดงและเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้ครอบครอง ณ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ บูทีค ชั้น 1 โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ









