Thursday, September 29, 2022

นิยามแฟชั่นที่หล่อหลอมตัวตน ‘ชมพู่ อารยา’

เจาะลึก! มุมมองแฟชั่นที่หล่อหลอมตัวตนและสไตล์แตกต่างของ ‘ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต’ ตัวแทนผู้หญิงลอฟฟีเซียลที่โดดเด่น ไม่เพียงเรื่องการแต่งกายตามกระแส แต่เธอคนนี้ยังนำเอาแฟชั่นมาปรับสร้างเป็นสไตล์ของตัวเธอเอง และสร้างเทรนด์ใหม่ๆโดยไม่ต้องอิงกับทฤษฎีใดๆ

  • เคยย้อนกลับไปนึกไหมว่าความชอบแฟชั่นของชมเริ่มต้นมาได้อย่างไร เพราะครอบครัว เพราะเพื่อน หรือเพราะงานที่ทำหรือเปล่า

“น่าจะหลายๆ อย่างประกอบกันนะ แต่แรกเริ่มเลยคือแม่ชมเป็นช่างตัดเสื้อ ตอนเด็กจนเข้าสู่วัยรุ่น แม่จะชอบตัดชุดให้เรา หน้าหนาวแม่ก็ถักนิตติ้งให้ใส่ เราก็ชอบที่จะมีเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนเพื่อน เราชอบความแตกต่าง รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น จริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่อินสไปร์ แต่พอช่วงมัธยมก็เริ่มติดตามแม็กกาซีน เริ่มจากหัวไทยก่อน เพราะแม่เป็นช่างตัดเสื้อด้วย ก็จะซื้อพวกขวัญเรือน หญิงไทย แฟชั่นรีวิวมาดูแบบ แล้วค่อยขยับไปแม็กกาซีนหัวนอก ชมชอบดูว่าทำไมดาราฝรั่งเวลาออกงานแล้วแต่งตัวดูแกลมจังเลย ตอนนั้นมันเป็นยุคของปาปารัซซี ก็จะได้เห็นดาราใส่ชุดอะไรไปกับแฟน ใส่ไปซูเปอร์มาร์เก็ต… มันค่อยๆ ซึมซับมาเรื่อยๆ ชมว่ามันน่าจะเป็นเพราะว่าเรามีความสุขด้วย เพราะเสื้อผ้ามันให้อารมณ์​ความรู้สึกอะไรบางอย่างกับเรา”

  • ผ่านแฟชั่นมาแล้วหลายยุคเหมือนกัน ทั้งยุคมินิมัล กรันจ์ โบฮีเมียน มาจนถึงสปอร์ต สตรีท ชมได้รับอิทธิพลจากยุคพวกนี้บ้างไหมคะ หรือยึดตามสไตล์ของตัวเอง

“ในฐานะที่เราอยู่มานาน ผ่านมาแล้วหลายยุค ยอมรับนะว่าเราเป็นคนหนึ่งที่…จะเรียกว่าเป็นเหยื่อแฟชั่นก็แล้วแต่นะ แต่เพราะมันเป็นหัวข้อที่เราสนใจมาตลอด อะไรที่เป็นเทรนด์ในตอนนั้น ถ้าเรามีทางที่จะ afford ได้ เราจะกระโดดลงไป แต่ในยุคเริ่มต้นที่ยังไม่ทำงานก็ไม่ได้มีสตางค์อะไรมาก แต่ก็รู้ว่าลึกๆ ในใจเราชอบ แต่พอมันผ่านมาหมดแล้ว ชมว่าแฟชั่นมันเป็นเรื่องของการเดินทางแล้วค้นหาตัวเองมากกว่า เราเหมาะกับอะไร ณ เวลานั้น เราอินกับสิ่งไหน ได้แรงบันดาลใจจากอะไร ไม่มีใครหรอกที่เจอตัวเองตั้งแต่อายุ 13 แล้วก็ยึดติดอยู่กับสไตล์นั้น”

  • แล้วตอนที่ย้ายบ้านใหม่ ต้องรื้อเสื้อผ้าในตู้ออกมาจัดเก็บใหม่ มันเหมือนได้เดินทางกลับไปเจอตัวเองในยุคเก่าไหม

“ถือว่าได้เห็นสต็อกที่ยังหลงเหลือ ที่ยังมีชีวิตเหลือรอดอยู่ (หัวเราะ) น่าจะตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มซื้อของแบรนด์เนมอย่างจริงจัง ก็จะมีพวกปราด้าที่เป็นลายรถวินเทจ ลายดอกกุหลาบ แล้วช่วงนั้นก็จะซื้อแบรนด์อื่นๆ ด้วย ซึ่งตอนนี้มันทำให้เห็นว่า เฮ้ย แบรนด์นี้หายไปไหนแล้ว ณ เวลานั้นคือเปรี้ยวมาก แต่ปี 2020 คือหายไปแล้ว แต่บางแบรนด์ก็ยังเปรี้ยวอยู่ หรือบางแบรนด์ก็หายใจเบาๆ”

  • แล้วเคยต้องตัดใจทิ้งไหมคะ

“ไม่ได้ทิ้งนะ แต่ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลาสิบปี รูปร่างเราเปลี่ยนไปเยอะ จากช่วงที่อายุใกล้ 30 จนตอนนี้กำลังจะ 40 ผ่านการมีลูกมาแล้ว ฟิตติ้งก็เลยไม่เหมือนเดิม ทำให้เห็นว่าแบรนด์ที่มีดีเอ็นเอชัดเจนก็จะอยู่ได้ แล้วมันไทม์เลส หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ยังเปรี้ยวอยู่ แต่อะไรที่มันโฉ่งฉ่าง มันมาแล้วก็ไป เหมือนฟาสต์แฟชั่นนั่นแหละ จริงๆ ช่วงที่กักตัวอยู่บ้านมันก็สอนเราเหมือนกัน”

หนึ่งในบทสัมภาษณ์สุดพิเศษที่ ‘ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต’ บอกเล่าเรื่องราวแง่มุมแฟชั่น กับบทบาทการเป็นบรรณาธิการรับเชิญในลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ ฉบับเดือนกันยายน ที่พร้อมให้แฟนๆได้ติดตามกันแล้ว ทั้งบนแผงหนังสือ โซเชียล มีเดีย และทางออนไลน์ ได้แล้ววันนี้

Photographer: Adison Rutsameeronchai
Fashion Editor: Chanond Mingmit
writer: Pimpilai Boonjong

Other Articles