เรียนรู้ประวัติ ความเป็นมาของเทคนิคงานช่างศิลป์ที่บ่มเพาะภูมิปัญญา เครื่องเขิน จากแดนอาทิตย์อุทัยอายุรวมกว่าร้อยปี

จากความหลงใหลในงานช่างศิลป์ที่มีต้นกำเนิดจากดินแดนไกล กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ ‘รอล์ฟ วอน บูเรน‘ ผู้ก่อตั้ง โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ แบรนด์จิวเวอรีและของตกตแต่งสำหรับนักสะสมตัวยง ได้เริ่มเดินทางเสาะแสวงหาต้นกำเนิดที่มาของเทคนิคงานช่างชั้นครู ซึ่งหนึ่งในนั้นเหมารวมถึง ‘ศิลปะแลคเกอร์ หรือ งานเครื่องเขิน’ งานศิลปะที่ถือกำเนิดจากภูมิปัญญาของชาวเอเชียมานานนับพันปีและมีชื่อเสียงด้านความวิจิตร งดงาม ไปทั่วโลก
โดยเฉพาะศิลปะแลคเกอร์จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องเทคนิคการใช้สี ความละเอียดอ่อนของงานช่างศิลป์ที่บรรจงแต่งแต้มลวดลายอันแสนอ่อนช้อยบนเครื่องเรือนสำหรับใช้บ่งบอกฐานะความมั่งมี ซึ่งในอดีตศิลปะแขนงนี้นิยมนำมาตกแต่งของใช้ในครัวเรือนสำหรับขุนนางชั้นศาลและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในชนชั้นปกครอง เรียกว่า เป็นงานศิลป์ที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจก็ว่าได้

และหากได้สืบสาวเรื่องราวความเป็นมาจะพบว่าแท้จริงแล้ว ศิลปะแลคเกอร์ มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนเมื่อหลายพันปี ก่อนจะเผยแพร่สู่ประเทศญี่ปุ่นและขยายสู่ประเทศไทยในแถบภาคเหนือหรือที่รู้จักในนามเครื่องเขินล้านนา แต่ทว่าศิลปะแลคเกอร์ของญี่ปุ่นนั้นกลับซ่อนเสน่ห์ลึกล้ำของเทคนิคงานช่างศิลป์ ที่เกิดขึ้นจากการนำยางของต้นรัก หรือ ต้นอูรุชิ (Urushi Tree) มาทาบนวัสดุเป็นชั้นๆ ทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิวไม้ เพื่อความคงทนและในขณะเดียวกันก็ต้องสวยงาม และมีเอกลัษณ์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน

เพื่อให้เข้าใจถึงคุณค่า ศิลปะแลคเกอร์ อย่างถ่องแท้ ทางแบรนด์ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ จึงได้นำเทคนิคของ 3 ประเทศมาถ่ายทอดโดยมีให้เลือกสรรทั้งจิวเวลรี่ อาทิ กำไล แหวน สร้อยคอ และเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน เช่น ตู้สไตล์ญี่ปุ่น เก้าอี้ แจกัน ถาด ตลับใส่จิวเวลรี่ เป็นต้น

Japanese Lacquer (เจแปนนิส แลคเกอร์) ศิลปะการลงแลคเกอร์แบบญี่ปุ่น มีหลากหลายวิธี อาทิ
- Maki-e Lacquer (มากิ-เอะ แลคเกอร์) การสร้างลวดลายด้วยผงทอง เป็นเทคนิคที่โดดเด่นและได้รับการกล่าวขานมากว่า 1,200 ปี โดยการใช้พู่กันวาดภาพลงบนพื้นผิวภาชนะที่ถูกเคลือบแลคเกอร์สีดำ จากนั้นโรยผงทองลงไปในขณะที่แลคเกอร์ยังไม่แห้ง ผงทองจะเกาะติดอยู่บนภาพที่วาด ก่อเกิดเป็นลวดลายต่างๆ ตามที่ศิลปินได้ออกแบบไว้
- Nashiji Lacquer (นาชิจิ แลคเกอร์) เป็นเทคนิคที่ใช้ผงทองในการสร้างลาย แต่จะโรยผงทองเป็นพื้นหลังทั้งหมด
- Raden Lacquer (เรเด็น แลคเกอร์) เทคนิคการสร้างลวดลายด้วยเปลือกหอย โดยนำเปลือกหอย เช่น หอยมุก หอยเป๋าฮื้อ มาฝนจนเหลือแต่เปลือกด้านในที่มีสีรุ้ง ความหนาไม่เกิน 0.1 มิลลิเมตร จากนั้นนำมาตัดตามแบบและนำมาประดับลงบนชิ้นงาน ก่อนจะลงแลคเกอร์ทับ
- Kamakura Bori Lacquer (คามากุระ โบริ แลคเกอร์) การแกะสลักไม้ ลงลักสีแดงและสีดำ โดยถูกผลิตขึ้นเพื่อชนชั้นปกครองของระบบศักดินาญี่ปุ่นและแสดงให้เห็นถึงลำดับขั้นทางศาสนา การเมือง
- Wajima Lacquer (วาจิมะ แลคเกอร์) มีประวัติยาวนานที่สืบทอดมาจากยุค Muromachi (มูโรมาจิ) พ.ศ. 1879 – พ.ศ. 2116 และได้รับการพัฒนาในช่วงปลายสมัยเอโดะและสมัยเมจิตอนต้น วาจิมะ แลคเกอร์ เป็นเทคนิคศิลปะการทำเครื่องเขินที่ขึ้นชื่อด้านความสง่างาม หรูหรา และความประณีต ของจังหวัดอิชิคะวะ (Ishikawa) เนื่องจากมีความซับซ้อนในกระบวนการทำถึง 124 ขั้นตอน จากช่างฝีมือผู้ชำนาญเฉพาะทาง โดยนำชิ้นงานมาทาด้วยแลคเกอร์ จากนั้นจึงแกะสลักเป็นลวดลายที่ต้องการแล้วจึงนำผงทอง-ผงเงิน มาฝังลงไปก่อนจะนำไปอบ

Chinese Cinnabar Lacquer (ไชนีส ซีนาบาร์ แลคเกอร์) เป็นงานศิลปวัตถุการลงแลคเกอร์สีแดงชาด
- ศิลปะที่ถือกำเนิดมาไม่น้อยกว่า 3,000 ปี ใช้เป็นของขวัญทางการทูต โดยจะนำยางของต้นรัก ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ กันน้ำ ทนความร้อน และมีความยืดหยุ่น ซึ่งช่างฝีมือจะนำต้นรักมาทาลงไปในวัสดุที่ต่างๆ โดยต้องทาแลคเกอร์ หรือ น้ำยางของต้นรักเป็นชั้นๆ ถึง 100 ชั้น เพื่อให้มีความหนาพอที่จะแกะสลักเป็นลวยลายต่างๆ ซึ่งการทาแลคเกอร์แต่ละชั้นนั้นต้องรอให้แลคเกอร์แห้งสนิทใช้เวลา 2-3 วัน และทำการขัดเงาก่อนที่จะทาแลคเกอร์ซ้ำ ดังนั้นกว่าจะได้ความหนาตามต้องการต้องอาศัยเวลานานอย่างน้อย 5-7 เดือน

และสำหรับคอลเลกชั่น Eastern Curiosities – Lacquer Collection ทางแบรนด์โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์
ได้รังสรรค์ศิลปะแลคเกอร์ออกมาในรูปแบบเครื่องประดับ อาทิ แหวนไม้ญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิค มากิ-เอะ แลคเกอร์ การสร้างลวดลายด้วยการโรยผงทอง ผสานกับเทคนิคเรเด็น แลคเกอร์ การสร้างลวดลายโดยการประดับด้วยมุก, ต่างหูสีแดงชาด ศิลปะแลคเกอร์สไตล์จีน (ไชนีส ซีนาบาร์ แลคเกอร์) สวยเด่นด้วยลวดลายแกะสลักลายน้ำเต้า ซึ่งชาวจีนเชื่อว่า น้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี, สร้อยคอดีไซน์เก๋ รูปทรงพัดโบราณญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยศิลปะแลคเกอร์สไตล์จีน และ กำไลเคลือบญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยลวดลายใบบัว เพิ่มความเก๋ด้วยรูปกบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำและความอุดมสมบูรณ์











