Thursday, September 29, 2022

รู้จักตัวตนทุกแง่มุมของ’สิงโต ปราชญา’

‘สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์’ นักแสดงมากฝีมือจาก SOTUS The Series ที่รักการทำงานเบื้องหน้า แต่แบ่งใจให้กับงานเบื้องหลังด้วย

การเป็นศิลปินหรือดาราที่มียอดฟอลโลว์ในอินสตาแกรมถึง 2.1 ล้าน สำหรับบางคนอาจต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ขณะที่บางคนเพียงแค่เป็นตัวของตัวเอง ทุ่มเทอย่างจริงจังและอินกับทุกบทบาทที่ได้แสดง เท่านี้ก็สร้างความประทับใจจนหลายๆ คนอยากที่จะติดตามดูชีวิตและไลฟ์สไตล์ ซึ่งหนึ่งในคนที่ว่านั้นก็คือ สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์ นักแสดงผู้ที่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากซีรีส์เรื่อง SOTUS The Series (2016) ก่อนที่จะค่อยๆ สร้างชื่อเสียงจนได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ในประเทศและต่างประเทศ

  • ตัวตนที่พิชิตใจแฟนคลับ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘กำลังใจ’ จากแฟนคลับคือสิ่งสำคัญของชีวิตนักแสดงแทบทุกคน สิงโตเองก็เช่นกัน ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่มีแฟนๆ คอยติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการ เขาอัพเดตให้เราฟังว่า “กลุ่มแฟนคลับของสิงจะค่อนข้างกว้างมากพอสมควร มีตั้งแต่รุ่นเด็กๆ และโตขึ้นมาหน่อยก็เป็นน้องๆ วัยเรียนมหา’ลัย แต่ส่วนใหญ่จะอายุมากกว่า โดยรวมผมจะเรียกแฟนคลับว่าพี่ๆ ซึ่งช่วงนี้ก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งกับตัวศิลปินและแฟนๆ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ไม่มีใครสามารถตามศิลปินได้อย่างใกล้ชิด ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้าที่เวลามีอีเวนต์อะไรก็สามารถเจอกันได้เรื่อยๆ”

สิงโตคือนักแสดงที่มียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากกว่าสองล้านคน เรานึกสงสัยว่าเขามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้มีผู้ติดตามมากมายขนาดนี้ สิงโตตอบด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นอย่างที่เขาเป็นว่า “นี่เป็นคำถามที่สิงมีคำตอบให้ตัวเองมาเสมอ แฟนคลับมักจะพูดว่าเขาตามเราเพราะ ‘สิงก็เป็นของสิงอย่างนี้แหละ’ เขารักเราตรงที่เราเป็นเรา รักความเป็นตัวตนของเรา…

“ความจริงแล้ว ‘ผลงาน’ คือสิ่งที่ทำให้เขารู้จักเรา แต่การ keep ความสัมพันธ์หรือการที่ยังมีคนติดตาม มันอยู่ที่ความเป็นตัวเรานี่แหละ ผมเคยเจอแฟนคลับบางคนที่เห็นเรามีการพัฒนา ได้ทำงานดีๆ หรือมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต แล้วเขาซาบซึ้งใจจนร้องไห้” การที่มีแฟนคลับติดตามและมอบความรักให้อย่างสม่ำเสมอ ย่อมสร้างความประทับใจให้กับตัวศิลปินได้อย่างไม่ต้องสงสัย สิงโตเล่าให้เราฟังว่าตัวเขาเองมีช่วงเวลามากมายกับแฟนคลับที่ประทับอยู่ในความทรงจำ “มีเยอะครับโมเมนต์ที่ประทับใจ สิงจะอินกับแฟนคลับที่รวมตัวกันทำอะไรเองแล้วก็มาบอกสิง เมื่อไรก็ตามที่เขาไม่ได้ทำเพื่อเราคนเดียว แต่เขาทำเพื่อสังคมด้วย อย่างเช่นช่วงที่ผ่านมาก็จะเป็นเรื่องไฟไหม้ที่ภาคเหนือ แล้วก็สถานการณ์โควิด บางกิจกรรมผมก็ไม่รู้เลย จู่ๆ ก็ส่งมาเป็นใบ certificate ว่าเขาได้ทำสิ่งนี้ให้เราในนามของแฟนคลับนะ”

พอถูกถามว่าเคยทำอะไรให้แฟนคลับรู้สึกว่าว้าวบ้างไหม เจ้าตัวอมยิ้มแล้วตอบว่า “ยังเลยครับ ถ้าจะพูดกันตามตรงว่าเราก็ทำหน้าที่ของเรา ทำอาชีพของเรา เราเป็นนักแสดง บางทีเราก็อาจจะยังไม่ได้ตอบแทนอะไรแฟนคลับได้มากมายนัก แต่กำลังคิดว่าถ้าผมเรียนจบแล้วได้เกรดดีๆ เขาก็น่าจะภูมิใจไปกับผมนะครับ (หัวเราะ)”

  • คนเบื้องหน้าที่มีฝันอยากทำเบื้องหลัง

ความคิดอยากเรียนต่อของสิงโตเกิดขึ้นหลังจากได้เข้าเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในวันที่ใกล้จบ “เกือบ 90% ในหัวคิดไว้แล้วว่าอยากเรียนต่อเพราะสนใจการทำเบื้องหลัง ที่ตั้งเป้าหมายไว้นะครับแต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปถึงหรือเปล่า ผมอยากเป็น Colorlist (ผู้ปรับแต่งสีภาพในภาพยนตร์) หรือไม่ก็ DOP (Director of Photography – ผู้กำกับภาพ)

“ตั้งแต่เริ่มทำงานในวงการ การดูหนังของสิงไม่ใช่เป็นการดูเพื่อความสนุกอีกต่อไป (หัวเราะ) มันกลายเป็นว่าเราโฟกัสเรื่องแอ็กติ้ง มุมกล้อง และสิ่งต่างๆ ที่ผู้กำกับใส่ลงไป เวลานั่งดูผมจะคิดต่อว่าทำไมเขาต้องใช้สีนี้ หรือทำไมต้องใช้ Skin Tone แบบนี้”สิงโตเท้าความหลังเกี่ยวกับแพสชั่นในใจลึกๆ ว่า “ความชอบพวกนี้มันโผล่มาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ตอนนั้นผมเริ่มฝึกทำโฟโต้ช็อปเองโดยไปยืมหนังสือจากห้องสมุด ตัดอะไรเล่นไปเรื่อยเปื่อย บางทีก็รับจ้างเพื่อนทำวิดีโอส่งอาจารย์ พอตัดงานของเพื่อนก็รู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เราสนุกกับการถ่ายภาพถ่ายวิดีโอ จนกระทั่งเข้ามาทำงานในวงการเลยทำให้ได้เห็นอะไรมากขึ้นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ได้เห็นอีกหลายๆ มุมที่ไม่เคยเห็น แล้วพอทำงานก็จะมีเงินเก็บเอาไปซื้อสิ่งที่เป็นความชอบของตัวเองอย่างกล้องหรือเลนส์ต่างๆ พอเราได้แตะจุดนั้นมากขึ้นก็เลยรู้ว่าอันนี้มันคือความสุขของเรา ถ้าไม่ได้เข้าวงการก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้มาเรียนที่คณะนี้หรือเปล่า”

  • ‘ครอบครัว’ สายสัมพันธ์ที่มัดใจ

ใครที่ติดตามอินสตาแกรมของสิงโตคงจะอดยิ้มตามไม่ได้เวลาที่เขากับคุณพ่อมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน การแสดงออกถึงความรักอย่างเปิดเผย เช่นการหอมแก้มพ่อ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของบ้านนี้ สิงโตบอกว่า “ผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อก่อนจะหอมแก้มแต่ไม่ค่อยได้บอกรัก ผมถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้ตั้งแต่เด็กเพราะเป็นลูกคนเดียว เมื่อก่อนจะทะเลาะกับพ่อบ่อยมาก เวลาพ่อถามก็จะบอกว่ารักแม่มากกว่า (หัวเราะ) แต่พอแม่เสียไปก็ไม่เคยทะเลาะกับพ่ออีกเลย แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าการหอมเป็นเรื่องปกติยิ่งกว่าเดิม” ความอบอุ่นจากบุพการีบ่มเพาะเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งทั้งกายและใจ โดยมีสายใยรักอันแน่นหนาของครอบครัวคอยอยู่เคียงข้างเสมอ

“ผมถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่ให้ความรักอยู่ตลอดเวลา ที่บ้านจะสอนตลอดว่าเราเป็นลูกผู้ชาย เราต้องผ่านมันไปให้ได้ อย่างสมัยเรียนมหา’ลัยผมเป็นคนนำเชียร์ พ่อไม่อยากให้เดินทางตอนดึกๆ ปกติถ้าเป็นบ้านอื่นอาจจะไม่ชอบให้อยู่หอใช่ไหมครับ แต่พ่อกับแม่จะไล่ไปอยู่หอแล้วให้ดูแลตัวเองให้ได้ หรือตอนที่ผมตัดสินใจว่าไม่ไหวแล้วอยากซิ่วไปเรียนนิเทศ พ่อก็ไม่พูดอะไรเลย ถามแค่ว่าเรียนแล้วจะมีความสุขไหม ถ้าทำแล้วสบายใจก็ทำไปเลยไม่ต้องมาถามพ่อ
“ทุกวันนี้ถ้ามีอะไรก็จะปรึกษาพ่อตลอด พ่อจะถามคำเดียวว่ามีความสุขหรือเปล่า พ่อเคยบอกว่า ‘พ่อไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นจะทำอะไรขอให้ยึดตัวเองเป็นหลัก’ ซึ่งเป็นคำพูดที่บางทีคนเป็นลูกก็ไม่อยากได้ยิน (หัวเราะ) รู้แล้วล่ะว่ามันเป็นสัจธรรมแต่ไม่ต้องพูดก็ได้

“ทุกวันนี้บางทีมีปัญหาจะเข้าไปนอนตักพ่อ จริงๆ เรามีหนทางแก้ปัญหาและวิธีการรับมือแล้วล่ะ เพียงแต่เราแค่ต้องการที่พักพิง หรือทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น ปกติผมจะชอบชวนพ่อไปกินข้าว ระหว่างนั่งรถถ้าเกิดว่าไม่สบายใจ ผมจะค่อยๆ เอนลงไปนอนตัก พ่อจะรู้ละว่ามีสองอย่างคือเราง่วงกับเราไม่สบายใจ” เราเดาว่าพ่อต้องภูมิใจในตัวสิงมากแน่ๆ “พ่อเป็นคนปากแข็งและนิ่งมาก (หัวเราะ) เขาจะไม่พูดอะไร แต่บางอย่างเราก็รู้แหละว่าเขาภูมิใจ”

  • ก้าวย่างที่ 26 ของสิงโต

28 กรกฎาคมนี้ สิงโตจะฉลองวันเกิดครบ 26 ปีแล้ว เราอดอยากรู้ไม่ได้ว่าเขาต้องการของขวัญอะไรจากครอบครัวเป็นพิเศษหรือเปล่า “ก็คงเป็น ‘เวลา’ ที่จะได้ไปเที่ยวกับคุณพ่อมั้งครับ.. แต่จริงๆ ต้องบอกว่า พ่อมีเวลาให้เราเต็มที่มากๆ มีแต่ตัวสิงเองนี่แหละที่ไม่ค่อยว่างพาพ่อไปเที่ยวไหนเลย หรือบางทีได้หยุดงานก็ว่างแค่ 1-2 วัน จะพาพ่อไปเที่ยวไกลๆ ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นของขวัญชิ้นนี้ควรเป็นสิงให้ตัวเองมากกว่า (หัวเราะ)”งั้นขอถามใหม่ว่า สิงอยากได้ของขวัญอะไรจากแฟนคลับ? เขายิ้มก่อนจะตอบว่า “ถ้าบอกว่าไม่ต้องให้อะไรแล้วจะน้อยใจกันมั้ยครับ หรือถ้าบอกว่าที่ให้มาตลอดทุกวันนี้มันมีค่ามากเกินพอแล้ว จะดูเวอร์เกินไปหรือเปล่า งั้นอย่างนี้แล้วกันครับ…ถ้าขออะไรได้ สิ่งที่อยากขอเป็นของขวัญจากแฟนคลับก็คือ ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี เติบโตขึ้นอย่างงดงามไปพร้อมกับเรา สิงชอบมากเลยนะเวลาที่ได้เจอหรือได้เห็นแฟนคลับมาบอกกับเราว่าชีวิตเขาเดินทางมาไกลขนาดไหนตั้งแต่เราพบกัน เช่น บางคนอาจจะเรียนจบไปพร้อมกับสิง บางคนได้เลื่อนตำแหน่งงาน บางคนผ่านสัมภาษณ์แล้วได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งบางคนแต่งงานมีครอบครัวมีลูก มันมีความสุขจะตายกับการที่เราเห็นคนที่คุ้นเคย หรือคนที่เรารักเติบโตขึ้นอย่างดี โดยมีเราร่วมอยู่ในทุกช่วงเวลาเหล่านั้นของเขา มันเป็นของขวัญที่มีค่ามากจริงๆ และสิงก็คิดว่าศิลปินแทบทุกคนอยากได้ของขวัญแบบนี้

“ถ้าถามว่าอยากได้ของขวัญจากใครอีก คงต้องตอบว่าไม่มีแล้ว เพราะสิงไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่สิ่งที่สิงอยากได้ เช่น ความสุข ความสบายใจในการทำงาน ความอิสระในการตัดสินใจ มันก็ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับตัวสิงเองทั้งนั้น ไม่มีใครมอบให้สิงได้ ถ้าสิงไม่ให้ตัวเองก่อน ดูเวอร์จัง (หัวเราะ) แต่มันจริงนะครับถ้าทุกคนลองคิดตามดีๆ”

ถึงจะมีหลากหลายความฝันในวัยเยาว์ที่เจ้าตัวอยากจะเป็น ทั้งนักบินอวกาศ หมอ ทหาร สจ๊วต… แต่บทบาทที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักปราชญาในวันนี้ คือบทบาทของการเป็นนักแสดงมากความสามารถ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีชื่อเสียงไปไกลขนาดนี้

ล่าสุดเขากำลังจะมีผลงาน Friend Zone The Series (Season 2) ซึ่งเรียกว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของชีวิตนักแสดงของเขา แต่ขณะเดียวกันสิงโตก็เข้าใจดีว่าไม่มีใครสามารถอยู่เป็นดาวค้างฟ้าในวงการได้ตลอดไป ซึ่งหากถึงวันนั้นเขาก็ยังเชื่อว่า… ด้วยแพสชั่นในศาสตร์ของภาพยนตร์จะผลักดันให้เขากระตือรือร้นที่จะต่อยอด เรียนรู้ และมีโอกาสทำงานในวงการต่อไป แม้จะเป็นดวงดาวที่อยู่เป็นเบื้องหลัง ทว่าความสุกสกาวก็จะสามารถสร้างความประทับใจและชวนให้คนมองได้ตลอดเวลา

Other Articles