โรงแรมดังทั้งห้าที่ขึ้นชื่อว่าได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แตกต่างกันไปตามสไตล์ของนักออกแบบ
แมนดาริน โอเรียนเต็ล, มิลาน (Mandarin Oriental, Milan)


ห้องสวีทที่ได้รับการกล่าวขานในเรื่องของการตกแต่งต้องยกให้สองห้องนี้ ‘Fornasetti Suite’ และ ‘Premier Suite’ ด้วยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากสองนักออกแบบระดับตำนานอย่าง เปียโร ฟอร์นาเซ็ตติ (Piero Fornasetti) และจิโอ ปอนติ (Gio Ponti) นั่นเอง ภายในห้อง Fornasetti Suite ถูกประดับประดาด้วยชิ้นงานดั้งเดิมของฟอร์นาเซ็ตติ ไม่ว่าจะเป็นกรอบกระจกเงาบนผนังสีเขียวในห้องนั่งเล่น หรือวอลเปเปอร์ที่ติดอยู่รอบเสากลางห้อง มุมอื่นๆ อย่างในห้องนอนก็มีโต๊ะเขียนหนังสือคอลเลกชั่น Farfalle และโต๊ะคอนโซลที่วางอยู่บริเวณทางเดิน


ส่วน Premier Suite ได้รับการตกแต่งแบบเรียบง่ายซึ่งเป็นสไตล์ของจิโอ ปอนติ โดยใช้ไม้วอลนัตสีโอ๊ค และเฟอร์นิเจอร์จากเหล่านักออกแบบชื่อดังชาวอิตาเลียน โต๊ะหินอ่อน Eros โคมไฟชิ้นเด่น ‘2097-30/50’ โดย Sarfatti โต๊ะคอนโซลดั้งเดิมโดยจิโอ ปอนติ และโซฟาจาก Citterio ภายในห้องนอนตกแต่งด้วยผ้าพื้นสีกรมท่า เก้าอี้เท้าแขนหุ้มเบาะสีเดียวกันโดย Luigi Caccia Dominioni
แมนดาริน โอเรียนเต็ล, กรุงเทพ


โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของกรุงเทพฯ และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ เมื่อปีที่แล้วห้องพักทั้งหมดรวมทั้งห้องสวีทในอาคารริเวอร์วิงถูกออกแบบใหม่โดยเจฟฟรีย์ ไวเคส นักออกแบบชื่อดังระดับโลก จากชิ้นงานประติมากรรมทองเหลืองสู่ภาพสะท้อนของแม่น้ำสายหลักบนพื้นไม้สักและผืนพรม การใช้โทนสีขาวช่วยให้ทั้งห้องดูสว่าง งามตระการตาด้วยผ้าม่านเนื้อลินินจากจิม ทอมป์สัน


ห้องรับแขกที่ถูกดีไซน์ขึ้นใหม่ยังปรับขนาดห้องจากเดิม 38 ตร.ม. เป็น 63 ตร.ม. โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความสง่างามของสถานที่ตั้งริมแม่น้ำซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ปูพื้นทางเดินด้วยไม้สัก เฟอร์นิเจอร์สร้างขึ้นอย่างประณีต ประดับประดาด้วยผ้าไหมไทยผืนงาม ระเบียงและหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานของห้องพักและห้องสวีทให้ความรู้สึกที่แนบชิดกับทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา
45 พาร์กเลน (45 Park Lane)


โรงแรม 45 Park Lane ออกแบบโดยสถาปนิกและดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ เทียร์รี เดส์ปองต์ (Thierry Despont) ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้เป็นที่พักในสไตล์ย้อนยุคราวทศวรรษ 1960 ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว มีห้องพักและห้องสวีทกว้างขวางทั้งหมด 45 ห้อง ห้องพักแต่ละห้องสามารถมองเห็นสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก ถ้าอยากชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุงลอนดอนแบบพาโนรามิกต้องเลือกห้องพักชั้นสูงๆ


เทียร์รีออกแบบให้พื้นที่ 50% ภายในโรงแรมได้แสงสว่างทั้งจากแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ในรูปแบบต่างๆ มีการตกแต่งระแนงภายนอกและบานเกล็ดทึบแสงซึ่งแยกส่วนของบาร์กับห้องอาหารออกจากกัน น้ำตกจำลองด้านข้างของอาคารได้รับการออกแบบให้เหมือนระลอกคลื่นส่องแสงระยิบระยับยามต้องแสงไฟ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงไอเดียในการออกแบบรายละเอียดในการออกแบบ สิ่งของทุกชิ้นจะสั่งทำพิเศษทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ที่จับประตู กล่าวได้ว่าเพนต์เฮาส์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อต้องการให้เป็นอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวสุดพิเศษที่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์ของลอนดอน
เลอ เมอริซ (Le Meurice)


ห้องสวีทเพนต์เฮาส์ Belle Etoile มอบวิวทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของปารีสให้คุณแบบเต็มตา 360 องศา ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่บ่งบอกถึงงานฝีมือ สไตล์และนวัตกรรม ทุกรายละเอียดได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยสตูดิโอออกแบบและตกแต่งภายใน ชื่อว่า Lally & Berger ของมาร์กัว แลลลีย์ และลุค เบอร์เกอร์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่เป็นแรงบันดาลใจในการจะสร้างแวร์ซายส์ในแบบที่ทันสมัย พร้อมทัศนียภาพที่น่าตื่นตาที่สุด


เพนต์เฮาส์นี้มีห้องนอนที่เชื่อมต่อกันถึงสามห้อง จัดเป็นหนึ่งในห้องสวีทที่กว้างขวางที่สุดในปารีสก็ว่าได้ ทุกห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ดึงดูดสายตาคุณด้วยวิวสวยๆ ของเมือง เฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นสไตล์โรงหนังสามารถปรับได้ตามความต้องการ เพื่อให้คุณสะดวกสบายราวกับอยู่ที่บ้านตัวเอง ห้องสวีทของที่นี่ยังสวยสะพรั่งไปด้วยไม้ดอกในสวนอันเขียวขจีที่ให้ความเป็นส่วนตัว และผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบสวนแห่งนี้ก็คือปิแอร์-อเลกซานเดอร์ ริสเซอร์ นักออกแบบภูมิทัศน์ ผู้เลือกรูปทรงพื้นผิวและดอกไม้ที่สวยงามเพื่อรังสรรค์ให้ที่นี่เป็นสวรรค์กลางใจเมือง
ชิชิอิวะเฮาส์ (Shishi-Iwa House)


รีสอร์ตบูติกขนาด 10 ห้อง ออกแบบโดยชิเงรุ บัง สถาปนิกชาวญี่ปุ่นเจ้าของรางวัลพริตซ์เกอร์ รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในป่าอันเงียบสงบของเมืองคารุอิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น ลักษณะเป็นบ้านพักสองชั้นที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย หลังคามีความโดดเด่นด้วยรูปทรงบิดโค้ง (curvilinear) เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ด้วยเป้าหมายที่จะอนุรักษ์ต้นไม้ใกล้เคียงให้คงสภาพเดิม จึงได้เลือกใช้แผงไม้อัดสำเร็จรูปเป็นวัสดุในการสร้างกรอบโครงสร้างแบบแยกส่วน แล้วค่อยนำมาประกอบที่ไซต์งานจริง
การตกแต่งภายในและคัดเลือกเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของชิเงรุ เขาใช้กระดาษแข็ง (cardboard) และท่อกระดาษ (paper tube) มาเป็นองค์ประกอบในห้องนอนและพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้สถานที่พักผ่อนแห่งนี้มีความกลมกลืนกับบรรยากาศ ภายในห้องโถงและห้องสมุดนอกจากการออกแบบเองแล้ว ชิเงรุยังเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์โดยอัลวาร์ อัลโต สถาปนิกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เครื่องเรือนและโคมไฟยังมีการสั่งทำพิเศษ เพื่อความลงตัวของพื้นผิวไม้และวัสดุทุกชิ้นที่ใช้ภายในรีสอร์ต








