Friday, August 12, 2022

รับชมสิ่งที่น่าสนใจจากงาน Watches & Wonders กันสักนิดดีกว่า

ถึงปีนี้จะไม่มีงานแฟร์นาฬิกาเหมือนทุกปีเพราะพิษโควิด-19 แต่ก็ใช้ว่าโลกนาฬิกาจะหยุดนิ่ง เมื่อ Fondation de la Haute Horlogerie พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่จากแบรนด์สมาชิกที่เข้าร่วมราวกับว่ากำลังจัดอีเวนต์ออนไลน์ในชื่อ Watches & Wonders โดยผู้ที่สนใจสามารถอัพเดทคอลเลกชั่นใหม่ๆผ่าน watchesandwonders.com 

“เรารู้สึกติ้นเต้นมากที่ได้ร่วมกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลกในการทำให้คอนเซ็ปต์ของ Watches & Wonders มีชีวิตขึ้นมาในโลกออนไลน์ในยามที่อุตสาหกรรมของเราพึ่งพามันเป็นได้ที่สุด” Fabienne Lupo ประธานและผู้บริหารแห่ง  Fondation de la Haute Horlogerie กล่าว “แพลตฟอร์มใหม่นี้จะช่วยให้คนรักนาฬิกาจากทุกที่สามารถเข้าถึงโปรดักต์ที่น่าตื่นเต้นใหม่ๆ สัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มอื่ม และติดต่อการแบรนด์ที่เข้าร่วมโดยตรงในพื้นที่เดียว” 

และจากผลงานทั้งหมดที่โชว์อยู่ในเว็บไซต์ ณ ยามนี้ ต่อไปนี้คือผลงานที่เรียกไดว่าเป็นรุ่นโปรดของเรา

TO THE MOON AND BACK

หลงัจากเปิดตัวนาฬิการุ่น Arceau L’Heure de la Lune เมื่อปี 2019 และคว้ารางวัล Calendar & Astronomy Watch Prize จากเวทีที่เปรียบเสมือนออสการ์ของโลกนาฬิกาอย่าง GPHG ล่าสุดในปี 2020 Hermès ก็ได้ตีความ Arceau L’Heure de la Lune ออกมาใหม่อีกสามเวอร์ชั่น พื้นหน้าปัดประดับด้วยหินอุกกาบาตสามเฉด คือ Black Sahara เฉดสีดำอมเทาตัดกับหน้าปัดเวลาและวันที่สีเทารับกับสายสีดำ  Martian meteorite เฉดสีอมเขียวตัดกับหน้าปัดเวลาและวันที่สีขาวกับสายสีเขียวขี้ม้า และ Lunar meteorite ที่เท็กซ์เจอร์ดูมีหินปะปนอยู่เข้ากับหน้าปัดเวลาและวันที่เฉดสีน้ำตาลเช่นเดียวกับสาย แน่นอนว่ายังคงเอกลักษณ์ดวงจันทร์สองดวงบนหน้าปัด โดยหน้าปัดเวลาและวันที่จะเคลื่อนตัวผ่านเข้าไปบดบัง เพื่อแสดงรูปทรงของดวงจันทร์เมื่อมองจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ 


SHAPING THE TIME

เพื่อพิสูจน์ความเป็นเลิศด้านการสร้างสรค์รูปทรงนาฬิกาที่ไม่เหมือนใคร ในปีนี้ Cartier จึงได้นำเสนอ Privé Tank Asymétrique ซึ่งเคยเห็นครั้งแรกเมื่อปี 1936 และมีชื่อเรียกในยุคนั้นว่า Parallélogramme ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบเฉียง ทำให้ต้องจัดวางตัวเลขบนหน้าปัดให้ทำมุมเอียงตามไปด้วยซึ่งบอกเลยว่าเท่ไม่เหมือนใคร  นอกจากจะมีรุ่นเรียบๆ ทำงานด้วยกลไกไขลาน caliber 1917 MC แล้ว ยังมีเวอร์ชั่นกลไกสเกเลตันประดับเพชรบนขอบตัวเรือนให้ยิ่งอลังกว่าเดิม  


Making of Enameler Email

TO SAVE THE SINGING BIRDS

เพื่อพิสูจน์ความเป็นเลิศด้านการสร้างสรค์รูปทรงนาฬิกาที่ไม่เหมือนใคร ในปีนี้ Cartier จึงได้นำเสนอ Privé Tank Asymétrique ซึ่งเคยเห็นครั้งแรกเมื่อปี 1936 และมีชื่อเรียกในยุคนั้นว่า Parallélogramme ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบเฉียง ทำให้ต้องจัดวางตัวเลขบนหน้าปัดให้ทำมุมเอียงตามไปด้วยซึ่งบอกเลยว่าเท่ไม่เหมือนใคร  นอกจากจะมีรุ่นเรียบๆ ทำงานด้วยกลไกไขลาน caliber 1917 MC แล้ว ยังมีเวอร์ชั่นกลไกสเกเลตันประดับเพชรบนขอบตัวเรือนให้ยิ่งอลังกว่าเดิม  


SCARLET FEVER

Reverso หนึ่งในผลงานไอคอนของโลกนาฬิกาในศตวรรษที่ 20 และเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Jaeger-LeCoultre มานานเกือบ 90 ปี โดดเด่นด้วยเส้นสายเรขาคณิตอันเป็นหัวใจของยุคอาร์ตเดโค ล่าสุดในปีนี้ ได้รับการตีความนำเสนออกมาในชื่อ Reverso One Red Wine โดยนำแรงบันดาลใจมาจาก Reverso Lady ในปี 1931 ตัวเรือนสตีลขนาดเล็ก โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีแดงประดับเพชรและสายหนังสีแดงเข้ากัน เมื่อพลิกตัวเรือนซึ่งเป็นระบบเอกสิทธ์ของคอลเลกชั่นนี้ จะพบกับฝาหลังว่างเปล่าสำหรับเอาให้คุณใช้เป็นพื้นที่สลักข้อความส่วนตัว  


Quest for Thinness

หนึ่งในแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนานาฬิกาตัวเรือนขนาดบางก็ต้องยกให้กับ Piaget เพราะดูจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีผลงานที่ครองสถิติโลกอยู่หลายรุ่น อย่างเช่นผลงานรุ่นใหม่ล่าสุด Altiplano Ultimate Concept ซึ่งเคยเปิดตัวในฐานะนาฬิกาคอนเซ็ปต์เมื่อปี 2018 และล่าสุดสามารถพัฒนาออกมาวางจำหน่ายได้จริงแล้ว และถือว่าเป็นาฬิกาจักรกลที่บางที่สุดในโลก (เพียง 2 มิลลิเมตร ประมาณเหรียญ 1 ยูโร) ผลงานรุ่นนี้พัฒนานานถึง 4 ปี โดยนำเอาชิ้นส่วนกลไกมากระจายจัดเรียงในแนวนอนซึ่งไม่เหมือนนาฬิการุ่นอื่นๆ หากไขลานเต็ม ก็จะมีกำลังลานสำรองยาวนาน 40 ชั่วโมง

Other Articles