Thursday, September 29, 2022

Fashion Field Trip Autumn/Winter 2013 @ TCDC

                 4 พันธมิตรเเห่งวงการเเฟชั่น ร่วมมือกันจัด “Fashion Field Trip” เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมปี 2556 ที่ผ่านมาเพื่อสร้างสรรค์มิติใหม่ของการโชว์ให้เเก่วงการเเฟชั่นไทย มุ่งยกระดับให้ก้าวไกลเทียบเท่าสากล งานเเฟชั่นโชว์ครั้งนี้เกิดจากการรวมตัวของ 4 เเบรนด์เสื้อผ้าที่มีปรัชญาการทำงานที่คล้ายคลึงกันมี ASAVA, ISSUE, KLOSET, เเละVICKTEERUT  โดยมีความมุ่งหวังในการนำเสนอในนิมิตใหม่ โดยไม่ยึดติดกับรูปเเบบของโชว์เเฟชั่นที่จะต้องเป็นเพียงทางเดินรันเวย์เท่านั้น จึงได้เนรมิตรูปเเบบของเวทีให้มีการเปลี่ยนไป อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีอันทันสมัยต่างๆ ที่จะมาช่วยสร้างสรรค์ให้มีความเเปลกใหม่เเละโดดเด่นในการนำเสนอของวงการเเฟชั่นไทย

           โชว์เเรกเริ่มต้นด้วย VICKTEERUT ที่นำเสนอเสื้อผ้าคอลเลกชั่นชื่อว่า Basic Trilogy ที่มีความเรียบง่ายเเบบ Minimalism เเต่เเฝงด้วยการตัดเย็บอย่างปราณี ซึ่งโชว์ในครั้งนี้ได้จัดเป็นลักษณะของเขาวงกต ตกเเต่งไฟนีออนที่ออกเเบบมาสำรหับให้นางเเบบสามารถเดินไปอยู่ในงานศิลปะได้                   ต่อกันด้วย KLOSET ที่คอลเลกชั่นนี้มีชื่อว่า A Girl’s Best Friend ซึ่งมีลวดลายของสิ่งที่ผู้หญิงมักจะเเพ้ทางอาทิ ลายเสือ, เพชรพลอย, เครื่องประดับ, ดอกไม้ เเละความรัก ปรากฏอยู่ในลายผ้า สำหรับโชว์ครั้งนี้ก็จะมีการมิกซ์เเอนด์เเมทช์เสื้อผ้าของนางเเบบให้ดูสวมใส่ได้จริง รูปเเบบของเวทีจะมีกลิ่นอายของปาร์ตี้ยุค 1980 ที่เหล่านางเเบบออกมาเต้นกันอย่างสนุกสนานเหมือนอยู่ในคลับที่เต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนสาวที่คุ้นเคยกันดี              ถัดมาเป็น ASAVA กับเสื้อผ้าคอลเลกชั่น The Big Apple ที่ได้เเรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะเเบบป๊อปอาร์ต เเห่งยุค 70s ของรอย ลิชเทนสไตน์ ดังนั้นพื้นที่ตรงกลางของเวทีจึงได้ออกเเบบให้ออกมาเป็นการจัดเเสดงงานศิลปะ โดยให้เหล่านางเเบบเดินผ่านตู้กระจกที่ทำให้ชุดดูโดดเด่นเมื่อเดินออกมาเเล้วโพสท่าให้เหล่าผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของชุดที่ใส่              ปิดท้ายกันด้วย ISSUE ซึ่งได้เเรงบันดาลในคอลเลกชั่นนี้มาจาก “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 เป็นเรื่องของการผสมผสานรสชาติของอาหารเเละความละเมียดของการทำอาหาร ที่ได้นำมาพัฒนาออกมาเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์สีสันครบถ้วนทุกรส สำหรับการเเสดงได้นั้นเพิ่มความอลังการเเละสีสันของงานด้วยการเชิญศิลปะนักร้องมาร้องเพลงประกอบจังหวะกับเพลงที่เปิดสร้างบรรยากาศในการเเสดงครั้งนี้             นอกจากความอลังการจากโชว์ทั้ง 4 นี้เเล้ว ทางเเบรนด์ยังต้องการที่จะส่งต่อประสบการณ์ เพื่อสร้างเเรงบันดาลใจใหม่ๆให้เเก่คนรุ่นต่อไป โดยได้เปิดให้นิสิตนักศึกษาไม่ว่าจะเป็นด้านเเฟชั่น, ด้านสถาปัตยกรรมหรือด้านที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำโชว์ครั้งนี้เเละในขณะเดียวกันผู้เข้าชมก็จะได้เห็นโชว์ที่เเปลกใหม่ไม่ซ้ำใครด้วยเช่นกัน

Other Articles