Sunday, July 21, 2024

CHANEL นำความสปอร์ตมาบรรจบกับคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ล่าสุด

จิวเวลรี่ชั้นสูงกับกีฬาเหมือนกับเป็นโลกที่อยู่คู่ขนานกัน แต่ CHANEL ก็ได้นำทั้งสองมาบรรจบกันในไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่นล่าสุดในชื่อ  Haute Joaillerie Sport โดยนำแรงบันดาลใจมาจากจิตวิญญาณสปอร์ตซึ่งอยู่คู่กับเมซงมาตั้งแต่สมัยกาเบรียล ชาเนลก่อตั้งแบรนด์แล้ว “ในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่น Haute Joaillerie Sport ผมได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์สปอร์ตของชาเนล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาโดยตลอด นั่นคือความงามของเส้นสายและความมีอิสระในการเคลื่อนไหว” ปาทริซ เลอเกโร (Patrice Leguéreau) ผู้อำนวยการสตูดิโอสร้างสรรค์ไฟน์จิวเวลรี่ของชาเนลกล่าว 

นับตั้งแต่แรกเริ่ม ชาเนลให้ความสำคัญกับรูปร่างและอิสระในการเคลื่อนไหว ผลงานออกแบบของเธอมักใช้เส้นสายเรียบง่ายในการออกแบบ วัสดุเนื้อนุ่ม ไปจนถึงคัตติ้งและรูปทรงที่ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวก ย้อนกลับไปในช่วงปี 1921  เธอยังได้ก่อตั้งอเตอลิเยร์ Sport ภายในโอตกูตูร์เฮาส์ของเธอ แถมเธอยังเป็นดีไซเนอร์คนแรกที่สร้างสรรค์เลาจ์​แวร์สำหรับกลางวันเพื่อผู้หญิง ซึ่งตัดเย็บจากผ้าเจอร์ซีย์ ซึ่งก่อนหน้านั้นนิยมนำมาใช้ตัดเป็นอันเดอร์แวร์ผู้ชาย เครื่องแต่งกายของเธอได้นำเสนอเสน่ห์ของความเยาว์วัย และไลฟ์สไตล์ที่เน้นการทำกิจกรรมนอกบ้านอย่างการเล่นกีฬาและการพักผ่อนริมหาดของคนในยุคนั้น ในหนังสือ The Allure of Chanel โดย Paul Morand ปี 1996 ยังได้บันทึกถ้อยความคิดของ กาเบรียล ชาเนล เอาไว้ในหน้า 171 ว่า  “ฉันประดิษฐ์สูทกีฬาสำหรับตัวเอง ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนอื่นเล่นกีฬา แต่เป็นเพราะตัวฉันเองเล่น ฉันไม่ได้ออกไปข้างนอกเพราะฉันต้องออกแบบเดรส แต่ฉันออกแบบเดรสเพราะฉันต้องออกไปข้างนอก เพราะฉันใช้ชีวิตในศตวรรษนี้เพื่อตัวฉันเอง”  

“For creating the ‘Sport’ High Jewelry collection, I was inspired by Chanel’s sporty style, which is such an integral part of the house’s history: the elegance of the line and the freedom of movement.”

Patrice Leguéreau

ในยุคปัจจุบัน ซึ่งผู้คนให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย และความคล่องตัว ทำให้สปอร์ตแวร์กลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิต จนกระทั่งเกิดเป็นสไตล์ที่เรียกกันว่า athleisure จึงไม่แปลกใจที่สตูดิโอออกแบบเครื่องประดับชั้นสูงชอง CHANEL จะเลือกสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ในคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ล่าสุด

CHANEL ได้จัดงานเปิดตัว Haute Joaillerie Sport  อย่างเป็นทางการที่ประเทศโมนาโก เมืองติดทะเลที่ชาเนลเองมีความผูกพันมานาน ทั้งยังเป็นเมืองที่เชื่อมโยงกับกีฬาด้วย (เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวันและการแข่งขันเทนนิสมอนติคาร์โลมาสเตอร์) และในคืนพิเศษนั้น นักแสดงสาวชาวอังกฤษ Keira Knightley ยังได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงกาล่าในโอกาสสำคัญและร่วมชมโอเปราที่จัดขึ้นที่ Casino de Monte Carlo โดยเธอได้สวมใส่สร้อยคอและแหวนในธีม Graphic Line ซึ่งเป็นชิ้นไฮไลต์ของคอลเลกชั่น Haute Joaillerie Sport รับกับชุดกระโปรงลูกไม้สีน้ำเงินจากคอลเลกชั่นโอตกูรตูร์ Spring-Summer 2024

ความพิเศษของสร้อยคอ Graphic Line ก็คือดีไซน์เส้นสายแบบกราฟิกที่ชูให้อัญมณีที่นำมาประดับยิ่งโดดเด่น ทั้งเพชร ทับทิม ออนิกซ์​ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแซฟไฟร์แคชเมียร์ล้ำค่าหายาก ซึ่งนำมาเจียระไนเป็นทรงคุชชั่นขนาด 10.15 กะรัตเป็นเซ็นเตอร์สโตนอยู่กลางสร้อย รวมทั้งแหวนแซฟไฟร์ทั้งสองวง โดยเฉพาะเม็ดที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีน้ำหนักถึง 17.18 กะรัต  ซึ่งกว่าจะได้แซฟไฟร์น้ำงามเช่นนี้ ทางทีมงานของเมซงต้องใช้เวลาเสาะแสวงหานานหลายปี สร้อยเส้นนี้แฝงไว้ด้วยดีเอ็นเอความเป็นชาเนลอย่างเต็มเปี่ยม เพราะเมื่อพลิกดูด้านหลัง จะเห็นตัวเรือนทองดีไซน์เป็นคำว่า CHANEL และตัวล็อกของสร้อยยังนำแรงบันดาลใจมาจากตัวล็อกกระเป๋าคลาสสิก 2.55 ด้วย ซึ่งทำให้สามารถสวมใส่ได้ง่าย 

คอลเลกชั่น Haute Joaillerie Sport ประกอบด้วยผลงานกว่า 70 ชิ้น นำเสนอผ่าน 6 ธีมหลัก ได้แก่ Sweater, Graphic Line, Chanel Print, Quilted Icons, Sporty 5 และ Gold Slider จุดเด่นคือเส้นสายที่เรียบง่ายทันสมัย แรงบันดาลใจจากชุดกีฬา (เช่นสร้อยที่ดีไซน์เป็นคอเสื้อฮู้ด)  มีการใช้ลายเชฟรอนที่เชื่อมโยงกับความเร็ว การใช้เฉดขาว ดำ  แดงกับน้ำเงินซึ่งเป็นสีที่พบได้บ่อยในโลกกีฬา และที่ขาดไม่ได้ก็คือการผสานโมทีฟที่สะท้อนความเป็นชาเนล ทั้งสิงโต ดวงดาว ลายควิลต์ โลโก้ชาเนล และเลข 5 ซึ่งนำมาดีไซน์คล้ายกับตัวเลขที่ปรากฏบนบอร์ดนาฬิกาจับเวลา 

คอลเลกชั่นนี้ยังทำให้เราได้เห็นการพัฒนาเชิงเทคนิคในมุมมองของฟังก์ชั่น เช่น ตะขอนิรภัยที่รูปทรงเหมือนเลข 5 เพื่อให้ปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว หรือโซ่ทูบที่ดูคล้ายบกับเส้นเชือก ทั้งยังมีการใช้วัสดุไฉเทค เช่น อะลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบาและทนทาน  คาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งมีความหนาแน่นต่ำและทานทานสูง และชวนให้นึกถึงวงการมอเตอร์สปอร์ต (ปรากฏในกำไลที่ถอดแยกชิ้นสวมใส่ได้หลากแบบ) รวมถึงเทคนิคแล็กเกอร์ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในการสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูง นอกจากนี้ผลงานหลายชิ้นยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึง transformability หรือการถอดแยกชิ้น ทำให้พลิกแพลงสวมใส่ได้หลากแบบ 

กล่าวได้ว่า คอลเลกชั่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญที่ยากจะหาผู้ใดเปรียบของ CHANEL เป็นการมาบรรจบกันของงานหัตถศิลป์อันเหนือชั้นตั้งแต่ภาพร่างจนถึงกระบวนการผลิต สตูดิโอสร้างสรรค์และช่างฝีมือไฮจิวเวลรี่ในเวิร์กช็อปที่ปลาซว็องโดมในกรุงปารีส ได้มอบความมีชีวิตชีวาให้กับวัสดุอันล้ำค่าที่สรรหามาอย่างพิถีพิถัน ทั้งยังเป็นการเฉลิมฉลองเสน่ห์ของสไตล์สปอร์ตที่ฝังรากลึกในประวัติศาสตร์ของชาเนล 

บทความอื่นที่น่าสนใจ:

ชมนาฬิการุ่นเด่นจากแคปซูลคอลเลกชั่น Couture O’Clock  ที่ CHANEL นำเสนอในงาน Watches & Wonders 

CHANEL Collection N°5 ที่สุดของเครื่องประดับร่วมสมัย

Other Articles