Sunday, July 21, 2024

Inside Out 2 และคำอธิบายของโลกแห่งอารมณ์

Spoiler Alert บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน ใครยังไม่ได้ชม โปรดข้ามไปก่อนนะคะ

การกลับมาของเหล่าอารมณ์จากสตูดิโออนิเมชั่นสุดโด่งดังอย่าง Disney และ Pixar ในรอบ 9 ปีของ Inside Out
จากจินตาการของ Pete Doctor ผู้กำกับชื่อดังในภาคหนึ่งและโปรดิวเซอร์ในภาคสอง และเจ้าของรางวัล The Academy Award 2016 ในสาขา Best Animated Feature และเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Original Screenplay พร้อมจับมือผู้กำกับคนใหม่อย่าง Kelsey Mann มารังสรรค์ภาคใหม่ของเรื่องนี้อีกด้วย

Inside Out ภายใต้คอนเซ็ปสุดซับซ้อนที่ผสมแง่มุมทางจิตวิทยาแต่ทำออกออกมาได้น่ารักและเข้าใจที่ว่า ‘ประสบการณ์ต่างๆของมนุษย์ที่เต็มไปอารมณ์’ Inside Out แตกต่างจากการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิมของภาพยนตร์เด็กที่แค่ระบายอารมณ์ โดยนำเสนอประสบการณ์ทางจิตวิทยาและความท้าทายในการเติบโตมาอย่างลึกซึ้ง แน่นอนว่าอนิเมชั่นของค่ายนี้ไม่ธรรมดาอย่างจริงๆ เพราะในภาคแรกเล่าเรื่องราวของเหล่าอารมณ์ของเด็กสาวอย่าง Riley (ไรลีย์) ในวัย 11 ปี โดยการทำงานของเหล่าอารมณ์สีสันสดใสนี้ต้องทำงานรวมกันเพื่อนำทางสู่การสร้างความทรงจำเรื่อยจนไปถึงตัวตนของเธอ

อธิบาย Inside Out 2

ตามเนื้อเรื่องของ Inside Out 2 นั้นนอกจากความสนุกและความน่ารักของหลากอารมณ์แล้ว แก่นของเส้นเรื่องก็มีความน่าสนใจเช่นกันเพราะทีมผู้สร้างนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลักจิตวิทยาและกระบวนการทำงานของร่างกายอย่างเช่นเรื่อง อารมณ์ที่มีผลต่อการจดจำ มนุษย์เรามีระบบหน่วยความจำหลักอยู่สองระบบด้วยกันได้แก่ ความจำโดยปริยาย (Implicit memory) และ ความจำโดยชัดแจ้ง (Explicit memory)

(Image: Wikipedia)

ความจำโดยปริยาย (Implicit memory) เป็นความจำประเภทหนึ่งที่ประสบการณ์ในอดีตมีผลต่อการจดจำโดยที่ไม่ต้องมีการระลึกรู้ถึงประสบการณ์ในอดีตนั้นขณะกระทำอยู่ ในชีวิตประจำวันเราพึ่งพาความจำโดยปริยายทุกๆวันในรูปแบบของความจำเชิงกระบวนวิธี (procedural memory) ซึ่งเป็นรูปแบบของความจำที่ทำให้ไรลี่ย์สามารถจำวิธีการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆเช่น การผูกเชือกรองเท้าของไรลี่ย์ การขี่จักรยานของไรลี่ย์ หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวบนสนามขณะเล่นกีฬาฮอกกี้ของเธอ งานวิจัยเกี่ยวกับความจำโดยปริยายนี้แสดงให้เห็นว่า ความจำลักษณะนี้เกิดขึ้นผ่านกระบวนการทางจิตใจที่ต่างไปจากความจำชัดแจ้ง (explicit memory)

ความจำชัดแจ้ง (Explicit memory) หรือ ความจำเชิงประกาศ (Declarative memory) เป็นประเภทหนึ่งของความจำระยะยาวสองอย่างในกระบวนการทำงานของสมองมนุษย์ หมายถึงความจำที่สามารถระลึกได้ใต้อำนาจจิตใจเช่นความจริงและความรู้ต่างๆ ดังนั้นการระลึกถึงประสบการณ์ในอดีตโดยตั้งใจนี้ ประกอบด้วยความรู้สึกตัวว่ากำลังระลึกถึงความจำ จึงเป็นการระลึกถึงความจำชัดแจ้ง  มนุษย์มีการจำได้แบบชัดแจ้งตลอดทั้งวัน เช่นในเรื่องไรลี่ย์จำเวลาที่เธอจะต้องเข้าแคมป์ได้ หรือไรลี่ย์จำเหตุการณ์ที่จะต้องย้ายบ้านเมื่อหลายปีที่แล้วไดโดยแบ่งออกมาได้อีกคือ ความจำอาศัยความหมาย (Semantic memories) ที่เป็นความทรงจำที่อิสระไม่ต้องพึ่งเหตุการณ์ในการสร้างความทรงจำ เช่น ชื่ออาหาร ชื่อเมือง หรือการเรียนรู้ในหนังสือเช่นวิชาคณิตศาสตร์

ในตัวเรื่องของ Inside Out นี้ใช้หลักการของ ความจำอาศัยเหตุการณ์ (Episodic memories) เป็นหลัก นั้นคือเป็นความจำที่เชื่อมต่อกับเหตุการณ์ต่างๆในชีวิต ตัวอย่างคือการที่ไรลี่ย์มีเพื่อนสนิทสองคนที่เล่นฮอกกี้และใช้เวลามารวมกันเสมอ การระลึกถึงประสบการณ์ชีวิตต่างโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง โดยความจำเหล่านี้มีผลต่อบุคคลิกและคุณค่าของตัวเธอหรือ ‘ชุดความคิด’ (The Belief System) ที่ตัวตนของเธอที่เธอเชื่อคือ “ฉันเป็นคนดี” ระบบหน่วยความจำทั้งสองดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อกันได้เมื่อเหตุการณ์ต่างๆนั้น มีความสำคัญทางอารมณ์ซึ่งเป็นจุดเน้นของภาพยนตร์ของพิกซาร์เรื่องนี้

บุคลิกและลักษณะของตัวละคร

อีกหนึ่งงานศึกษาและทฤษฎีทางอารมณ์ที่น่าพูดถึงในเรื่องนี้คือ ทฤษฎีทางอารมณ์ของ Plutchik ซึ่งกล่าวถึงแนวทางการจำแนกประเภททางจิตสำหรับการตอบสนองทางอารมณ์โดยทั่วไป อารมณ์หลักๆ มีด้วยกัน 8 อารมณ์ ได้แก่ ความโกรธ ความกลัว ความเศร้า ความรังเกียจ ความประหลาดใจ การคาดหวัง ความไว้วางใจ และความสุข อารมณ์เหล่านี้โดยการแสดงให้แต่ละอารมณ์เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่มีคุณค่าในการเอาชีวิตรอด หรือในเรื่องคือการที่ Anxiety พยายามที่จะควบคุมทุกอย่างในแผนยึดศูนย์บัญชาการใหญ่และสร้างคุณค่าในตัวไรลี่ย์ใหม่เมื่อเธอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แทนที่ที่ Joy เคยสร้างไว้ในช่วยเธอวัยเด็ก

Plutchik’s wheel of emotions (1980) (Image: Wikipedia)

อย่างไรก็ตามตัวละครในอนิเมชั่นเรื่องนี้มีอารมณ์ที่ต่างแตกและออกแบบให้เข้ากับการดำเนินเรื่องของเด็กสาวไรลี่ย์ และจากการเติบโตของเธอ ผู้สร้างยังเพิ่มตัวละครอารมณ์แก๊งใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้เรื่องราวในภาคนี้สนุกมากยิ่งขึ้น

ลั้ลลา (Joy)

ตัวละครที่แทนอารมณ์ความสุข การที่ความสุขของไรลีย์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก Joy ตั้งใจแน่วแน่ที่จะปกป้อง “ความเป็นตัวของตัวเอง” ของไรลีย์และช่วยให้เธอยังคงเป็นเด็กที่มีความสุขเหมือนคนเดิมที่เธอเคยรู้จักและรัก ด้วยความคิดบวก ร่าเริง และเต็มไปด้วยไอเดียเจ๋งๆ สำหรับอนาคตของเด็กสาว จะไม่มีอะไรมาหยุดแผนยึดศูนย์บัญชาการใหญ่ของ Joy ได้เลยจนกว่าจะมีอารมณ์ความรู้สึกใหม่ๆ ก้าวเข้ามา เธอปรากฎตัวในภาคที่แล้วนอกจากเธอจะได้เรียนรู้ว่าเธอมีความสำคัญต่อไรลีย์แล้ว เธอยังได้เรียนรู้อีกว่าเพื่อนอารมณ์ของเธอตัวอื่นๆต่างมีผลต่อการพัฒนาและเสริมสร้างทางอารมณ์ของไรลีย์เช่นกัน

ว้าวุ่น (Anxiety)

ตัวละครที่แทนอารมณ์ว้าวุ่น การมัดรวมของพลังงานอันปั่นป่วนที่มุ่งมั่นอย่างมากในการเตรียมความพร้อมให้ไรลีย์รับมือกับผลลัพธ์เชิงลบที่อาจเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์ ด้วยการปกป้องวัยรุ่นมือใหม่จากอันตรายที่มองไม่เห็น Anxiety ทุ่มเทความพยายามที่จะทำให้ไรลีย์เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม และด้วยรายการและแผนที่จัดระเบียบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้แน่ใจว่าไรลีย์จะไม่พลาด Anxiety คิดล่วงหน้าไปถึงสิบก้าวและไม่ลังเลที่จะแบ่งปันสถานการณ์เลวร้ายที่สุด แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นตัวสร้างปัญหาเยอะ แต่ Anxiety รู้สึกว่าการผลักดันไรลีย์ไปสู่ความสมบูรณ์แบบนั้นหมายถึงการบรรลุเป้าหมายได้ใกล้มากขึ้น

โกรธ (Anger)

เป็นคนหัวรั้นและพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรมเมื่อมันเกี่ยวข้องกับไรลีย์ เมื่อเขาเครื่องติดเขาจะมีไฟรุกจนไม่มีใครหยุดได้ แน่วแน่ หุนหันพลันแล่นมาก ถึงขั้นรุนแรง Anger เชื่อในการกำหนดขอบเขต แต่ไม่กลัวที่จะขจัดอุปสรรคออกไปถ้าคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับไรลีย์ และในบางครั้งที่ครับครั้นเขาก็เป้นอีกคนที่แก้ไขปัญหาและอยู่เคียงข้างเพื่อนอารมณ์ให้ผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

เศร้าซึม (Sadness)

เพื่อนขี้อาย เงียบๆ ดูเศร้า อีกหนึ่งไอคอนิกของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นน้องเศร้าซึมเพิ่งจะคุ้นเคยกับทุกอย่างก่อนที่อารมณ์ความรู้สึกใหม่ๆ จะมาถึง ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของบทบาทของเธอในชีวิตของไรลีย์ ดังนั้น ความเศร้าซึมจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้นท่ามกลางอารมณ์ที่สลดหดหู่ของเธอในช่วงเวลานี้ แม้ว่าเธออาจจะไม่มีพลังมากมาย แต่เธอก็พร้อมที่จะช่วยเหลือไรลีย์ของพวกเขาอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงที่มาถึง แม้ว่านั่นจะหมายถึงการรับภารกิจสำคัญก็ตาม

ในภาคแรก เศร้าซึมได้จับมือกับลั๊ลลา ทำให้ไรลีย์รูจักกับการแบ่งปันความเศร้าให้กัับคนในครอบครัวได้รับรู้และสวมกอดกันด้วยความห่วงใยจนเกิดเป็นความสุขและส่งผลสู่ความจำระยะยาวของไรลีย์

กลั๊วกลัว (Fear)

กลั๊วกลัวอาจจะมองว่าเป็นตัวละครที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก เขาช่วยปกป้องไรลีย์และทำให้เธอปลอดภัยจากอันตรายที่มองเห็นได้ทั้งขนาดเล็กและใหญ่และคอยพาเธอออกห่างจากสถานการณ์เสี่ยง อันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้น และภัยคุกคามร้ายแรง ในแก็งเพื่อนอารมณ์เขาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่คอยดูทางหนีทีไล่ให้กับเพื่อนๆผ่านอุปสรรคไปได้เช่นกัน

หยะแหยง(Disgust)

ตอนนี้ไรลีย์โตเป็นวัยรุ่นแล้ว ความจู้จี้ พูดตรงไปตรงมาแบบไม่สนโลก และมุ่งมั่นที่จะปกป้องริลีย์ให้ห่างไกลจากทุกสิ่งที่น่าขยะแขยง Disgust พร้อมที่จะเบ้หน้าทันทีที่ได้กลิ่นอาหารเหม็นๆ หรือคอมเมนท์น่าเบื่อ และเธอปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมใดๆ ที่อาจนำไปสู่ความอัปยศอดสูอย่างใดอย่างหนึ่งในสังคม

อองวี (Ennui)

เป็นหนึ่งในอารมณ์ใหม่ของไรลีย์ ตัวนี้เรียกได้ว่า แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเธอสักเท่าไร ด้วยความเบื่อหน่ายและเฉื่อยชา พร้อมกับการกลอกตาอันเป็นท่าประจำตัว Ennui เพิ่มความเฉยเมยแบบวัยรุ่นเข้ามาในบุคลิกภาพของไรลีย์ได้อย่างลงตัวในเวลาที่เธอรู้สึกอยากจะเฉื่อยเฉย ข้อดีที่สุด ก็คือ เธอไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นจากโซฟาเลยด้วยซ้ำ Ennui สามารถควบคุมคอนโซลเกมได้จากระยะไกลโดยใช้แอพมือถือของเธอ

อิจฉา (Envy)

ถึงเธอจะหน้าตาคล้ายสาวมั่นอย่าง Disgust แต่เธอคนนี้คืออารมณ์ตัวใหม่ อาจตัวเล็กแต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร บอกได้เลยเธออิจฉาไปซะทุกสิ่งที่คนอื่นมีอยู่เสมอและไม่กลัวที่จะรู้สึกเสียใจถ้าหากไม่ได้มันมา ความคิดเพ้อฝันและความหลงใหลในสิ่งใหม่ๆ ที่เจ๋งที่สุดของ Envy ดึงดูดความสนใจของเธอในทุกทิศทางและโหยหาในสิ่งที่ไรลีย์ไม่มี ส่องคิดดูว่าถ้าเธอจับมือกับคุณ Anger หรือ Anxiety ไรลีย์จะเป็นอย่างไร

ความอาย (Embarrassment)

เรียกได้ว่าเป็นตัวละครใหม่ที่น่ารักสุดๆ ถึงแม้จะตัวใหญ่กว่าเพื่อนแต่ชอบที่จะเก็บตัวเงียบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนร่างใหญ่ผิวสีชมพูอมแดง Embarrassment พร้อมที่จะทิ้งตัวลงบนคอนโซลศูนย์บัญชาการใหญ่ทันทีที่เกิดความอายไม่กล้าเข้าสังคม พร้อมเหงื่อออกและฮู้ดดี้ที่รูดซิปปิดหน้าอย่างน่าเอ็นดูน่ารักสุดๆ น้องถือเป็นตัวแปลของเรื่องเลยเพราะนอกจากความเขินอายของน้องแล้ว แต่หัวใจของน้องนำพาเขาและเพื่อนอารมณ์ของเขายื่นหยัดในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เบคกี้ รีเบคก้า ทุ่มสุดตัว ฝึกฟรีไดฟ์ร่วม 4 เดือน สวมบทนักแข่งทีมชาติในภาพยนตร์เรื่อง “URANUS2324”
Maxton Hall ซีรี่ย์โรเเมนติกในรูปเเบบ Enemies to Lovers 
เส้นเรื่องจาก ‘เพื่อนสนิทเป็นคนรัก’ ใน Bridgerton ซีซั่น 3 ผ่านมุมมองของ Luke Newton และ Nicola Coughlan

Other Articles