Sunday, July 21, 2024

การพบกันครั้งแรกของ 4 นักแสดง เต๋อ-ก้อย-แพรว-ตน ในซีรีส์วาบหวาม ‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว’

เป็นไปตามคาดกับเสียงตอบรับ ซีรีส์เรื่องใหม่บน Netflix ‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว’ ที่สตรีมให้ดูต่อเนื่อง 8 ตอนรวด นำแสดงโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี (รับบทหมอนัท และดร.ไคลแมกซ์) ก้อย-อรัชพร โภคินภากร (รับบทลินดา) แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค (รับบทตุ๊กตา) ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล (รับบทเพิ่มพล) ซีรีส์ที่หยิบเรื่องเซ็กซ์มาขยาย โดยพาคนดูย้อนเวลาไปในยุค ’70s สมัยที่เรื่องรักใคร่บนเตียงเป็นประเด็นน่าบัดสี ปัญหาทางเพศต้องพูดอ้อมๆ ผ่านสื่อที่มีอิทธิพลในสมัยนั้นคือหนังสือพิมพ์ ความดราม่าผสมตลกร้ายไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนักในซีรีส์ไทย แต่คุณจะพบได้ในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับฉากเซ็กซ์ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ชม นี่สินะการแสดงที่สวมจิตวิญญาณตัวละครอย่างมืออาชีพ 

TER CHANTAVIT

แจ๊กเก็ตและกางเกงขายาวผ้าลินินสีขาว เสื้อนิตสองชั้นแขนสั้นสีขาว ทั้งหมดจาก ZEGNA

อะไรในตัวละครหมอนัทที่น่าสนใจสำหรับนักแสดงอย่างเต๋อ

“เรายังไม่เคยเล่นคาแร็กเตอร์แบบนี้ มันน่าเล่นมาก บทมันค่อยๆ เพิ่มอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ เข้ามา พออ่านจบตอนนึงก็อดไม่ได้ที่จะอ่านบทถัดไป เฮ้ย! แล้วหมอนัทจะเป็นยังไงต่อไป สนุกจนวางไม่ลง ที่สำคัญคือมันเป็นสิ่งท้าทายในอาชีพการแสดง ผมรู้สึกว่าถ้าเราแสดงเป็นใครก็ตาม คนที่อยู่ในแวดวงอาชีพเดียวกับที่เราแสดงจะต้องไม่เกิดความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ผมทำได้ดีมั้ยเหรอ คำว่า ‘ดี’ เป็นเรื่องของรสนิยม หมายถึงว่าเราชอบ-ไม่ชอบ เขาชอบ-ไม่ชอบ แต่ถ้าถามตัวผม ผมชอบและรู้สึกดีที่ได้เล่น และผมทำเต็มที่มากนะ

“นักแสดงทั้งสามคนผมเคยเจอแต่ไม่เคยร่วมงาน ก้อยเป็นคนสู้ชีวิตสุดๆ ฉากไหนที่เรารู้สึกว่ายากมาก แต่ไม่เคยมีคำว่ายากออกจากปากเขา เขาต้องทำให้ได้ และจะไม่ยอมแพ้ ส่วนแพรวเป็นคนที่มีหลากหลายบุคลิกมาก มีความห่าม ห้าว น่ารัก สดใส บางมุมนั่งสมาธิ ตั้งใจทำงานมาก มีความคิดดีไซน์หลายสิ่งหลายอย่างในการแสดงออกมาได้ดี ต้นหนเป็นน้องที่ผมรักและเอ็นดูมากอยู่แล้วตั้งแต่แรก รู้สึกว่าเขาโตมาด้วยดีเลยนะ ดีใจมากที่ได้เล่นด้วยกัน เหมือนเขาเป็นน้องที่พลัดพราก”

บทอีโรติกในเรื่อง

“หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ถ้าพูดถึงเรื่องเซ็กซ์ย่อมมีสิ่งที่ตามมา ก็คือมีฉากมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ ผมในฐานะตัวละครที่เป็นตัวเดินเรื่องด้วย จะมีฉากทำนองนี้อยู่ประมาณหนึ่ง ทุกอย่างรัดกุมและเป็นฟอร์แมต ตัวแสดงที่เล่นในซีนเหล่านี้ ทั้งผมและนักแสดงทุกคนต้องผ่านการเวิร์กช็อป พูดคุยกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ในซีนมีอะไรบ้าง เคารพขอบเขตของกันและกัน รวมถึงจำกัดคนเข้าด้วย ทุกอย่างโปรเฟสชั่นนัลมาก

“ซีรีส์เรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องมนุษย์มากๆ ครับ ความต้องการทางเพศเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์อยู่แล้ว ผมว่าน่าจะครอบคลุมรสนิยมทางเพศของมนุษย์ 70-80% ทั้งแปลกแหวกแนว เชื่อว่าหลายคนอาจมีประสบการณ์หรือรสนิยมทางเพศเหมือนตัวละครบางตัวในนั้น แต่ไม่กล้าพูด อย่างน้อย Dr.Climax ปุจฉาพาเสียว จะเป็นเพื่อนของคุณ และบอกว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวในโลกที่ทำแบบนั้นนะ”

Praew: เดรสยาวผ้าพิมพ์ลายกราฟิกหลากสีจาก BOSS กระเป๋าคลัตช์พู่ไหมญี่ปุ่นหลากสี ที่ติดผมตกแต่งคริสตัล รองเท้าส้นสูงผ้าซาตินสีชมพูนีออน ทั้งหมดจาก ROGER VIVIER; Ter: เสื้อไหมพรมแขนยาวถักลายสีน้ำตาลจาก WOOD WOOD กางเกงขายาวเอวสูงสีดำจาก AMBUSH ทั้งหมดจาก HIS LAB @SIAM DISCOVERY รองเท้าบู๊ตหนังสีดำจาก H&M

ถ้าวันหนึ่งคุณต้องสอนลูกให้เข้าใจเรื่องเพศคุณจะสอนอะไรเขาบ้าง

“แน่นอนครับ สอนทุกอย่าง สอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา อารมณ์ที่เขาอยากจะอยู่กับผู้หญิง ทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติ เพียงแต่ว่าวัยต้องเหมาะสมในการที่จะออกไปทำสิ่งนี้ และการป้องกันที่ถูกต้องคืออะไร ให้เขารู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องผิดบาป เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดบาป เขาจะไม่บอกพ่อแม่ แล้วเขาจะไปทำอย่างที่ผิด สุดท้ายอาจตามมาด้วยบาปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมเลยจะสอนเขาว่าเป็นเรื่องปกติ และถ้ามีอะไรก็คุยกับพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง”

ดูเหมือนว่าเกือบทุกคนเขินที่จะถามพ่อแม่ตัวเอง

“ในวัยนั้นผมก็เขิน เพราะพ่อแม่ไม่ได้แสดงออกถึงการเปิดรับที่จะพูดคุย หมายถึงว่าพ่อแม่ไม่ได้มาถามว่าได้มีอะไรกับใครหรือยัง เกิดความต้องการทางเพศหรือยัง มีอาการแข็งตัวหรือยัง ดังนั้นเรารู้สึกว่าพูดได้มั้ยเนี่ย แล้วมันก็น่าอาย เพราะว่าผู้ใหญ่มักจะสอนเด็กๆ ว่าถ้านั่งโป๊ น่าเกลียด เด็กเล่นอวัยะเพศก็ตีมือ อย่าไปจับ เราถูกสอนโดยอัตโนมัติว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งไม่สมควร มันผิด น่าอาย ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ผมสอนขนาดนั้นนะครับ แต่ว่าสังคมโดยรวมเป็นแบบนั้น ผมก็จะปรับไปสอนลูก แต่ไม่ใช่ว่าจะให้เขานั่งโป๊นะ ผมคงบอกว่าต้องมีขอบเขตของเราด้วย”

16 ปีในวงการบันเทิงยังมีเป้าหมายอะไรที่อยากทำให้สำเร็จอีกไหม

“ผมมาไกลเกินกว่าคำว่าสำเร็จไปเยอะแล้ว เมื่อก่อนเราตั้งเป้า แต่ความสำเร็จไม่มีทางจบสิ้น หมายถึงว่าถ้าเรื่องนี้ได้ร้อยล้าน เรื่องต่อไปต้องร้อยล้านเหมือนกัน เรื่องต่อไปต้องได้รางวัล เรื่องต่อไปต้องดังในต่างประเทศ มีโกลไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่งมันเหมือนบันไดไปสู่ความว่างเปล่าด้านบน ขึ้นบันไดไปก็มีชั้นบนขึ้นไปอีก ถ้ามองย้อนกลับไปตอนวัยรุ่น เรารู้สึกว่าแค่จุดที่อยู่ตอนนี้ เรายังไม่เคยนึกฝันเลย แต่ ณ เวลานี้เราเป็นนักแสดง มีคนสนับสนุน มีคนมองเราเป็นแรงบันดาลใจ ผมเลยพยายามทำทุกวันให้มีคุณค่า มีความสุข และถ้าจะช่วยให้คนที่ชื่นชอบเรา หรือรอบตัวเรามีความสุขไปด้วย มันจะเป็นคุณค่าอย่างมหาศาลในชีวิตผม”

GOY ARACHAPORN

เสื้อนิตไหมพรมถักแขนกุดทอลายโลโก้ กระโปรงยาวทรงดินสอผ้าซิลค์สีดำตกแต่งโบจาก GANNI ทั้งหมดจาก HER LAB @SIAM DISCOVERY ตุ้มหูตกแต่งคริสตัลจาก ROGER VIVIER

ความน่าสนใจของซีรีส์ ‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ปุจฉาพาเสียว’ ในฐานะนักแสดงหลัก

“ก้อยไม่ค่อยเจอ genre นี้ในประเทศ อาจเป็นสไตล์ที่คนจะรู้สึกว่าใหม่ วิธีการเล่าแบบใหม่ ก้อยชอบความ cinematic ของเรื่องนี้มากเลย เป็นเรื่องที่ว่าด้วยเพศแต่มันงดงามในมุมของก้อย ลินดาเป็นตัวละครที่ต้องทำการบ้านเยอะ ตัวก้อยมีคาแร็กเตอร์หรือแอตติจูดที่ชัดเจน การจะทรานส์ไปเป็นตัวละครที่มีความชัดเจนมากในรูปแบบที่มีความเป็นผู้หญิงสูง เราต้องใช้เวลาอยู่กับเขาค่อนข้างเยอะจนร่างกายเปลี่ยน

“ตอนเห็นบทที่จะไปแคสต์ มีซีนถอดกางเกงในออกมาแล้วโยน โมเมนต์ที่อ่าน เราก็ ห้ะ! ยังไงดี ก้อยเลยถามพี่คงเดช ซึ่งเคยทำหนังเรื่องแอนด้วยกัน ว่าเรื่องนี้ว่าด้วยประเด็นอะไร เลยรู้ว่าเป็นประเด็นในยุคที่คนไม่กล้าพูดเรื่องเพศ เมื่อต้องเล่นพาร์ตที่ intimacy เยอะๆ ตอนแรกกลัว ทำไมรู้สึกมวนท้องจังวะ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพราะเรากลัวว่าสังคมจะมองเราไม่ดี ‘แกเล่นแรง แกเล่นดูเซ็กชวล’ พอคุยกับตัวเองก็ได้คำตอบ บทนี้ให้คุณค่ากับสังคมนะ เลยกลับไปบอกทีมงานว่าจะไปแคสต์ เป็นบทที่อยากเล่น เพราะว่าก้อยไม่ได้อยากทำงานหรือเลือกทำสิ่งหนึ่งเพราะว่าฉันจะไม่ทำถ้าคนจะไม่ชอบฉัน เหมือนพอได้คุยกับตัวเอง ตกผลึกเรียบร้อย ก็เลยจบ ถ้าถามว่ามีกระอักกระอ่วนไหม ตอนแรกก็นิดนึงค่ะ ด้วยความที่ไม่ชิน ไม่รู้ขอบเขตว่าไปถึงตรงไหน

“เรื่องนี้ทำให้ก้อยเห็นว่าเซ็กซ์กับเมกเลิฟต่างกัน เซ็กซ์ที่ดีหรือเซ็กซ์ที่มีความหมายสามารถสร้าง bonding ที่แข็งแรงให้กับคู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งตัวละครของก้อย ก้อยต้องนำพาไปสู่จุดนั้น การที่เรามีอะไรกับคนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่เราต้องการจะสืบพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่มันคือการที่เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนคนนั้น เราเชื่อมต่อกับเขาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เราไม่ได้พาเซ็กซ์ไปแค่ว่า เอ้ย! ปัญหาเซ็กซ์ก็แค่นี้ แต่มันเข้าไปในระดับจิตใจ เราเชื่อมต่อกับคนคนหนึ่งได้ด้วยสิ่งนี้จริงๆ และเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

“สิ่งที่คิดตลอดเวลาคือทุกๆ งานที่เขาเลือกเรา แล้วเขาเชื่อว่าเราจะเป็นตัวละครนั้นได้ดีที่สุด ก้อยรู้สึกว่าเวลาคนให้สิ่งนั้น ก้อยได้รับเกียรติ และเราไม่อยากทำให้เกียรติที่ได้เสียเปล่า เราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายภาพที่ออกไป คนดูจะชอบหรือไม่ชอบเรายังไง แต่อย่างน้อยเรารู้สึกว่า กับเนื้อหาหรือบทบาทที่ได้รับ เราให้เต็มที่แล้ว ก้อยทำงานกับทุกๆ อย่างด้วยทัศนคตินี้

“อยากให้ดูนะ เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่ทุกคนตั้งใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้สะใจชีวิตเรามาก เพราะก้อยเล่นในวันที่เลิกกับแฟน จำได้ว่ามาถ่ายเรื่องนี้โดยที่บอกใครไม่ได้ แต่ก้อยมีตัวละครเป็นเพื่อน เรามีเรื่องเสียใจนะ แล้วฉันต้องทำสิ่งนี้ยังไง ก้อยเขียนถึงตัวละครลินดาว่าขอบคุณที่เป็นเพื่อน รู้สึกว่านี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ใช่แค่เรามาทำการแสดง แต่มันเหมือนฮีลเรา รู้สึกแฮปปี้ที่ได้เล่นเรื่องนี้ค่ะ” 

ทำงานแทบทุกวันจัดการชีวิตให้ลงตัวกับงานที่เยอะแยะได้อย่างไร

“ยังบาลานซ์ไม่ได้ดีขนาดนั้นพูดตรงๆ แต่ก้อยจะเขียนความรู้สึกของตัวเองทุกวันว่าสิ่งที่ทำวันนี้ เรารู้สึกยังไง ซึ่งมันช่วยได้มาก พอทำงานหนักมากๆ เราเหนื่อย บางทีเผลอ เราจะไม่เท่าทันตัวเอง แล้วจะทำให้เราทำอะไรไม่ค่อยดีออกไป คนที่โดนคือคุณแม่ ก้อยไม่ได้ชอบตัวเองในโมเมนต์นั้น เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือเราเลือก ก้อยเริ่มเขียนไดอารี่ทุกวันตั้งแต่ปีใหม่ พอเขียนปุ๊บมันเอา toxic ที่อยู่ในตัวออก ทำให้เราได้ตกผลึกกับตัวเองว่า อ๋อ เราเหนื่อยกับเรื่องนี้นะ เราไม่ชอบเรื่องนี้นะ เราชอบเรื่องนี้นะ

“บอกเลยว่าการเขียนช่วยได้มาก เพราะอะไรรู้ไหม มันทำให้เราเกิดระบบการจัดการความคิด หลายครั้งเรารู้สึกว่ามีอะไรไม่รู้ ไม่ชอบเลย หงุดหงิดมาก เป็นมวลที่เต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร มันจะไม่มีทางหายเลย เดี๋ยวก็ขึ้นมาใหม่ เกิดไปเรื่อยๆ แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้ว่ามันคืออะไร ก้อยรู้สึกว่าขอจัดการหน่อย พอเขียนทุกวันเหมือนเราค่อยๆ เอาขยะออกทุกวัน มันช่วยเยอะมาก อยากแชร์ใครก็ได้ ไปเขียนนะ” 

“จนถึงวันนี้แม้จะเหนื่อยแต่ว่ามีความสุข เป็นความเหนื่อยที่เราเลือกแล้ว และรู้สึกว่าเฮลธ์ตี้ เพราะถ้าเป็นงานที่ก้อยเลือกแล้ว ก้อยจะทำมันด้วยแพสชั่น จะใส่เต็ม ถามว่างานเยอะไปไหม ก็มีบ้างค่ะ ตอนนี้บอกกับตัวเองว่าครึ่งปีหลังขอไม่รับอะไร ช่วงนี้ยังเป็นแบบนี้อยู่ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นคิดว่าจะเป็นอะไรที่น่ารักๆ พอให้ร่างกายได้รีแลกซ์”

ก้อยจะสอนลูกเรื่องความสัมพันธ์อย่างไรถ้าเวลานั้นมาถึง

“คงคล้ายๆ คุณแม่ คืออยากให้เขารู้สึกว่าเราคือพื้นที่ปลอดภัยนะ ก้อยโชคดีตรงที่คุณแม่ค่อนข้างเปิดกว้าง เขาสามารถทำให้ก้อยสบายใจที่จะเดินไปบอกว่า ‘แม่ หนูมีแฟนนะ แต่เป็นผู้หญิง’ ก้อยว่าเขาคงเอ๊ะ แต่ก็โอเค แม่จัดการกับความเปลี่ยนแปลงของก้อยได้ดีไม่ว่ายุคไหน ความเป็นแม่ไม่ได้เป็นแค่แม่อย่างเดียว แต่เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องได้ด้วย แม่พยายามจะเป็นในทุกๆ ด้านให้กับเรา และเรารู้สึกว่าได้รับสิ่งนั้น ถ้ามีลูก ก้อยเชื่อว่าเราจะพยายามให้สิ่งนั้นกับเขาเหมือนกัน”

PRAEW CHERMAWEE

คร็อปแจ๊กเก็ต Faux-Fur สีฟ้าไล่เฉดจาก GANNI เสื้อแขนยาวผ้าผสมสแปนเด็กซ์พิมพ์ลายกราฟิกจาก OPEN YY กระโปรงมินิผ้าซิลค์สีดำจาก MODSTRÖM ทั้งหมดจาก HER LAB @SIAM DISCOVERY

เป็นครั้งแรกในชีวิตนักแสดงที่แพรวต้องเล่นซีนอีโรติก

“ใช่ค่ะ ตอนที่รู้ว่ามีโปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้น แพรวคุยกับผู้จัดการว่าขอคิดแป๊บนึง แล้วแป๊บนึงของแพรวคือแป๊บเดียวจริงๆ มันเหมือนรู้อะไรไม่ดีเท่า ‘รู้งี้’ เป็นโปรเจ็กต์แรกที่แพรวไปแคสต์ในฐานะนักแสดงอิสระด้วยค่ะ คิดว่าอย่างน้อยไปเอาชั่วโมงบิน พออ่านโน่นนี่นั่น เจ๋งว่ะ เอ้ย! เอา ตอนนั้นยังงงๆ กับตัวเองอยู่นะ พอรู้ตัวอีกทีคือตั้งใจแคสต์บทแบบขายวิญญาณไปเลย

“พอรู้ว่าได้ก็ดีใจมาก ผู้จัดการโทรมาบอกตอนที่ถ่ายละคร ไปแอบร้องไห้คนเดียว เพราะทุกอย่างเป็นความลับ บอกใครไม่ได้ พอมาเล่นกลายเป็นว่าเครียดน้อยกว่าตอนที่คิดไว้เยอะมาก ทีมงานและนักแสดงมีระเบียบข้อบังคับที่ดีมาก รวมถึงมีโค้ชซีนสำหรับ intimacy โดยเฉพาะ ทุกคนทำให้แพรวสบายใจมากๆ ในการร่วมงาน มีอะไรเราก็กล้าคุย กล้าเปิดใจกับทุกคน ทำให้กำแพงในการทำงานยิ่งลด แล้วพอยิ่งลดมันยิ่งละลายพฤติกรรม มันเลยยิ่งโฟลว์ในการทำงาน มาร่วมเป็นสักขีพยาการก้าวข้ามกำแพงครั้งใหญ่ในชีวิตแพรวกันเถอะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะ”

คุณมองเห็นอะไรในตัวเองจากบทบาทนี้และการทำงานกับนักแสดงที่ไม่เคยร่วมงานมาก่อน

“แพรวเห็นความกล้าในตัวเองค่ะ การยอมรับอะไรหลายๆ อย่างในตัวเองที่แพรวไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่ และเอามันออกมาโดยที่แพรวคิดน้อยลงเยอะมาก อย่างการใช้เสียงตอนเป็นตุ๊กตา มันสูงกว่าเสียงปกติโดยไม่รู้ตัว แพรวแค่ปล่อยให้เขามีชีวิตขึ้นมาในแบบของเขา บวกกับบทที่พี่คงเดช (ผู้กำกับ) เขียนแล้วลีดให้ สนุกมากกับการค้นหาอะไรแปลกๆ ในตัวเอง

“การทำงานกับทีมนักแสดง ตอนเจอพี่เต๋อวันแรก แพรวเกร็งเพราะเขาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ชื่นชมเขา พี่เต๋อใช้ชีวิตเรียบง่าย มีความสุภาพและถ่อมตัวมาก ส่วนก้อยเป็นผู้หญิงที่โคตรเท่เลยว่ะ เป็นคนน่ารักคนหนึ่งที่แพรวรู้จัก จริงใจและมีแพสชั่นกับงาน ส่วนตน ตอนแรกรู้สึกว่าน้องน่ารักดี แต่ยิ่งคุยไปรู้สึกว่าทำไมน่ารักจังเลยวะ กลายเป็นน่ารักมากตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

ถ้าวันหนึ่งแพรวมีลูกหรือหลานที่เข้ามาถามเรื่องเซ็กซ์

“แพรวคงพูดตรงๆ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เราจะกระมิดกระเมี้ยนแล้ว เด็กสมัยนี้สื่อทุกอย่างเข้าถึง ถ้าเราไม่ถึงใจเขาก่อน แล้วสื่อแปลกๆ ไปถึงใจคนของเราก่อน คงไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่ แต่คิดว่าวันหนึ่งที่เราเป็นผู้ใหญ่ เป็นแม่ เป็นป้า น้า อาของเด็กสักคน เราคงลำบากใจมากกว่าตอนแพรว 30 ที่กล้าพูดว่าจะบอกทุกอย่าง ถึงวันนั้นพอเรามีหน้าที่แล้วบทบาทมันเปลี่ยน เราคงไม่กล้าพูดเต็มปากขนาดนี้ แต่คิดว่าต้องสอนเท่าที่เราจะสอนได้”

ในวันนี้ความสนุกของการเป็นนักแสดงอิสระคืออะไร

“เหมือนโลกมันกว้างขึ้น เมื่อก่อนเรารู้ว่า route ประมาณไหน จากที่มีรั้วให้เดิน ตอนนี้แล้วแต่เราเลย จะนอน จะกลิ้ง จะเดิน จะปั่นจักรยานหรือขับรถ ทุกอย่างไร้การควบคุม ตื่นเต้นและกำลังมีแพสชั่นกับโลกอิสระ กระตือรือร้นว่าอยากเล่นอะไรประมาณนี้อีกจังเลย มีความกระหายที่จะค้นหาบทที่ให้ความรู้สึกอย่างนี้อีก เหมือนเสพติด

“บทที่โหยหาก็คือบทที่เป็นมนุษย์อย่างเรื่องนี้แหละค่ะ ให้เราทำงานกับตัวเอง แพรวว่าการเป็นนักแสดงบางทีมันอยู่บนความ insecure ว่าสิ่งที่เรานำเสนอไป มันจะใช่ มันจะโดนหรือเปล่า คนนี้บอกว่าชอบ คนที่เหลืออีกกลุ่มใหญ่จะบอกว่าชอบมั้ย เราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะผิดจะถูก บางทีเหมือนจะผิด แต่มันอาจจะดีก็ได้”

เห็นแพรวตั้ง Instagram Bio ว่า Imperfectionist

“แพรวชอบความไม่เพอร์เฟ็กต์ค่ะ มันทำให้โลกเป็นโลกทุกวันนี้ แพรวมีอีกไอจีนึงเอาไว้ลงรูป แล้วรูปพวกนั้นไม่ได้ปรุงแต่ง เก็บไว้เป็นไดอารี่มากกว่า เวลามองอะไรที่เรียบง่ายธรรมดา หรือความไม่สมบูรณ์แบบ เนี่ยแหละสวยงามมากเลย หลายคนเห็นเราเป็นดารา เหมือนเราต้องดูเป๊ะตลอดเวลา แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้เพอร์เฟ็กต์เลย ทุกวันนี้ยังมีเรื่องที่เราโคตรห่วย และไม่ได้มั่นใจว่าตัวเองสวย หรือที่คนอื่นบอกว่าแพรวหุ่นดีมากเลย มีซิกแพ็ก…ไม่อะ แพรวก็มีส่วนที่ insecure กับร่างกาย คนทุกคนบนโลกไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์หรอก”

TON TONHON

แจ๊กเก็ตสูทไหล่ตั้งสีดำขนาดโอเวอร์ไซส์ เสื้อเชิ้ตแขนยาวพิมพ์ลายกราฟิก กางเกงขาสั้นสีดำและสีเนวี่บลู (สวมทับกัน) ทั้งหมดจาก PRADA

เล่าคาแร็กเตอร์ของเพิ่มพลให้ทราบกันก่อน

“เพิ่มพลเป็นตัวละครที่เด็กสุดในสำนักพิมพ์ ทำหน้าที่ทุกอย่าง ซื้อบุหรี่ กาแฟ เป็นคนหัวไว สนุกสนาน ไฮเปอร์หน่อยๆ ด้วยความที่ทำหลายอย่าง เขาจะรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้เยอะมาก รวมถึงรู้ความลับ ในการแสดงเป็นเพิ่มพล ผมได้รีเฟล็กซ์อย่างหนึ่งว่า ทำไมผู้ใหญ่ต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เป็นอินเนอร์ของเพิ่มพลที่ไปเจอเรื่องราวต่างๆ มา เพราะสำหรับตัวเขา รักก็คือรัก”

ตนดูร่าเริงมากเวลาแสดงเป็นเพิ่มพลสนุกแบบนี้หรือเปล่า

“สนุกครับ แต่ความยากคือเขาเป็นคนที่คิดน้อยกว่าผมเยอะ ผมอาจจะดีเทลกว่าเขา พูดให้เห็นภาพก็คือ เวลาผมใช้ชีวิตปกติ ผมค่อนข้างจะมีจังหวะเหม่อเยอะ หมายถึงว่าอยู่ในความคิดของตัวเอง ใครพูดอะไรมาก็จะคิดหรือเก็บ แต่เพิ่มพลจะรีแอ็กโดยไม่คิด คิดอะไรก็พูด ผมอาจจะเป็นคนไฮเปอร์ แต่เพิ่มพลคือไปอีกสเต็ปหนึ่ง ความยากคือตอนจูนตัวละคร ต้องหาตรงกลางของคาแร็กเตอร์นี้ให้ลงตัวที่สุด พอหาเจอก็ไม่ยากแล้วครับ

“ในกองผมประทับใจทุกคนเลย กับพี่เต๋อรู้จักกันตั้งแต่ผมอยู่ ป.6 ตอนแรกที่รู้ว่าจะได้เล่นกับเขา เราก็ดีใจ เขาก็ดีใจมากเหมือนกัน เขาอยากเจอผมในการทำงานมานานแล้ว พี่เต๋อบอกว่า ‘มึงมาเป็นน้องกูเหอะ’ แบบจริงจัง เขาอยากมีน้องชายแบบผม เป็น Bro ที่ผมดีใจมากที่ได้มีในชีวิต ส่วนพี่แพรว เราเข้าซีนกันน้อยมาก แต่สนิทกันง่ายเลย นิสัยดีมาก ไวบ์แบบเป็นพี่สาวที่น่ารัก เราชอบการ์ตูนเหมือนกัน ส่วนพี่ก้อยเป็นลูกศิษย์แม่ เราเจอกันตั้งแต่เล่นฮอร์โมนส์ฯ ได้เจออยู่เรื่อยๆ พอมาเล่นเรื่องนี้ก็สนิทมากขึ้น เป็นพี่สาวที่น่ารักมาก”

เสื้อโค้ตยาวสีน้ำตาลอ่อนปักดอกไม้ผ้าสีดำ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวนีออน กางเกงขาสั้นสีเบอร์กันดี ทั้งหมดจาก VALENTINO

ถ้าสมมติเราเกิดในยุคที่ข้อมูลเรื่องเพศไม่เหมือนยุคนี้ที่เสิร์ชอะไรก็เจอตนจะทำอย่างไรถ้าอยากรู้

“ถ้าคำตอบในอุดมคติคือถามพ่อแม่ แต่เอาจริงๆ แม้แต่ยุคนี้ผมก็ไม่กล้าคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ ผมเขิน แต่พ่อแม่ผมชอบคุยนะ เขาอยากให้เราคุยกับเขาเยอะๆ แต่ว่าผมเขินเอง ส่วนตัวชอบพูดเรื่องพวกนี้กับเพื่อนอยู่แล้ว หมายถึงว่าผมค่อนข้างเปิดเรื่องนี้มากๆ ถ้าเป็นคนที่สนิทกัน กลับมาคำถามว่าถ้าเป็นยุคก่อน จริงๆ ควรจะต้องคุยกับพ่อแม่ได้แหละ เพราะบางทีคิดว่าถามเพื่อน แต่เราอาจจะรู้แบบผิดๆ ถูกๆ เป็นชุดความรู้ที่ไม่ค่อยเวิร์ก แล้วสมัยก่อนไม่ได้มีรายการเหมือนสมัยนี้ ผมมีรายการหนึ่งที่ชอบ เขาจะมีคนมาเล่าเรื่องพวกนี้ ทำให้เราเห็นบทเรียนหรือความผิดพลาดของคนอื่น ซึ่งเป็นประโยชน์มากเลยนะ เราจะได้ไม่ต้องลองผิดลองถูก…หรืออีกอย่าง ถ้าสมมติเกิดในยุคก่อน ผมคงอ่านคอลัมน์ปุจฉาพาเสียวของดอกเตอร์ไคลแมกซ์”

เป็นนักแสดงและทำดนตรีด้วยวางแผนชีวิตกับเส้นทางไหนต่อไป

“ผมทำเพลงร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เพราะรู้สึกว่าชีวิตเพิ่งเริ่มหลังจากเรียนจบ พอจบแล้วภาระหลายอย่างหายไป ทำให้เราได้โฟกัสกับงาน เลยตัดสินใจว่าจะโฟกัสงานเพลงให้มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว ที่ผ่านมาทำหลายอย่างแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่ ผมไม่สามารถ multitask ได้ขนาดนั้น อาจจะด้วยว่าเราทำดนตรีในวันที่ยังไม่ได้รู้เรื่องเยอะ ยังใหม่มากในการทำเพลง แล้วพอต้องโฟกัสหลายอย่าง เลยทำได้ไม่ดี แต่ถ้ามีประสบการณ์ในการทำเพลงมากขึ้น อาจจะกลับมาทำงานแสดง ถ้าเราแฮนเดิลมันได้ ตอนนี้ให้โอกาสตัวเองในการเรียนรู้แบบ full time musician เพราะ actor full time เราเคยเป็นมาแล้ว”

คร่าวๆว่าจะให้เวลากับตัวเองถึงเมื่อไร

“ปีหน้าครับ ถ้านานไปผมจะขี้เกียจ เป็นนิสัยส่วนตัว ผมรู้ใจตัวเองว่าเป็นคนชอบอยู่กับความกดดัน แต่ผมสนุกกับเส้นทางนี้ ถึงแม้จะเหนื่อย ผมอยู่กับ What The Duck เรามีภาพเดียวกัน ผมรู้สึกว่าการต่อสู้ของผมมันต้องใช้เวลา

“สำหรับผมความท้าทายในวัยนี้คือการพิสูจน์ตัวเอง คิดว่าการทำเพลงจะไม่ยาก ผมทำวง Mints มาก่อน พอมาทำโปรเจ็กต์เดี่ยวเหมือนต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง แต่ผมไม่ได้พรูฟให้ใครเห็น แค่พรูฟให้ตัวเองเห็นว่าเราสามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยสิ่งนี้ ซึ่งยังทำไม่ได้หรอกครับ แต่นี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะทำในวัยนี้ ผมอยากสร้างตัว และพิสูจน์ว่าผมทำได้”

Photographer Assistants: Prompting Dechpol, Wachiravit Poomgird 

Stylist Assistants: Thitaree Trisiritanyagorn, Panithan Prasongsanti 

Producer: Angkana Wongwisetpaiboon

Other Articles