Wednesday, April 24, 2024

เบื้องลึกความรู้สึก แอนน์ แฮทธาเวย์ และเจสสิกา แชสเทน ในหนัง Mothers’ Instinct ทั้งคู่ยกให้เป็นบทสุดหินและเล่นกับอารมณ์มากที่สุด

น่าจับตาไม่น้อยสำหรับภาพยนตร์เขย่าขวัญแนวจิตวิทยา Mothers’ Instinct สันดานแม่ ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Derrière La Haine ของบาร์บารา อาเบล นำแสดงโดยสองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ‘เจสสิกา แชสเทน’ รับบท อลิซ และ ‘แอนน์ แฮทธาเวย์’ รับบท เซลีน แม่ผู้สูญเสียลูกชายในโศกนาฏกรรม ซึ่งนอกจากจะฟาดฟันกันในบทบาทเพื่อนรักเพื่อนร้าย พวกเธอยังเป็นโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้อีกด้วย และทั้งคู่ต่างยอมรับว่าเรื่องนี้นับเป็น “บทบาทที่ยากและเล่นกับอารมณ์มากที่สุดในชีวิต”

คุณมานำแสดงในหนังเรื่องนี้ได้อย่างไร

แฮทธาเวย์: เจสสิกากับฉันได้พบกันในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar แต่เราเจอกันตอนเดินสายสื่อมากกว่าตอนถ่ายทำ เพราะตัวละครของเราไม่มีฉากร่วมกัน แต่ไม่รู้สินะ เราเริ่มใช้เวลาด้วยกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเรากลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อเจสสิกาส่งภาพยนตร์ต้นฉบับเรื่องนี้มาให้ บอกว่าเธออยากนำมาดัดแปลงเป็นภาษาอังกฤษ ฉันตกลงทันที ฉันอยากร่วมผจญภัยและสร้างสรรค์พร้อมกับเธอว่าจะเป็นยังไง พอถึงเดือนมิถุนายนสุดหม่นในนิวเจอร์ซี เราก็ได้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ที่มันหม่นไม่แพ้อากาศ และตอนนี้เรากลับมาสนุกกันอีกครั้ง”

แชสเทน: “ขอบคุณพระเจ้า”

เบอนัวต์ เดลออมม์ (ผู้กำกับ) บอกว่าเขาไม่มีทางทำหนังเรื่องนี้ได้ถ้าไม่เคยเป็นพ่อ คุณเองในฐานะแม่ ได้ใช้ประโยชน์จากมันในการเข้าถึงบทอลิซบ้างไหม

แชสเทน: “ฉันไม่ได้คิดถึงชีวิตส่วนตัวหรือในแง่ของการเป็นแม่ ฉันคิดว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าอยู่ในสังคม ทุ่มหัวใจให้ชายคนหนึ่ง ใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายที่มีอำนาจจะส่งคุณเข้าโรงพยาบาลบ้าหากคุณไม่เดินตามกรอบบางอย่าง และบทบาทเดียวที่ทำให้อลิซมีค่า และถูกมองเห็นในสังคมคือการเป็นแม่ ประเด็นนี้สำคัญมากแค่ไหน? ใช่ มันสำคัญ แน่นอนว่ามีความผูกพันทางอารมณ์ ความรักและความปรารถนาที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโต แต่มันก็เป็นเรื่องค่านิยมในยุคนั้นด้วย เพราะคุณจะทำอย่างอื่นไม่ได้เลย การเป็นแม่ในยุค 60s มันเป็นแบบนั้น ฉันมองที่ประเด็นนี้เป็นหลักในการเข้าถึงตัวละครนี้”

คุณเตรียมตัวอย่างไรเมื่อเริ่มถ่ายทำ และคุณฟื้นตัวเมื่อหมดวันอย่างไร

แฮทธาเวย์: “พูดตามตรงว่าฉันบล็อกทุกอย่างเลย จำได้ว่าฉันปรึกษาทั้งเจสสิกาและเบอนัวต์ โชคดีที่ฉันได้ทำงานกับเขามาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง One Day ฉันรู้ว่าเจสสิกาเคยทำงานกับเขามาก่อนด้วย ฉันบอกพวกเขาว่า ‘ฉันรู้ว่าเราคุ้นเคยกันดี แต่ช่วยเรียกฉันด้วยชื่อตัวละครเท่านั้น อย่าถามเรื่องส่วนตัวของฉัน อย่าถามเรื่องลูกๆ ของฉัน ฉันทำตามขั้นตอนนี้ทุกวันเพื่อให้เข้าถึงตัวละคร’ แล้วเมื่อสิ้นสุดวันฉันก็จะทิ้งเซลีนไว้ตรงนั้น พยายามทิ้งช่องว่างระหว่างตัวเองกับตัวละครไว้ ไม่รู้สิ ฉันจำไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร เราถ่ายกันแค่ 24 วัน ฉันแค่จำได้ว่ามันมีช่วงที่ฉันรู้สึกกลับมาเป็นตัวเอง ฉันเงยหน้ามองเจสสิกากำลังจะสติแตก แล้วฉันก็กังวลมาก ได้แต่คิดว่า ‘โอ้ไม่ มันไม่ใช่เจสนะ มันคืออลิซ’ มันเป็นช่วงเวลาที่ประหลาดจริงๆ”

แชสแทน: “แปลกจริงๆ เป็น 24 วันที่ยาวนานและสั้นที่สุดในชีวิตฉัน และตอนนี้มันดีขึ้นเยอะเลย”

การทำงานของคุณทั้งคู่เป็นยังไงบ้าง สนุกสนาน เฮฮาไหม

แชสแทน: “ไม่เลย ด้วยความที่เราทั้งคู่เป็นโปรดิวเซอร์ นี่เป็นหนังพีเรียดที่งบจำกัดมากถ้าเทียบกับสเกล มีบางวันที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซีนที่เตรียมกันอยู่จะมีในหนังจริงหรือไม่ คือถ้าเราถ่ายไม่ทันวันนี้ก็ต้องตัดทิ้งไปเลย ไม่มีเวลามาย้อนถ่ายใหม่ มันเครียดพอสมควร…”

แฮทธาเวย์: “ใช่”

แชสแทน: “…การทำงานแข่งกับเวลาแบบนี้ อย่างที่แอนน์เล่าไป บางครั้งเรามีโอกาสถ่ายได้แค่ช็อตละสองเทคเท่านั้น มันช่าง…เอาเป็นว่ามันทำฉันเครียดเลยทีเดียว”

แฮทธาเวย์: “เจสสิกาเทคเดียวผ่านตลอด ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน จะทำแบบเธอได้ต้องมีทักษะการแสดงสูงมาก แต่มันช่วยให้ฉันเค้นศักยภาพของตัวเองออกมา เพราะฉันจะทำให้เธอผิดหวังไม่ได้ เหมือนที่เจสสิกาพูดไว้เป๊ะ มันเป็น 24 วันที่ยาวนานและสั้นที่สุดในชีวิต คุณไม่สามารถละสายตาไปไหนได้ แม้จะมีเวลาพัก แต่คุณพักไม่ลงหรอก เราอินกับบทตลอดเวลา”

แชสเทน: “ใช่เลย”

แฮทธาเวย์: “พอเราหลุดออกมาแล้ว เราไม่เคยกลับไปพูดถึงมันอีกเลย”

คุณชอบเสื้อผ้าชุดไหนมากที่สุดในเรื่อง

แฮทธาเวย์: “ทุกชุดในช่วงสิบนาทีแรกของเรื่อง เพราะมันเต็มไปด้วยสีสัน แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป มันเริ่มดาร์กขึ้น โดยเฉพาะกับตัวละครของฉัน ในช่วงสิบนาทีแรกฉันเลยอยากให้ดูสดใสที่สุด สีชมพูสด สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ให้ทุกอย่างขับความสดใสของตัวละครนี้ออกมา”

คุณอยากนำอะไรกลับมาจากยุค 60s บ้าง

แชสเทน: “สิ่งที่ฉันอยากเห็นในแฟชั่นยุคนี้คือความสง่าแบบยุค 60s ฉันชอบหมวกบานๆ ใส่หมวก ใส่ถุงมือ ฉันว่ามันปังจะตาย ทุกวันนี้แทบไม่เห็นใครแต่งแบบนี้กันแล้ว”

แฮทธาเวย์: “ฉันชอบที่ยุคนั้นไม่มีการเสียดสีหรือประชดประชัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมากลัวว่าคนในอินเตอร์เน็ตจะคิดยังไง อยากเต้นก็เต้น ทำอะไรที่ทำให้มีความสุข แต่คงเว้นเรื่องการกดขี่เอาไว้ ความไม่เท่าเทียมระหว่างผู้หญิงและผู้หญิง ทิ้งไว้ในอดีตนั่นแหละ”

หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความกดดัน การถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง

แชสเทน: “หนักหนาไม่เบาเลยล่ะ เรามีเวลาจำกัดมาก แค่นี้ก็ทำให้เครียดแล้ว การได้เข้าฉากร่วมกับนักแสดงอย่างแอนน์ช่วยฉันได้เยอะ เพราะเราเชื่อมือกันและกัน ในขณะเดียวกันการที่เราสนิทกันในชีวิตจริง ยิ่งทำให้การแสดงเป็นคู่อาฆาตกันแบบในเรื่องยากกว่าเดิม” 

คุณต้องกดดันตัวเองเพื่อให้เข้าถึงตัวละครที่โดนกดขี่อย่างอลิซไหม

แชสเทน: “น่าสนใจนะเพราะฉันไม่ได้มองว่าอลิซโดนกดขี่ ฉันมองว่าทุกสิ่งรอบตัวเธอพยายามฉุดรั้งเธอไว้ แต่เธอแกร่งพอ เธอเล่นเกมกับสามี เธอเล่นเกมกับสังคมรอบตัว พยายามเป็นคนปกติที่สุดเท่าที่ทำได้ ฉันมองเธอเป็นหญิงแกร่งนะ เลยไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องกั๊กพลังเอาไว้เวลาถ่ายทอดบทนี้”

Mothers’ Instinct สันดานแม่ เตรียมพร้อมเปิดเวอร์ปั่นประสาท 4 เมษายนนี้  ในโรงภาพยนตร์

Other Articles