Tuesday, April 23, 2024

ความสวยที่ต้องมาพร้อมความสตรอง คือเหตุผลที่ทำให้ แอน ทองประสม เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการ

Writer: Anyawan Thongboonrod

ความสวยที่ต้องมาพร้อมความสตรอง คือเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงได้อย่างสง่างาม เปิดฤดูกาลใหม่ไปกับนักแสดงสาวมากความสามารถ แอน ทองประสม ในลุคแฟชั่นมาดเท่สดใหม่จากคอลเลกชั่นล่าสุด จับคู่กับนาฬิกาหลากดีไซน์คลาสสิกสุดหรูหราจาก OMEGA สะท้อนตัวตนของหญิงสาวยุคใหม่ผ่านสไตล์อันโดดเด่นร่วมสมัย 

แอน ทองประสม กับช่วงเวลาการทำงานในวงการบันเทิงกว่า 30 ปี เธอต้องพบเจอการเปลี่ยนผ่านของแต่ละยุคสมัยซึ่งไม่ง่ายเลยในการปรับตัวทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต แต่ถึงวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเธอทำได้ดีจริงๆ สมฉายา ‘เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง’ ไม่ว่าจะในบทบาทนักแสดงกว่า 50 เรื่องที่ผ่านมา บทบาทผู้จัดละครที่ปีนี้ก็จะมีผลงานรอออกอากาศอีก 2-3 เรื่อง หรือการเป็นเจ้าของรายการคุณภาพทางช่อง 3 อย่าง ‘English on Tour’ และ ‘ที่รัก เสือสิงห์ กระทิง แซ่บ’ เราได้พูดคุยกับเธอในโอกาสถ่ายแบบกับแบรนด์นาฬิกาลักชัวรี่อย่างโอเมก้าที่พอมาอยู่บนข้อมือของเธอทีไร ช่างเป็นความหรูหราและเลอค่าสง่างามที่ลงตัว คุณแอนเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวพร้อมแจกซองอั่งเปาให้ทีมงานช่วงเทศกาลตรุษจีน สร้างบรรยากาศให้ทุกคนร่าเริงกันถ้วนหน้า ก่อนที่ลอฟฟีเซียลจะได้นั่งคุยกับเธออย่างเป็นทางการอีกครั้ง

พบคุณแอนทีไร รู้สึกว่าความสวยไม่เคยลดลงแม้แต่น้อย มีเคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรและกังวลกับวัยที่เพิ่มขึ้นบ้างหรือเปล่า

“จริงๆ ตอนที่เด็กกว่านี้เรากลับกลัวแก่มากๆ เลยนะ และเราก็จะทำอะไรกับตัวเองเยอะแยะไปหมด ลองผิดลองถูก มีความไม่มั่นใจ เสียเซลฟ์ รู้สึกคนนั้นสวยกว่า คนนี้ดีกว่า แต่กลับแปลกที่พอหลังอายุ 40 เราเกิดความรู้สึกว่ามันมีอุณหภูมิอะไรในความรู้สึก บวกกับหน้าตาของเราที่รู้นะว่ามันร่วงโรยไปตามวัย แต่กลับรู้สึกดีกับมวลความสวยของตัวเองในวัยนี้ อาจจะเพราะจิตใจของเราที่ตกผลึกหลายๆ อย่าง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ยอมรับและเลิกเปรียบเทียบเหมือนในอดีต เราเลยมีความสุขกับการเป็นตัวเองค่ะ

“แอนเป็นม้างานที่ถูกฝึกให้ออกไปวิ่ง ทำมาหากิน เป็นม้าที่ถูกใช้งานหนักมากๆ ไม่ใช่ม้าโชว์สวยๆ แน่นอนแอนต้องใช้ต้นทุนเยอะ แต่ก็พอใจในสิ่งที่ได้รับมาหลายอย่างแล้ว ถึงอย่างนั้นแอนก็ไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามวันเวลานะ แอนยังดูแลและพยุงในแบบที่ทำได้อย่างสาหัสสากรรจ์ (หัวเราะ) บำรุงสุดพลัง นวดหน้าอาทิตย์ละ 2 ครั้ง นวดมือและนวดเครื่องกระตุ้น บำรุงเช้า-กลางวัน-เย็น วันหนึ่ง 3-4 รอบ เพราะแอนอาบน้ำทุกครั้งหลังออกกำลังกาย เวลาอยู่กองถ่ายถ้าเหงื่อออกก็จะอาบอีก วันหนึ่งอาบน้ำบ่อยมาก ส่วนเรื่องภายในก็มีกินวิตามินเสริมที่จำเป็นบ้าง บวกกับการออกกำลังกาย มันก็เสริมความแข็งแรง เลือดก็ไหลเวียนดี อีกอย่างคือพยายามเอ็นจอยกับชีวิต พอใจในสิ่งที่มี คือแน่นอนว่าการทำงานย่อมมีความเครียดบ้าง และถ้ามันเข้ามา เราต้องรีบสะบัดทิ้งเพื่อไม่ให้ความกังวลเหล่านี้มาทำให้เราแก่เร็ว เราอุตส่าห์ลงทุนนวดหน้า ดีท็อกซ์ ทำนู่นนี่มาเยอะแยะ แล้วอยู่ๆ ถ้าเรามาเพิ่มความเครียดให้ตัวเอง แอนว่ามันเสียเวลา ซึ่งแอนก็ไม่ใช่ว่าทำได้ดี แต่ก็พยายามค่ะ”

นอกเหนือจากในฐานะนักแสดงที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ พิสูจน์ในความสามารถและความชื่นชอบของผู้คนแล้ว ในฐานะผู้จัดละครล่ะคะ หลังจากหันมาจับทางนี้ได้สักพัก คุณให้คะแนนตัวเองเท่าไร

“ถ้าเทียบกับประสบการณ์ผู้จัดท่านอื่นในช่อง 3 แอนถือเป็นน้องใหม่ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะมากเลย บางอย่างที่เราทำแล้วประสบความสำเร็จ เราก็ปรบมือให้ตัวเองนะหลังจากที่ทุ่มเทไปกับมัน แต่บางครั้งมันก็ได้มาด้วยจังหวะ เหมือนเราเอาของไปขายที่ตลาด เราไม่รู้หรอกว่าวันนั้นจะขายดีหรือไม่ดี ถ้าวันนั้นความต้องการของตลาดเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาจริงๆ เราก็สำเร็จ มันมาจากหลายปัจจัยมากค่ะ จึงไม่กล้าให้คะแนนตัวเองขนาดนั้น แอนประเมินตัวเองแค่ beginner สำหรับการเป็นผู้จัด แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่แอนรักที่สุดยังคงเป็นการแสดงค่ะ”

วิธีเลือกตัวละครและบทประพันธ์ในฐานะผู้จัดละคร

“ในจุดเริ่มต้นที่แอนทำละคร แอนเลือกที่ตัวเองชอบ ที่ตัวเองฝัน เห็นภาพ และตัวเองรู้สึกสนุก แค่นั้นก่อนเลย แต่พอทำไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มจับทิศได้จากฟีดแบ็กที่ทั้งได้และไม่ได้ตามเป้า เราก็ได้เรียนรู้ว่าเราต้องทำตามโจทย์ที่คนดูต้องการด้วย ตอนหลังเลยกลายเป็นว่ามิติของการเลือกทำละครจะมาจากโจทย์และความต้องการของตลาด และโจทย์จากช่องผสมอยู่ด้วย ต้องหาจุดตรงกลางค่ะ”

การทำงานในวงการบันเทิงที่ผ่านมาหลายยุค มีวิธีปรับตัวหรือวิธีคิดอย่างไร

“ปรับเยอะค่ะ แอนอยู่มาตั้งแต่ยุค ’90s จนถึงปัจจุบัน เผชิญโลกมาเยอะมาก ยอมรับว่าโลกยุคนี้เราเจอความเปลี่ยนแปลงแบบเหมือนนั่งเรืออยู่แล้วโดนคว่ำกลางทะเล เราจะเอาตัวเองขึ้นมาได้ยังไงกับเรือลำใหม่ มันเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด จะเห็นว่ามันจะมีคนในวงการบันเทิงยุค ’90s ที่หายไปอย่างเงียบๆ เยอะมาก แล้วก็มีบางคนที่ก้าวข้ามมาได้ นั่นหมายความว่าเราต้องตามโลกให้ทันและเร็วมากๆ ค่ะ ต้องพร้อมที่จะรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เด็กรุ่นใหม่เขาเกิดมา กล้ามเนื้อเขาก็เหมือนถูกจับโยนเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์ที่เขาสามารถใช้เครื่องมือ เสิร์ชข้อมูล หรือทำอะไรได้ลึกซึ้งและคล่องมือกว่าเรา เราจึงต้องมานั่งทำความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ฝึกหัดกันใหม่ เหมือนคนแก่ที่ต้องมาฝึกหัดเดินใหม่ นึกออกไหมคะ ไม่อย่างนั้นถ้าเราตามไม่ทันคือเราก็หลุดเลย

“แอนต้องปรับตัวอย่างมหาศาล แม้กระทั่งเรื่องจิตใจ เด็กรุ่นนี้ไม่เหมือนกับรุ่นเรา เขาจะมีการวิเคราะห์กลั่นกรอง หรือมีกติกามารยาทที่ไม่เหมือนเด็กรุ่นก่อนที่ถูกสอนให้เชื่อฟัง นอบน้อม คือไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ไม่นอบน้อมนะ เขามีอยู่ข้างในแต่วิธีการแสดงออกจะไม่เหมือนกับคนรุ่นเรา เวลาเจอผู้ใหญ่ เราถูกสอนว่าต้องเดินก้ม เด็กรุ่นนี้เขาจะเดินตรงๆ ผ่านไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเขาไม่นับถือเรา เราแค่ต้องเปิดใจว่านี่เป็นวิธีการของเขา อย่าไปสนใจตีความอะไรเยอะ ถ้าจะอยู่ยุคนี้ต้องเป็นคนไม่คิดหยุมหยิม สำหรับแอน ไม่ไหว้ไม่เป็นไร ถ้าเธอรับผิดชอบงานได้ ทำเลยจ้ะ

“การปรับจูนมันเหนื่อยมากนะ และไม่ใช่ว่าทุกคนจะก้าวข้ามมาได้ง่ายๆ มักจะแพ้ความเหนื่อยยากตรงนี้ แต่แอนยังเชื่อว่าต่อให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถ้าเรามีศักยภาพมากพอ เราจะสามารถปรับตัวได้โดยไม่ต้องสูญเสียจุดยืนหรือตัวตน”

ดูเป็นคนที่ค่อนข้างครุ่นคิดและเตรียมพร้อมกับอนาคตพอสมควรเหมือนกัน

“แอนเป็นคนที่จัดการและวางแผนชีวิตมากกว่า แต่หลังจากมี Anne’s Place ที่เป็นทั้งอพาร์ตเมนต์และคอมมิวนิตี้มอลล์ คนก็มองว่านี่เป็นแพลนเกษียณของเราหรือเปล่า จริงๆ แล้วเป็นธุรกิจของแฟนแอน (คุณเอ-ทินพันธ์ ตันตินิรันดร์) เขาตั้งเป็นชื่อแอนค่ะ เราเป็นเหมือนคนคนเดียวกันอยู่แล้ว คือท้ายที่สุดอาจจะช่วยกันดูแล หรือคุณเออาจจะดูแลคนเดียว มันไม่ใช่สิ่งที่แอนลุกขึ้นมาแล้วบอกว่านี่จะเป็นที่ที่เราเอาไว้รีไทร์หรืออะไร แต่เป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่เราเก็บไว้ เผื่อทำอะไรในอนาคตที่จะสามารถหาเงินให้เราได้ โดยไม่ต้องใช้แรงหรือความสวยของตัวเองอีกแล้ว แต่ใช้ความสามารถในการบริหารอยู่เบื้องหลัง”

พูดถึงความสวย เราเห็นลุคของคุณแอนมาหลากหลายแบบ ตั้งแต่หรูหราสุดๆ ไปจนถึงสตรีทหรือมัสคิวลีนเท่ๆ แต่ไม่ว่าจะสไตล์ไหนก็ดูดีดูแพงตลอด มีเคล็ดลับในการแต่งตัวอย่างไร

“แอนชอบความเรียบง่ายค่ะ แมตช์ง่ายๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ และฟังก์ชั่นกับเรา เป็นคนไม่ฟู่ฟ่า ไม่แบกอะไรเยอะค่ะ ถ้าจะใส่อะไรก็ต้องใช้ชีวิตได้จริง ดูแลรักษาง่าย ไปได้หลายสถานการณ์ อย่างเช่นวันนี้มาถ่ายแบบ แอนใส่กางเกงตัวนี้กับรองเท้าผ้าใบ ตอนเย็นต้องไปพบลูกค้าต่อ แอนก็เปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นสูง แต่งหน้าทำผมให้มากขึ้น มันก็จะดูเป็นทางการขึ้น”

แสดงว่าแอ็กเซสเซอรี่เป็นส่วนสำคัญเหมือนกันในการครีเอตลุค

“ตุ้มหู แว่นตา กระเป๋า คือขาดไม่ได้เลยค่ะ และที่ติดเพิ่มขึ้นตอนนี้คือหมวก เพราะรู้สึกว่าหมวกช่วยชีวิตในเรื่องกันแดดได้จริงๆ เวลาแอนไปวิ่งมาราธอน 5 ชั่วโมงครึ่ง พอเข้าเส้นชัยปุ๊บ แอนไม่ดำ แต่คนอื่นดำ เห็นชัดเลยว่าการใส่หมวกมีผลมากๆ ส่วนรองเท้า แอนก็ให้ความสำคัญและลงทุนกับมัน เพราะเดินเยอะและเป็นคนตัวไม่สูง ต้องใส่เสริมส้นตลอด ยังไงต้องมีสัก 2-3 นิ้ว แล้วใส่กางเกงคลุม มันก็ช่วยให้เราดูสูงขึ้นอีกนิด รวมถึงนาฬิกาด้วย จะใส่ตลอดยกเว้นวันที่ไปถ่ายละคร เพราะกลัวถอดแล้วลืมวางทิ้ง นาฬิกาทำให้ลุคเราดูเดรสอัพ ดูเท่ ดูเป็นคนแต่งตัวมากขึ้นค่ะ”

เวลาจะเลือกซื้อนาฬิกาสักเรือน พิจารณาตรงไหนบ้าง

“ถ้าสำหรับชีวิตประจำวัน แอนชอบใส่นาฬิกาเท่ๆ แต่ก็มีความหรูหราขึ้นมาหน่อย จะไม่ใส่นาฬิกาเซอร์จัด ไม่งั้นถ้าเราใส่เซอร์ทั้งตัวแล้วแอนจมจริงๆ สมมติว่าใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์กับผ้าใบเน่าๆ จะต้องมีนาฬิกาหรูๆ มาบาลานซ์ เหมือนแว่นแหละค่ะ แต่แว่นอยู่บนหน้า นาฬิกาอยู่บนร่างกาย เวลาพับแขนเสื้อขึ้น คนจะเห็นเลยว่าเรามีคาแร็กเตอร์แบบไหน มันจะมีความมัสคิวลีน ความเท่บางอย่าง แอนชอบสายหนัง แต่ปัจจุบันใส่สายเหล็กค่อนข้างบ่อย เพราะทำความสะอาดง่าย มีทั้งแบบมีเพชรและไม่มีเพชร แต่ถ้าเป็นงานกลางคืน นาฬิกาสำหรับออกงานหรูๆ ก็ต้องมีเก็บไว้ด้วย”

พูดถึงแบรนด์ Omega หน่อยค่ะ หลังจากที่มีโอกาสได้ร่วมงานกันหลายครั้ง

“โอเมก้ามีความหรูและความเท่อยู่ด้วยกันค่ะ ใช้งานได้จริง แอนมักจะชอบรุ่นที่พร้อมลุย ถ้าเป็นสายหนังก็จะแข็งแรงทนทาน ใส่ไปไหนก็ได้ รุ่นที่ถ่ายวันนี้มีหลายรุ่นเลยที่แอนชอบ เรือนที่หน้าปัดใหญ่หน่อย พอมาอยู่บนข้อมือแล้วรู้สึกมันกำลังพอดีกับคาแร็กเตอร์เรา มีรุ่นหนึ่งที่เป็นสายเล็กๆ แล้วพันข้อมือสองรอบ ในชีวิตประจำวันแอนไม่ค่อยใส่แบบนั้น พอมาเห็นวันนี้ เออมันก็น่ารักดี กับอีกรุ่นที่เรือนเล็กๆ เป็นวินเทจหน่อยๆ รู้สึกว่าถ้าเราแต่งตัวบอยๆ แล้วใส่นาฬิกาเฟมินีนขึ้นมานิด มันก็ดูสวยดี น่าสนใจ อาจจะต้องมีเก็บไว้สักเรือนสำหรับไซส์นี้ แมตช์แล้วเกิดความใหม่ขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องใส่บอยๆ อยู่ตลอดเวลา”

มีวิธีจัดการเวลาอย่างไรที่ทำให้เรายังใช้ชีวิตอย่างบาลานซ์

“ก็มีเละเทะบ้าง (หัวเราะ) แอนไม่ได้จัดเวลาได้ดีนักหรอกเพราะทำอะไรเยอะ แต่พยายามจัดสรรค่ะ รู้สึกว่าเวลา 24 ชั่วโมงของแอนมันน้อยมากๆ เลย เอาแค่เช้าขึ้นมา แอนต้องตื่น 5.45 น เพื่อที่จะออกกำลังกายชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง อาบน้ำเสร็จ 10.00 น. ทำงาน พบลูกค้า เจอเพื่อน ทำเล็บ นวดหน้า ฯลฯ กลับมาตอนเย็นก็ต้องทำอะไรอีกเต็มไปหมด แต่แอนก็พยายามจัดเวลาของแอน ไม่ถึงขั้นวุ่นวาย”

อะไรเป็น priority ที่สุดในวันนี้ของแอน ทองประสม

“มีสองอย่างค่ะ ความสวยและความแข็งแรง ความแข็งแรงก็แตกย่อยไปได้อีกคือแข็งแรงทางกายและจิตใจ แอนว่าสิ่งเหล่านี้ต้องดามไว้กับตัวเอง เป็น priority สำหรับเรา ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว ต้องสตรองแล้วมันจะดูเฮลธ์ตี้จริงๆ แอนเชื่อเรื่องความแข็งแรงจากข้างใน ต่อให้คุณไปนวดหน้าหรือทำหน้าด้วยวิธีไหนมาก็ตาม แต่ร่างกายของคนวัย 40 จะฟ้องอายุ บางคนคิดว่าแค่ดูแลหน้าให้สวยตึงเปรี๊ยะ แปลว่าฉันยังสวย ยังเยาว์ มันไม่ใช่ แอนเชื่อเรื่องทฤษฎีของร่างกายด้วย เพราะถ้าหน้าสวย หุ่นแข็งแรง แต่จิตใจหมองเศร้า พลังงานมันจะกลายเป็นพี่สาวแก่ๆ คนหนึ่งที่ไม่ร่าเริง ดูเป็นผู้หญิงน่าเบื่อ นึกออกไหมคะ (หัวเราะ) แอนรู้สึกว่าข้างในเราต้องตามโลก อยู่ในยุคนี้ต้องสตรองทั้งจิตใจและร่างกายค่ะ”

Photographer: Wasu Sukatocharoenkul

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Makeup: Andi Soon 

Hair: Katemossholiday 

Photographer Assistants: Watchara Panthong, Similan Prangprasert 

Videographer: Panlit Voravutvityaruk

Videographer Assistant: Suradit Laorsittipirom

Stylist Assistants: Thitaree Trisiritanyagorn, Panithan Prasongsanti 

Producer: Akeera Sasungnern 






Other Articles