Wednesday, April 24, 2024

รู้จักอีกมุมหนึ่งของ ‘เจฟ ซาเตอร์’ ผ่านมุมมองด้านความงามที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงเมกอัพงานผิวชิ้นโปรด NARS Light Reflecting Foundation 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่โดดเด่นและมากความสามารถในวงการเพลงของไทยขณะนี้ ‘เจฟ ซาเตอร์’ ที่ตกผู้ฟังได้ด้วยเสียงร้องซึ่งต้องให้นิยามว่า ‘หูเคลือบทอง’ กับแนวเพลงที่มีเอกลักษณ์ ไหนจะเรื่องของผลงานการแสดงที่น่าติดตาม และมุมมองชีวิตที่น่าสนใจ จนทำให้หลายคนชื่นชอบเวลาเขาให้สัมภาษณ์ และอยากรู้จักตัวตนของเขาในหลายๆ มุมมอง สำหรับครั้งนี้เราขอพาคุณมาทำความรู้จักกับศิลปินหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้นผ่านเรื่องราวความงามและการดูแลตัวเองซึ่งเขาไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน

คิดอย่างไรกับประโยคที่ว่า ‘เครื่องสำอางหรือการแต่งหน้าเป็นเรื่องของผู้หญิง

“ผมมองว่าในปัจจุบันเรื่องของเครื่องสำอางหรือเมกอัพนั้นไม่ได้ถูกจำกัดว่าสำหรับเพศใดเพศหนึ่ง ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้ขีดจำกัด อย่างแรกเลยคือการแต่งหน้าทำให้คนมั่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยลุคที่ดูดีขึ้น และผมมองว่ามันเป็นเหมือนกับศิลปะที่สามารถหยิบจับเครื่องสำอางชิ้นต่างๆ มาประกอบเป็นลุคที่เราอยากจะสื่อออกไปในแต่ละโอกาส และท้ายที่สุดคือถ้าเรามีความสุขที่จะแต่งหน้าก็ทำไปตามความชอบ เพราะนี่คือความสุขของเรา ไม่เกี่ยวกันว่าเราเป็นเพศไหน”

ประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องสำอางของเจฟ ครั้งแรกที่จำได้คือเมื่อไร ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้เราฟังหน่อย

“ครั้งแรกคงเป็นหลายปีก่อนที่ได้ลองแต่งหน้าแบบจริงจัง เป็นช่วงก่อนเข้าวงการด้วยซ้ำ ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้น แต่พอได้เข้าวงการก็สนุกไปกับมัน เห็นว่ามันเป็นศิลปะ สนุกกับเทคนิคต่างๆ และการแต่งหน้า โดยเฉพาะเรื่องงานผิว ช่วยให้ผมมั่นใจขึ้นในหลายๆ โอกาสเช่นกัน” 

นิยามคำว่าผิวเพอร์เฟ็กต์ของเจฟเป็นแบบไหน

“ถ้าให้นิยามตอนนี้ผมคงมองว่าผิวที่เพอร์เฟ็กต์ในมุมมองผมคงจะเป็นผิวของตัวเองในตอนนี้ เพราะผมชอบโทนผิวที่แทนกำลังพอดีจากการได้ไปถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The Marriage ซึ่งถ่ายทำกลางแจ้งค่อนข้างเยอะ ผมชอบผิวตัวเองตอนนี้มากๆ รู้สึกว่าดูกำลังพอดีทั้งตอนที่แต่งหน้าและไม่แต่งหน้า”

เทคนิคการแต่งหน้าที่ตัวเองชอบหรือลองทำแล้วเห็นผล

“ผมจะชอบเตรียมผิวก่อนเป็นอย่างแรก เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เตรียมผิวมาพอดี การแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปจะไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าช่วงคืนก่อนทำงานหรือช่วงที่ได้พัก ผมจะชอบมาสก์หน้ากับมาสก์ริมฝีปากมากๆ เพราะการมาสก์หน้าเป็นการบำรุงผิวที่สะดวกและเข้มข้น ส่วนเรื่องของริมฝีปากที่ผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพราะตัวผมเป็นคนปากแห้งมาก”

“สำหรับเรื่องของเมกอัพ ส่วนตัวผมจะชอบจับเมกอัพบริเวณดวงตาอย่างอายแชโดว์หรืออายไลเนอร์มาเล่นในแต่ละลุคของผม เพราะรู้สึกว่ามันทำให้ลุคนั้นๆ มีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น และทำให้เนื้อหาหรือคำพูดบางอย่างที่เราอยากจะสื่อผ่านการแต่งหน้าลุคนั้นๆ ออกมาชัดเจนมากขึ้น เช่นลุคการแต่งหน้าในเอ็มวีหรือคอนเสิร์ต นอกจากนี้เรื่องของผิวก็สำคัญ เทคนิคที่ผมชอบใช้คือการลงคอนซีลเลอร์ก่อนลงรองพื้น เพื่อให้ผิวออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาจนเกินไป คอนซีลเลอร์จะช่วยปกปิดรอยที่เราไม่ต้องการ และรองพื้นจะช่วยทำให้ผิวโดยรวมออกมาดียิ่งขึ้น” 

เมื่อต้องให้ความสำคัญกับงานผิวแบบนี้ เจฟมีเทคนิคการเลือกรองพื้นอย่างไรบ้าง

“การเลือกใช้รองพื้นของผมขึ้นอยู่กับแต่ละงานที่ผมต้องทำหรือต้องไป ผมจะมีรองพื้นหลายแบบ อย่างรุ่นที่ให้ฟินนิชชิ่งแบบดิวอี้โชว์ผิว ผมจะเลือกใช้กับงานที่ไม่ต้องออกกลางแจ้งหรือผจญกับหลายๆ อย่างมาก เน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติ สำหรับงานที่ต้องการความทนทานมากกว่านั้น ผมจะเลือกรุ่นที่ฟินนิชชิ่งแมตต์ขึ้น แต่จะมีรองพื้นที่ผมเพิ่งได้ลองและชอบมากๆ เพราะมันให้ฟินนิชชิ่งแบบงานผิวธรรมชาติ และไม่ทำให้หน้ามันมากจนต้องซับบ่อยๆ ก็คือรองพื้น Light Reflecting Foundation ของ NARS ผมชอบที่ความโกลว์เป็นธรรมชาติของรองพื้นรุ่นนี้ ซึ่งมาจากการเล่นแสง ไม่ได้มาจากส่วนผสมที่อาจจะทำให้เกิดความมันส่วนเกินบนผิว ถ้าวันไหนที่ใช้รองพื้นรุ่นนี้ผมจะชอบช่วงโหนกแก้มเป็นพิเศษ คือจะมีความโกลว์บางอย่างที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ผิวดูดีเป็นธรรมชาติในทุกๆ แสง”

อย่างที่เจฟบอกว่ารองพื้น NARS Light Reflecting Foundation ทำให้ผิวดูดีในทุกๆ แสง ตรงกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า ‘Skin in its best light’ หากเปรียบคำว่า ‘Best Light’ กับชีวิตจริง เจฟจะให้คำนิยามแบบไหน หรือเป็นเหตุการณ์แบบใด

“ผมว่ามันคือความรู้สึกตอนอยู่บนเวที เป็นช่วงเวลาที่ผมชอบมากที่สุด ได้เห็นผู้ชมร้องเพลงไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนของวัน เมื่อมันเกิดโมเมนต์นี้ขึ้นบนเวที มันคือ Best Light ของผม”

มีโมเมนต์ไหนที่เรียกได้ว่าเป็น ‘In your best light’ ของเจฟ จากหลายๆ บทบาทที่เราเป็น ทั้งนักร้อง นักแสดง รวมถึงศิลปิน ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

“เอาเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่ผมเพิ่งได้ไปถ่ายภาพยนตร์มาแล้วกัน เป็นฉากตอนกลางคืนที่สำหรับผมแล้วมันเรียบง่ายมากๆ แต่เป็นฉากที่พีกหรือเรียกได้ว่าเมจิเคิลของเรื่องเลยสำหรับผมจากการแสดงที่ออกไปในเทคนั้น เป็นการผสานกันของทุกองค์ประกอบ ทั้งแสง ฉาก และการแสดง จริงๆ หลังจากได้ดูฉากนั้นผมขอผู้กำกับเล่นอีกครั้ง แต่เขาบอกว่าไม่ต้องแล้ว มันดีมากๆ ไปแล้ว เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ไม่มีแสงจริงๆ แต่ผมรู้สึกได้ว่าผมอยู่ใน ‘Best Light’ จริงๆ ในฐานะนักแสดง”

มีอะไรอยากจะฝากคนที่กำลังทำตามความฝันหรือกำลังหา The Best Light ของตัวเองอยู่บ้างไหม

“อย่าไปตามหา ‘Best Light’ ของคนอื่น เราต้องรู้ความต้องการของตัวเองก่อน ตัวเองชอบอะไร มองตัวเองอยู่ที่จุดไหน อยากเห็นสิ่งไหนอยู่ข้างหน้า เพราะแสงสว่างมันจะส่องสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเรา ในทางเดินของเรา ให้ตรงไปตามแสงนั้น อย่าพยายามไปมองหาแสงของคนอื่น ในจุดที่แสงส่องไปที่เขา ให้หาจุดที่แสงจะส่องเรา และทำให้เป็นจริง จุดไฟของความพยายามขึ้นมา ถ้าไม่มีใครจุดให้ เราก็จุดด้วยตัวเอง ให้ ‘Best Light’ ของคุณนั้นสว่างที่สุด”

Photographer: Thanut Treamchanchuchai

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Beauty Editor: Chayanon Chongprasert

Model: Jeff Satur 

Makeup: NARS Thailand

Hair: Chattramongkol Klamsuk

Photographer Assistants: Chudchpong Aumponrat, Wanchai Arreerak

Stylist Assistants: Tanawat Nitithanaiyaphong, Panithan Prasongsanti

Producer: Akeera Sasungnern

Other Articles