Thursday, February 2, 2023

“ผิวของเราบ่งบอกสุขภาพภายใน สกินแคร์ที่ดีจึงต้องดูแลทั้งตัวคุณ” – Vicky Tsai ผู้ก่อตั้งแบรนด์ความงาม Tatcha

“การดูแลผิวก็คือการดูแลจิตใจอย่างหนึ่ง” นั่นเป็นความเชื่อของ Vicky Tsai หญิงเก่งชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวันซึ่งลาออกจากงานในตลาดหุ้นที่วอลล์สตรีท ออกเดินทางเพื่อเยียวยาจิตใจ จนได้มาสัมผัสกับตำรับความงามของเกอิชา จนเป็นบันดาลใจให้เธอก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์ออแกนิกชื่อว่า Tatcha เมื่อปี 2009  

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Tatcha นั้นเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก จากความนิยมในแผ่นดินอเมริกา ก็ได้ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ในโอกาสที่ทางแบรนด์เปิดตัว 4 ผลิตภัณฑ์ The Classic Ritual (ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน Purify, Polish, Plump, Nourish) เราจึงขอพูดคุยกับตัวผู้ก่อตั้งแบรนด์ถึงการดูแลผิวตามปรัชญาความงามญี่ปุ่นฉบับดั้งเดิมและการบำรุงผิวให้รู้สึกดีตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก 

-เราเคยอ่านเรื่องราวของคุณ มันน่าทึ่งมากเลยที่คุณทิ้งทุกอย่าง ยอมขายแม้กระทั่งแหวนหมั้นเพื่อเดิมพันในการตั้งแบรนด์ Tatcha อยากทราบว่าตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไรคะ ลึกๆแล้วคุณรู้ไหมคะว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้

“หลังจากทำงานบริษัทใหญ่มาสองปี ชีวิตในเมือง ความเครียด และการเดินทางตลอดเวลาส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของฉัน ความเครียดมันแสดงออกทางผิวของัน ผิวหน้าฉันอักเสบ เป็นผื่นแพ้ เป็นพังผืดตามร่างกาย ฉันได้คิดว่าถ้าจะให้ชีวิตมีความหมาย งานที่ทำก็ต้องมีความหมายเหมือนกัน ฉันก็เลยออกเดินทางค้นหาตัวเองเหมือนคนอื่นๆ ฉันเริ่มหาแรงบันดาลใจ แล้วฉันก็พบมันที่ศูนย์จิตวิญญาณและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในเกียวโต ฉันได้รับการรักษาแบบจริงๆ ด้วยส่วนผสมที่งดงามและพิธีกรรมที่ช่วยรักษาผิว อีกทั้งจิตใจอันโอบอ้อมอารีของผู้คนที่นั่นยังช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจฉัน ฉันเลยรู้สึกว่าต้องใช้ชีวิตให้ช้าลงและคอนเนกต์กับตัวเองมากขึ้น และฉันก็อยากจะแชร์ความรู้สึกนั้นกับคนอื่นๆ”

-คุณเคยบอกว่าอยากให้งานของคุณมีเป้าหมาย คุณว่าเป้าหมายของ Tatcha คืออะไรและมันพัฒนาไปอย่างไรบ้าง 

“เป้าหมายของ Tatcha คือการช่วยให้คนได้รู้จักผิวของตัวเองและรักมันมากขึ้น ในภาษาญี่ปุ่นมีวลีที่ว่า hinou dokon ซึ่งหมายถึง skin-mind same root มันคือความเชื่อว่าการดูแลผิวคือการดูแลจิตใจ พูดอีกอย่างคือ ผิวของเราสะท้อนและส่งผลต่อสภาพจิตใจ การวิจัยเรื่องความเชื่อมโยงของผิวกับจิตใจ ส่งผลต่อแนวทางในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ของเรา และฉันก็ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบซึ่งเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาวะหรือ well-being ไม่ว่าจะในด้านจิตใจ ร่างกาย และอารมณ์ นับตั้งแต่วันแรก นักวิทยาศาสตร์ที่ Tatcha Institute ได้ผลักดันขอบเขตสกินแคร์ ด้วยการคราฟต์สูตรผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผู้คนโดยองค์รวม ไม่ใช่การดูแลแค่ผิว”

-ตอนที่เดินทางไปเกียวโต คุณได้ค้นพบความลับอะไรจากเกอิชาจนนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ แล้วคุณคิดว่าความงามแบบญี่ปุ่นแตกต่างจากความงามแบบตะวันตกอย่างไร

“เกอิชายุคใหม่ที่ฉันเจอในเกียวโตช่วยให้ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบที่อ่อนโยนและขึ้นชื่อในอาหารญี่ปุ่น และพวกเธอยังนำมาใช้กับผิว ฉันได้ไปที่ร้านค้าเล็กๆ และได้เห็นเกอิชาจับจ่ายผลิตภัณฑ์ความงาม เป็นพวกกระปุกเล็กๆ ใส่แว็กซ์ น้ำมันและแป้งซึ่งฉันเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกตะวันตก ฉันก็เลยซื้อกลับมา หลังจากลองใช้ไปแปดสัปดาห์ ผิวฉันก็หายดี ฉันคิดว่าวัตถุดิบข้างในช่วยให้ฉันดีขึ้น และหลังจากนั้น 13 ปี ฉันถึงได้รู้ว่ามันมากกว่านั้น

“ฉันคิดว่าการดูแลตัวเองสำหรับโลกตะวันตกคือความหรูหรา เป็นการปรนเปรอตัวเอง ส่วนแนวคิดคิดเรื่องสุขภาวะและความงามของตะวันออก คือแนวคิดการดูแลตัวเองแบบองค์รวมซึ่งแตกต่างจากตะวันตก ผิวของเราบ่งบอกสุขภาพภายใน สิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ผิวไม่ดี นั้นมีที่มาจากความเครียด  สกินแคร์ที่แท้จริงคือต้องดูแลทั้งตัวคุณ เพราะฉะนั้น เราจึงใช้วัตถุดิบที่มีกลิ่นหอมที่เยียวยาจิตใจ  เราทดสอบสูตรที่มีคุณประโยชน์ต่ออารมณ์ เพื่อช่วยบรรเทาความเครียดและช่วยให้จิตใจโปร่งใส”

-แนวคิดเบื้องหลัง The Classic Ritual คืออะไรและคุณพัฒนามันอย่างไรคะ 

“The Classic Ritual ได้แรงบันดาลใจจากเคล็ดลับความงามของญี่ปุ่นที่ได้ฉันเรียนรู้จักตอนที่ไปเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงแรกๆ  ด้วยเชื่อว่าสิ่งที่ดีต่อร่างกายดีต่อผิว ผู้หญิงญี่ปุ่นจึงใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพในการบำรุงผิว อย่างข้าว ชาเขียว และสาหร่าย การทำงานร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์ เกอิชา และที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมจากโตเกียวไจนถึงซานฟรานซิสโก เราจึงสร้างแบรนด์ Tatcha เพื่อแบ่งปันแนวทางในการดูแลตัวเองกับคุณ ขั้นตอนความงามคลาสสิกแบบญี่ปุ่นซึ่งเน้นแนว less is more จึงเป็นเรื่องสำคัญ The Classic Ritual ประกอบด้วยสี่ขั้นตอนในการดูแลผิวในยามกลางวันหรือกลางคืน  เหมาะกับผิวทุกประเภท ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย มันเป็นการผสมผสานวัตุดิบญี่ปุ่นเข้ากับวิทยาศาสตร์สกินแคร์”

-เพราะอะไรมันจึงเหมาะกับผู้หญิงยุคนี้ แล้วทำไมการใช้ผลิตภัณฑ์แค่สี่ตัวถึงเพียงพอเมื่อเทียบกับการใช้เป็นสิบตัว 

“กิจวัตรการใช้สกินแคร์ยุคใหม่นั้นเต็มไปด้วยขั้นตอนมากมาย  แต่แนวทางดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้นเน้นความพอเพียง ฉันเองก็เคยดูแลผิวหน้าราวกับเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์มาก่อนและกลายเป็นว่าผิวเกิดอาการแพ้ ฉันขอบอกว่าการใช้โปรดักต์มากๆ ไม่ได้ดีเสมอไป แต่ฉันเชื่อว่า Less is more”

-พูดถึงวัตถุดิบที่ใช้ในโปรดักต์ ทำไมถึงต้องเป็นเป็นข้าว ชาเขียว และสาหร่าย 

“หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ฉันเรียนรู้จากความงามคลาสสิกของญี่ปุ่นก็คือผิวเป็นเครื่องสะท้อนเรื่องสุขภาวะ เรารู้กันว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปในร่างกายนั้นมีผลต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นอาหารดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นจึงเน้นไปที่วัตถุดิบ อย่างเช่น ข้าว ชาเขียว  และสาหร่าย ซึ่งถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วยให้ชาวญี่ปุ่นมีอายุยืนยาว และเพราะอะไรก็ตามที่ดีต่อร่างกายก็ย่อมดีต่อผิว  และวัตถุดิบเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งตำรับความงามของญี่ปุ่นมานานนับศตวรรษแล้ว  เพราะเหตุนี้ ทางนักวิทยาศาสตร์ของ Tatcha Institute ที่โตเกียวจึงได้พัฒนา Hadasei-3™  ซึ่งประกอบด้วยข้าวจากอากิตะซึ่งมีโปรตีนที่ช่วยเสริมปราการผิว ชาเขียวจากอุจิซึ่งช่วยเรื่องแอนตี้ออกซิแดนต์ ลดเลือนสัญญาณของริ้วรอยก่อนวัยอันควร และสาหร่ายจากโอกินาวะที่ช่วยให้ผิวอิ่มฟู” 

-คุณจะแนะนำให้ใช้ The Classic Rice Polish กับคนที่มีผิวเซนสิทีฟอย่างไรคะ

“The Classic Rice Polish มีลักษณะเป็นผงซึ่งจะเปลี่ยนเป็นโฟมครีมเมื่อผสมกับน้ำ อุดมด้วยซูเปอร์ฟูดของญี่ปุ่น และเอนไซม์จากมะละกอที่ช่วยผลัดเซลผิวตามธรรมชาติ ออกแบบมาให้ใช้ได้ทุกวันและมีให้เลือก 4 แบบเพื่อให้คุณเลือกผลัดเซลล์ผิวได้ตามลักษณะของผิว ส่วนคนที่มีผิวบอบบาง เราแนะนำให้ใช้ The Calming Rice Polish ที่ช่วยปลอบประโลมผิวค่ะ” 

-กิจวัตรความงามของคุณเป็นแบบไหนคะ อยากให้ช่วยแชร์

“มันเปลี่ยนไปตามสภาพผิวซึ่งเปลี่ยนไปตามฤดูกาลค่ะ แต่ส่วนใหญ่ฉันจะยึดตาม The Classic Ritual แล้วฉันก็เสริมการบริหารจิตใจเข้าไปในทุกขั้นตอนของสกินแคร์เพราะผิวเราสะท้อนสุขภาพกายและใจของเราค่ะ การใส่ใจในทุกขั้นตอนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนกิจวัตรความงามให้เป็นพิธีกรรมwfh

“ขั้นแรก ฉันจะนวดผิวด้วย The Camellia Cleansing Oil เพื่อลบเครื่องสำอาง ระหว่างนั้นก็จะจินตนาการว่าตัวเองได้ปล่อยวางทุกอย่างที่ไม่นำพาออกไป ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ และความกังวลต่างๆ จากนั้นฉันจะใช้ The Classic Rice Polish เพื่อผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน มันทำให้ฉันนึกถึงการกำเนิดใหม่ เป็นการรีเซ็ตจิตใจ น้อมรับการเริ่มต้นใหม่และผิวใหม่ จากนั้นฉันจะใช้ The Essence ซึ่งช่วยเติมความชุ่มชื่น ฉันว่าผู้หญิงเราทุ่มเททำสิ่งต่างๆ มากมายเหลือเกินในแต่ละวัน ฉันคิดว่าขั้นตอนนี้เป็นการเติมพลังให้ตัวเองเพื่อที่จะส่งต่อให้คนอื่น สุดท้ายฉันจะล็อกความชุ่มชื่นและสารอาหารทั้งหมดด้วย The Silk Cream ในระหว่างที่ครีมห่อหุ้มผิวฉัน ฉันจะคิดถึงคนที่ฉันรัก คนที่คอยโอบกอด ห่วงใย และช่วยเหลือฉัน

“เมื่อเสร็จแล้ว ฉันรู้สึกว่าได้รับการบำรุงและดูแลผิวจนเติมเต็มจิตใจ มันใช้เวลาแค่สี่เท่านั้น ฉันว่ามันเป็นขั้นตอนเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้”

-กว่าจะได้โปรดักต์ใหม่สักตัว ใช้เวลาพัฒนานานไหมคะ

“มันแล้วแต่เลยค่ะ อย่างส่วนผสม Hadasei-3™  ใช้เวลาในการคิดค้น 4 ปี จากนั้นเราก็ใช้เวลาในการพัฒนาต่อ เราใช้เวลาเพราะผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นนั้นเป็นตัวแทนประวัติศาสตร์ความงามของญี่ปุ่น เรามีทีมนักวิทยาศาสตร์ของเราเองที่ Tatcha Institute ที่โตเกียว ซึ่งพัฒนาทุกสิ่งร่วมกับทีมพัฒนาโปรดักต์ในซานฟรานซิสโก พวกเขามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสกินแคร์และวัตถุดิบรวมกันกว่า 165 ปี วัตถุดิบหลักๆ มาจากญี่ปุ่น สูตรต่างๆ กำเนิดในญี่ปุ่นแต่เราส่งไปทั่วโลก มันเป็นผลงานจากความรักไม่ต่างจากการทำชุดกูตูร์” 

-คุณคิดว่าเราหมกมุ่นกับความงามมากไปหรือเปล่า แล้วความงามในมุมของคุณคืออะไร

“ฉันว่าความงามเริ่มต้นจากหัวใจและจิตใจ เวลาที่ผิวกับจิตวิญญาณมันสมัครสมานกัน คุณจะสัมผัสได้ เพราะฉันั้น เราจึงเริ่วิจัยวัฒนธรรมด้านสุขภาวะซึ่งดำรงอยู่มานานนับพันปีแล้ว เราจะหาทางลงลึกให้มากยิ่งๆ ขึ้น” 

Tatcha มีวางจำหน่ายที่ Sephora






Other Articles