Friday, January 27, 2023

ILYSB…LANY บทสัมภาษณ์สุดพิเศษที่ว่าด้วยเรื่องของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

เชื่อว่านาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักวงดนตรีอินดี้ป็อป ‘LANY’ เพราะพวกเขาเพิ่งจะมาทัวร์ที่ไทยกันไปหมาดๆ ปัจจุบัน LANY มีสมาชิกสองคนคือ หนุ่มเท่สุดติสท์ พอล ไคลน์ และหนุ่มขี้เล่นสุดทะเล้น เจค กอส ที่รวมตัวกัน ณ ลอสแอนเจลิส ทั้งคู่สร้างผลงานเพลงป็อปชวนฝันด้วยจิตวิญญาณของอาร์แอนด์บี ดังที่ได้ยินในอีพีแรกๆ LANY ปล่อยเพลงฮิตติดหูออกมามากมาย อาทิเช่น ILYSB, Malibu Nights, 13 และ Mean It ซึ่งติดอันดับเพลงฮิต Hot 100 ในปี 2019 ด้วยการรวมตัวกับ Lauv ก่อนจะปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ‘Congrats’

ชื่อของวงอ่านว่า LA-NY (เลย์-นี) ซึ่งเป็นการนำตัวย่อของลอสแอนเจลิส (LA) และนิวยอร์ก (NY) มารวมกัน บ่งบอกถึงความปรารถนาที่จะเผยแพร่เพลงของพวกเขาจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งด้วยเสียงที่ผสมผสานความรู้สึกของป็อปวิทยุในยุค 1980s และจิตวิญญาณอาร์แอนด์บีของยุค 1990s

แนะนำตัวเองสั้นๆ และเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ LANY หน่อยได้ไหม

พอล: “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมชื่อพอล”

เจค: “ส่วนผมคือเจค”

พอล: “และพวกเราคือ LANY”

เจค: “เพลงแรกของพวกเราถูกปล่อยในปี 2014 บนอินเทอร์เน็ต และหนึ่งปีต่อมาเราได้ขึ้นเวทีเล่นโชว์แรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2015”พอล: “เชื่อไหมว่าสิ้นปีนี้พวกเราน่าจะเล่นมาแล้วทั้งหมด 600 กว่าโชว์! ซึ่งถือว่าเยอะมากในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมาของ LANY เพราะพวกเราทุกคนต่างต้องอยู่ในบ้านเป็นเวลาตั้งสองปีเพราะโควิด”

พวกคุณชอบดนตรีมาโดยตลอด และต้องการทำสิ่งนี้เป็นอาชีพมาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า

พอล: “แน่นอนอยู่แล้ว แม่ของผมให้ผมเรียนเปียโนตั้งแต่ห้าขวบ ดังนั้นผมจึงมีดนตรีในหัวใจมาเป็นเวลามากกว่าสิบสามปีแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าจะตกหลุมรักดนตรีจริงๆ จนกระทั่งช่วงมัธยมต้น ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มฟัง John Mayer, Coldplay และอีกหลายๆ วง ผมคิดเสมอว่าการที่จะได้อยู่ในวงดนตรีนี่มันเจ๋งมาก ผมไม่เคยอยากเป็นศิลปินเดี่ยวเลยเพราะว่าผมรักการอยู่ในวงดนตรีมาโดยตลอด”

เจค: “ใช่เลย! ผมเองก็เริ่มหมกมุ่นกับเรื่องดนตรีตั้งแต่อายุสิบเอ็ด และความหมกมุ่นนี้ก็ไม่เคยหายไป จนถึงตอนนี้ซึ่งเป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้วที่ผมหลงรักดนตรี วงดนตรี และการแสดงสดต่างๆ”พอล: “ผมว่าดนตรีคือความหลงใหลที่แท้จริงของเรา”

สมมติว่าถ้าตอนนี้ไม่มี LANY คิดว่าพวกคุณจะทำอะไรอยู่

พอล: “ยากจัง (หัวเราะ) จริงๆ ผมก็ชอบแฟชั่นมาก มันน่าสนใจนะถ้าได้ออกแบบเสื้อผ้าเองหรือเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์สำหรับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง อีกทั้งผมยังชอบเดินทางมาก ถ้าไม่ได้ทำ LANY ผมคงไปท่องเที่ยวรอบโลกเป็นอาชีพมั้ง (หัวเราะ)”เจค: “ใช่ๆ เหมือนกันเลย ผมก็ชอบแฟชั่นมาก ถ้าได้เปิดร้านที่เป็นแบรนด์ของตัวเองก็คงดี นอกจากแฟชั่นแล้ว ผมยังสนใจเรื่องอาหารด้วย ถ้าได้เป็นเชฟหรือเป็นเจ้าของร้านอาหารก็คงสนุกไม่น้อยเลย ผมชอบมากเวลาได้ไปเที่ยวต่างประเทศและได้ทานอาหารที่รสชาติแปลกใหม่จากหลากหลายวัฒนธรรม”

อะไรเกี่ยวกับดนตรีที่ทำให้คุณรู้สึกหลงใหล

พอล: “เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้ฟังเพลง ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ผมจะรู้สึกทันทีว่าชีวิตของผมดีขึ้น และไม่เคยแย่เลย ผมดีใจเสมอที่ได้สร้างสรรค์เพลงให้คนอื่นฟัง และหวังว่าเพลงของพวกเราจะทำให้คนอื่นมีความสุข เหมือนกับเวลาที่ผมได้ฟังเพลงเช่นเดียวกัน”เจค: “ผมรู้แค่ว่าผมต้องการมัน เพราะผมรักดนตรีมาก ดนตรีเป็นสิ่งที่ผมต้องการทุกวันและกลายเป็นความหลงใหลของผมอย่างแท้จริง”

คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้ LANY ไม่เหมือนใคร

พอล: “ผมคิดว่าในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมาไม่มีใครสามารถจัดประเภทของเพลงที่เราทำได้ แม้แต่ตัวเราเอง (หัวเราะ) ดังนั้นแทนที่จะมาสับสนกับอะไรแบบนี้ พวกเราก็แค่ยอมรับในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นก็คือการผสมผสานระหว่างประเภทต่างๆ ของดนตรีที่ไม่มีใครสามารถแยกได้ ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่าพวกเราไม่เหมือนคนอื่น”เจค: “เอกลักษณ์ของเราอยู่ที่เสียงของพอลด้วย เช่นเดียวกับดนตรีของเรา เราชอบให้พื้นที่กับดนตรีของเรา เราจึงปล่อยให้ท่วงทำนองของแต่ละเสียงนั้นใหลไปตามจังหวะของมันเอง”

กระบวนการในการสร้างสรรค์ดนตรีของคุณเป็นอย่างไรพอล: “วันจันทร์ถึงศุกร์พอเราตื่นนอนแล้วก็จะเข้าไปสตูดิโอตอนเที่ยง เราแต่งเพลงและพยายามออกจากที่นั่นก่อนเวลาข้าวเย็น เรามองว่าการเป็นศิลปินก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ดังนั้นกระบวนการสร้างสรรค์ของเราจึงมีเพียงการตื่นขึ้นมาตอนเช้าและทำงาน นั่นก็คือการสร้างเพลงในทุกๆ วัน”

เพลงโปรดของคุณในตอนนี้คือเพลงอะไร

พอล: “จริงๆ แล้วตอนนี้พวกเราทั้งคู่กำลังอินกับเพลง Congrats เพลงใหม่ล่าสุดชองพวกเรา”

เจค: “ใช่เลย เพราะเวลาได้เล่นสดแล้วมันสนุกมากจริงๆ”

ช่วยเล่าเบื้องหลังของเพลงนี้ให้เราทราบได้ไหม

พอล: “Congrats เป็นเพลงใหม่ล่าสุดของเรา และแน่นอนว่ามันจะอยู่ในอัลบั้มต่อไปของเราอย่างแน่นอน จริงๆ เราเริ่มเขียนเพลงใหม่ตั้งแต่ต้นปีในขณะที่กำลังออกทัวร์ แต่เนื่องจากเราไม่ค่อยมีเวลาไปสตูดิโอ เพลง Congrats เป็นเพลงแรกที่เราเขียนเสร็จอย่างสมบูรณ์ เราเลยถือโอกาสเปิดตัวเพลงนี้ตอนที่พวกเราไปทัวร์ในอเมริกาเหนือ”เจค: “เพลงนี้พูดถึงการอกหักและความเจ็บปวดในมุมมองที่แปลกใหม่ เพราะสำหรับพวกเราแล้วบางครั้งคนเราก็ทำร้ายกันโดยเจตนา ดังนั้นเพลงนี้จึงมีความหมายประมาณว่า ‘ว่าไง เธอทำให้ผมเจ็บปวดนะ ยินดีด้วย’”

มีนักดนตรีหรือศิลปินคนไหนเป็นแรงบันดาลใจให้คุณกันบ้าง

พอล: “จริงๆ ศิลปินทุกคนสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมนะ แน่นอนว่ามีคนที่ผมชอบเป็นพิเศษ แต่ผมคิดว่าศิลปินทุกคนล้วนก็เก่ง มีพรสวรรค์และสร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเอง ถ้าศิลปินที่ผมชอบมากๆ ก็คือ Coldplay, John Mayer และ Red Hot Chilli Peppers”เจค: “ผมเห็นด้วยนะ เมื่อวันก่อนผมฟัง Norah Jones ซึ่งเธอเป็นศิลปินที่คลาสสิกมากๆ ผมนับถือเธอมาก ผมคิดว่าไม่ว่าเราจะมองไปทางไหนเราก็สามารถได้รับแรงบันดาลใจจากทุกคนในวงการดนตรีได้ทั้งนั้น”

ส่วนที่ชอบมากที่สุดและส่วนที่ชอบน้อยที่สุดในการเป็นศิลปินของพวกคุณคืออะไร

พอล: “สิ่งที่ผมชอบที่สุดในการเป็นศิลปินคือการที่เราได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ และนั่นแหละเป็นความรู้สึกที่ตื้นตันที่สุดในโลกเลย! ผมเป็นคนชอบสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง โปสเตอร์ ภาพปกอัลบั้ม หรือแม้กระทั่งดีไซน์ของเสื้อยืด ถ้าเป็นส่วนที่ผมชอบน้อยที่สุด บอกตามตรงว่าไม่มีเลย”เจค: “สำหรับผม สิ่งที่ชอบที่สุดในการเป็นศิลปินก็คือตอนที่ได้ตีกลองและแสดงสดต่อหน้าแฟนๆ ส่วนที่ชอบน้อยที่สุดก็คือการต้องอยู่ห่างครอบครัวเวลาไปทัวร์นานๆ อ้อ! การรอขึ้นโชว์ด้วย เพราะผมชอบการแสดงสดมากๆ”

คุณมีวิธีจัดการกับความกังวลและความตื่นเต้นก่อนขึ้นเวทีหรือตอนกำลังอยู่บนเวทีไหม

พอล: “พูดตามตรง ผมไม่ได้ตื่นเต้นมานานแล้ว (หัวเราะ) ผมเคยรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ตอนช่วง LANY ขึ้นโชว์ใหม่ๆ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าถ้าผมตื่นเต้นและกังวลจนปล่อยให้ความวิตกกังวลนี้ควบคุมผม มันจะหมายความว่าผมไม่เคารพตัวเอง ไม่เคารพเจค และไม่เคารพการทำงานอย่างหนักของพวกเราทั้งคู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมไม่เคยปล่อยให้ความกังวลของผมได้ลืมตาอ้าปากเห็นแสงแดดหรอก!”เจค: “แต่ผมยังรู้สึกตื่นเต้นนะ (หัวเราะ) วิธีรับมือกับความตื่นเต้นที่ดีที่สุดคือการเตรียมตัว และเนื่องจากพวกเราได้ขึ้นแสดงโชว์มามากถึง 600 ครั้งแล้ว เราจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงทั้งหมดอยู่เสมอ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความวิตกกังวลเวลาขึ้นแสดงสำหรับผมคือการเตรียมตัวและการอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมวงบนเวที”

แล้วคุณรับมืออย่างไรระหว่างออกทัวร์เป็นเวลานานๆ และต้องห่างไกลจากคนทางบ้านเจค: “เฟซไทม์ครับ (หัวเราะ) มันช่วยได้มากเมื่อเรารักในสิ่งที่เราทำ ดังนั้นวันไหนที่เราอาจคิดถึงบ้าน เราก็แค่คิดว่า ‘โอ้ เราจะได้ขึ้นแสดงวันนี้นี่หว่า’ แค่นั้นแหละเราก็มีความสุขขึ้นมาทันที”

มีความท้าทายใดๆ ที่คุณเคยพบในฐานะศิลปินบ้างไหม

เจค: “มีครับ บางวันที่รู้สึกเหนื่อยล้าและเราไม่ต้องการทำอะไรเลย แต่ความท้าทายที่แท้จริงของพวกเราก็คือการทำให้ LANY เติบโตและพัฒนามากกว่านี้”พอล: “พวกเราเริ่มต้นจากศูนย์ เรามองว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้มันไม่ง่ายเลย พวกเราไม่ได้ออกรายการทีวีหรือเป็นไวรัลบนยูทูบ เราแค่ทำเพลงให้มากพอจนเป็นที่สนใจของผู้คนในตอนนั้น ในตอนนี้ความท้าทายของพวกเราคือการเติบโตและการเข้าถึงผู้คนให้มากขึ้น และเราจะทำสิ่งนี้ต่อไปให้นานที่สุดได้อย่างไร นี่แหละความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราในฐานะศิลปิน”

LANY กำลังจะมีอะไรใหม่ให้ลุ้นไหม สามารถสปอยล์ได้หรือเปล่า

พอล: “แน่นอน (หัวเราะ) พวกเรากำลังซุ่มทำอัลบั้มใหม่กันอยู่ ซึ่งพอทัวร์ในเอเชียของเราสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมเราจะกลับบ้านและใช้เวลาส่วนใหญ่ในสตูดิโอเพื่อทำอัลบั้มนี้ให้เสร็จสมบูรณ์”เจค: “พวกเราแพลนไว้ว่าอัลบั้มจะเสร็จภายในสิ้นเดือนมกราคมปีหน้าครับ”

ขอเคล็ดลับสำหรับคนที่รักดนตรีอย่างพวกคุณ และวิธีประสบความสำเร็จได้ไหม

เจค: “ตั้งแต่แรกเริ่มของ LANY พวกเราเซย์เยสกับทุกโอกาสที่เข้ามาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะพวกเราต้องการทำให้ตัวเองเก่งขึ้นในทุกครั้งที่เราเล่นดนตรี ผมคิดว่าการไม่ข้ามขั้นตอนและพยายาม ‘เรียนรู้ศาสตร์ของคุณ’ เป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับผม”พอล: “ที่ผ่านมาเราได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้คนมากมายจริงๆ พวกเราต่างศึกษาความสำเร็จของศิลปินหลายท่านและได้หยิบแรงบันดาลใจต่างๆ มาปรับใช้กับวิสัยทัศน์ของ LANY โดยที่ไม่ทิ้งความเป็นตัวเรา ดังนั้นผมคิดว่าตัวตนหรือ Authenticity เป็นอะไรที่สำคัญมากจริงๆ”

ฝากข้อความสั้นๆ ถึงแฟนชาวไทยทุกคนได้ไหม

พอล: “สวัสดีแฟนๆ ชาวไทย!”

เจค: “พวกเรารักคุณมาก มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลกที่ได้รู้ว่าเรามีแฟน

เพลงที่นี่ที่ชอบเพลงของเราและอยากมาเจอพวกเราในคอนเสิร์ต LANY”

พอล: “ขอบคุณสำหรับทุกๆ การสนับสนุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเราตื่นเต้นที่จะได้กลับมาอีกเรื่อยๆ ตลอดชีวิตของเราเลย”

SPECIAL THANKS: Siwilai City Club, Central Embassy 

Photographer Assistant: Similan Prangprasert

Other Articles