Sunday, January 29, 2023

ย้อนรอยมิวส์สุดไอคอนิกในยุคของ (อดีต) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ Alessandro Michele แห่ง GUCCI

เป็นที่ทราบกันดีว่าดีไซเนอร์ทุกคนถือว่าเป็นศิลปิน ซึ่งศิลปินทุกคนย่อมมีซิกเนเจอร์ของตัวเองที่โดดเด่นจนกระโดดออกมาเป็นตัวตนผ่านดีไซน์ของพวกเขา แน่นอนว่าหากพูดถึง อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) อดีตครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ กุชชี่ ผู้เป็นปรมาจารย์ด้านดีไซน์ที่มีความเป็นเรโทร และมีเสน่ห์จนเป็นภาพจำ “หนุ่มสาวกุชชี่” ในทุกวันนี้

ลอฟฟีเซียล ขอเรียกยุคนี้ว่า ‘Michele’s Gucci’ ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2015 ซึ่ง มิเคเล่ ที่อดีต (ตอนนั้น) เคยเป็นหัวหน้าทีมเครื่องประดับของกุชชี่มาเป็นเวลา 13 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ (Creative Director) คนใหม่ของ Gucci ซึ่งนับตั้งแต่การแต่งตั้งของเขาในตอนนั้น ก็ถือว่ากุชชี่นั้นได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว ย้อนกลับไปในยุคของ ทอม ฟอร์ด (Tom Ford) ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดของทางแบรนด์ตั้งแต่ปี 1990 – 2004 เพราะ ทอม ฟอร์ด (Tom Ford) นั้นได้ดึงความเย้ายวนและเซ็กซี่ออกมาจากสาวกุชชี่ได้อย่างสง่างามและออกนอกกรอบ จนเป็นที่จดจำของผู้คนมากมาย

และเมื่อ มิเคเล่ เข้ามาสู่อาณาจักรของกุชชี่ในปี 2002 เขาก็ทำให้ทุกคนเห็นว่าสไตล์ของเขานั้นโดดเด่นในเรื่องของ ‘Vintage Maximalism’ และในที่สุดก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ คนใหม่ และในยุคของ มิเคเล่ นี่แหละที่เขาได้เปลี่ยนสุนทรียภาพของแบรนด์ให้แตกต่างจากเดิมทั้งหมด เขาได้เข้ามาปรับเปลี่ยนให้วิสัยทัศน์ของกุชชี่จากที่เดิมทีมีแนวคิดเรื่องการแต่งกายตามเพศ ให้กลายมาเป็นเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่สอดคล้องกับแนวคิดที่ครอบงำเกี่ยวกับความเป็นหญิงหรือความเป็นชาย!

Gucci ภายใต้การนำของ อเลสซานโดร มิเคเล่ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ขั้นสุดในเรื่องของสุนทรียภาพความเป็นวินเทจที่คลาสสิค สนุก และโคตรเก๋ มิเคเล่ ได้มองย้อนกลับไปในอดีตเพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกแบบของเขาซึ่งเขานั้นหลงใหล ยุค 50s-80s เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นมิลเลนเนียล (Millennials) และ เจนซี (Gen Z) อยู่แล้วในความ Nostalgic เพราะ มิเคเล่ กุชชี่จึงค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นเฮาส์หรูแห่งแรกๆ ที่รีแบรนด์ภาพลักษณ์ทั้งหมดของแบรนด์ ส่งผลให้แบรนด์อื่นๆ นั้นเดินตาม

แฮร์รี สไตลส์ (Harry Styles)

เมื่อ มิเคเล่ เริ่มปล่อยคอลเลกชั่นแรกของเขาในฐานะ ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ ของกุชชี่ วัยรุ่น Gen Z ทั้งหลายต่างพากันฮือฮาทั่วโลก ซึ่งหนุ่ม สไตลส์ ได้สวมใส่ชุดจาก Gucci เป็นครั้งแรกในงาน American Music Awards ในปี 2015 ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2016 แรกของ มิเคเล่ ด้วยชุดสูทลายดอกที่สะดุดสายตาของทุกคน หลังจากนั้นไม่นาน แฮร์รี สไตลส์ ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินเดี่ยวและแอมบาสเดอร์ของ Gucci ชุดสูทลายดอกจึงกลายเป็นลุคโปรดของ สไตลส์

และเขาก็ทำลายสร้างกระแสให้กับ Gucci เป็นอย่างมากด้วยแคมเปญ Gucci Cruise 2019 และคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด Gucci HAHAHA ที่เป็นคอลเลกชั่นพิเศษระหว่างทางแบรนด์และ สไตลส์  หลังจากได้กลายมาเป็นสุดยอดมิวส์ของ มิเคเล่ เส้นทางแฟชั่นของ สไตลส์ ก็มาถึงจุดสูงสุด สไตลส์ กลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) ร่วมสมัยที่ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับความเป็นชายและผลักดันขอบเขตของสิ่งที่ถือว่ายอมรับได้สำหรับเครื่องแต่งกายของ “สุภาพบุรุษ”

บิลลี่ ไอลิช (Billie Eilish)

เมื่อพูดถึงความหรูหราที่ร่วมสมัย ​​แน่นอนว่า บิลลี่ ไอลิช เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึงเรื่องสไตล์มากที่สุด เธอได้กลายเป็นผู้นำเทรนด์ของคนรุ่นใหม่โดยการผสมผสานสไตล์และเทรนด์ต่างๆ อาทิเช่น โมโนโครม, โลโก้มาเนีย, คริสตัล, เฉดสีเข้ม และผมสไตล์ acid wash ให้ออกมาดูมีเสน่ห์และสดชื่นจนน่าแปลกใจ สิ่งที่ทำให้ ไอลิช เป็นที่นิยมและเข้าถึงวัยรุ่นทั่วโลกคือความเป็นอิสระของเธอในสังคมที่มีขอบเขตมากมายโดยเฉพาะกับศิลปินหญิง

แม้ว่าเธอจะค่อนข้างแตกต่างจากภาพลักษณ์สไตล์วินเทจฉบับอิตาลีที่ มิเคเล่ ชอบ แต่สุนทรียศาสตร์ของ ไอลิช ก็เข้ากับแนวทางที่ Gucci มองไว้ สไตล์ที่มีความขบถของ ไอลิช ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับตัวตนของเธอและแนวคิดเกี่ยวกับการแต่งตัวของผู้หญิง บางคนตำหนิเธอว่าขาดความเป็นผู้หญิง บางคนก็ชมเธอที่ไม่ใส่เสื้อผ้าที่ดูเปิดเผยเกินไป ไอลิช มองว่าสไตล์เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทดลองได้ และกระตุ้นให้ผู้ชายและผู้หญิงรู้สึกสบายใจกับร่างกายและเสื้อผ้าไม่ว่าจะสวมใส่อะไรก็ตาม

ลาน่า เดล เรย์ (Lana Del Ray)

ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้กับ ลาน่า เดล เรย์ (Lana Del Ray) ที่สไตล์ของเธอนั้นราวกับว่าถูกดึงออกมาจากยุคทองของฮอลลีวูดยุคเก่า (Old Hollywood) และด้วยเสียงที่แหบพร่า ทรงผมฉบับยุค 60s และดวงตาที่มีเสน่ห์ของเธอ เดล เรย์ นั้นกลายเป็นท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบสำหรับแคมเปญต่างๆ ของ Gucci ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความย้อนยุค และเป็นเวลาหลายปีที่เธอได้เป็นมิวส์ในโฆษณาน้ำหอม ‘Guilty’ ของ Gucci ร่วมกับ Jared Leto

ชุดน้ำหอมนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิด ‘Hollyweird’ ที่นำสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอลลีวูดยุคเก่ากลับมาในฉบับของ Gucci อีกทั้ง เดล เรย์ ปรากฏตัวในการเปิดตัวน้ำหอมครั้งล่าสุดในปี 2019 ภายใต้ชื่อ ‘Forever Guilty’ ซึ่งถ่ายทำที่ลอสแองเจลิส แคมเปญนี้ได้นำเสนอภาพไทม์แลปส์กลับไปสู่ยุค 60s บอกได้เลยว่าไม่มีใครเหมาะกับการเป็นหนึ่งในมิวส์ของกุชชี่ได้เท่า ลาน่า เดล เรย์ อีกแล้ว

ไค (KAI)

เป็นที่ทราบกันดีว่าความนิยมของ K-Pop นั้นได้แผ่ขยายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและครองใจคนทั่วโลก ชายหนุ่มสุดเท่ด้วยสไตล์ที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ไค (KAI) แห่งบอยแบนด์วง Exo ได้กลายเป็นหนึ่งในมิวส์ของ Gucci ในปี 2019 เนื่องจากถูกแต่งตั้งให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของทางแบรนด์ ล่าสุด ไค และ มิเคเล่ ได้ร่วมมือกันในคอลเลกชั่น KAI x Gucci ซึ่งคอลเลกชั่นนี้มาพร้อมกับลุคที่โดดเด่นด้วยลายพิมพ์ตุ๊กตาหมีและลายโมโนแกรม ที่นับว่าพิเศษไปกว่านั้นคือคอลเลกชั่น KAI x Gucci เป็นครั้งแรกที่ทางแบรนด์นั้นร่วมมือกับศิลปินเกาหลีอีกด้วย!

Other Articles