Thursday, December 8, 2022

มินนี่ (G)I-DLE สาวผู้มอบหัวใจให้กับเสียงเพลง

ปี 2022 เป็นปีที่น่าจับมองอย่างยิ่งสำหรับนักร้องสาววง (G)I-DLE จากประเทศเกาหลี เพราะเปิดตัวด้วยสตูดิโออัลบัมแรกในชื่อ I Never Die ไปเมื่อต้นปี และตามด้วยคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกในหลายประทเศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในประเทศไทยด้วย 

แน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะเจอกับ มินนี่-ณิชา ยนตรรักษ์ สมาชิกสาวไทยหนึ่งเดียว นับตั้งแต่เดบิวต์ เธอโลดแลนอยู่ในวงการเพลงมาได้ 4 ปีแล้ว หลังจากที่ร่วมงานกับเธอหลายครั้งเมื่อปีที่แล้ว มาดูกันว่าสาวเก๋มากความสามารถคนนี้เติบโตขึ้นแค่ไหน 

ขอเริ่มที่คอนเสิร์ต  (G)I-DLE WORLD TOUR : JUST ME ( )I-DLE ในประเทศไทยที่เพิ่งผ่านไป  

“ตื่นเต้นแล้วก็ดีใจมากๆ เลยที่ในที่สุดก็ได้มาจัดคอนเสิร์ตในบ้านเกิดของตัวเองค่ะ เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ แล้วที่อยากเป็นนักร้องและอยากเล่นคอนเสิร์ต พอหนูได้ไปเป็นนักร้องที่เกาหลี ก็ฝันก็อยากจะกลับมาเล่นที่บ้านเราบ้าง จริงๆ วงเรามีแพลนจะจัดเวิลด์ทัวร์กันตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วแล้วค่ะ แต่มาเจอโควิดซะก่อน ก็เลยต้องเลื่อนมา แต่ในที่สุด…คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เลยรู้สึกว่าสเปเชี่ยลมากๆ  มันเต็มไปด้วยความผูกพัน แล้วเราก็เตรียมตัวกันเยอะมากค่ะ”

ก่อนจะมาที่ไทย ไปมาแล้วหลายประเทศ อยากรู้ว่าเตรียมอะไรกันบ้าง 

“ในทุกๆ โชว์ เราก็มีส่วนร่วมการแสดงความคิดเห็นว่าอยากให้เป็นแบบไหน และเราก็อยากให้มันออกมาให้ดีที่สุดเพราะเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งแรก เราตั้งใจทุกอย่าง ตั้งแต่เพลย์ลิสต์เลยค่ะ รวมถึงว่าจะโชว์ความเป็น (G)I-DLE ในหลายๆ แบบ”

แล้วมินนี่ทำอะไรพิเศษบ้างสำหรับคอนเสิร์ตที่ไทย 

“ความที่หนูก็เป็นคนไทย ก็ไม่อยากให้เสียชื่อ ก็เลยช่วยสอนภาษาไทยให้น้องๆ ค่ะ   รู้สึกว่าน่ารักดีที่ได้เห็นน้องๆ พูดภาษาไทยกันเยอะขนาดนี้ น้องๆ บอกมาว่าอยากจะพูดว่าอะไร เลือกเป็นคำที่เป็นตัวเเองที่สุด เราก็สอนให้ เช่น  ‘แซบมากก’  ‘สวยที่สุด’ ก็หวังว่าแฟนๆ จะชอบ” 

มินนี่ไปเกาหลีตอนที่ค่อนข้างโตแล้วถ้าเทียบกับคนอื่นๆ  

“ใช่ค่ะ หนูไปที่นั่นตอน 17 เพื่อนๆ คนไทยที่เขาไปก่อน  เขาไปตอนที่เด็กกว่าเรา ตอนนั้นคือพูดไม่ได้เลย แต่ก็ตั้งใจเรียนภาษาเกาหลีมากๆ พยายามดูซีรีส์และฟังเพลงภาษาเกาหลีเยอะๆ ค่ะ ดูว่าพูดยังไงให้เป็นธรรมชาติที่สุด ฟังสำเนียงเขา และพยายามคุยกับคนเกาหลีเยอะๆ เพราะตอนแรกๆ หนูค่อนข้างขี้อาย หกเดือนแรกแทบไม่พูดกับใครเลย เงียบมากๆ จนทางค่ายบอกว่าเราควรจะสื่อสารกับคนอื่นบ้าง ก็พยายามคุยกับคนเกาหลีมากขึ้น แล้วพอเราพูดผิด มีคนแก้ให้ เราก็จะจำได้เลย มันเป็นการเรียนที่เร็วกว่าในห้องเรียน ก็เลยเริ่มฟังออกพูดได้ แต่มาพูดคล่องจริงๆ เลยก็คือตอนที่เดบิวต์ค่ะ คือใช้เวลาประมาณ 3 ปี” 

เคยดูคลิปที่มินนี่คัฟเวอร์เพลง Traffic Light เวอร์ชั่นภาษาไทย แล้วคนเข้าใจว่าเป็นคนเกาหลีร้องภาษาไทย

“อันนั้นตลกดีค่ะ มีคนบอกว่าทำไมน้องร้องภาษาไทยชัดจังเลย คือหนูเป็นคนไทยค่ะ” 

มีอะไรอีกบ้างที่อยากพัฒนา

“ด้านภาษานี่ล่ะค่ะ ก็ดีใจที่มีคนชมว่าภาษาเกาหลีเราดี แต่สำหรับด้านการเขียนเพลง หนูยังอยากพัฒนาขึ้นไปอีก อยากจะเขียนภาษาให้สวยกว่านี้ หรือใช้คำศัพท์ที่มัน high level มากขึ้น เคยแบบว่าอยากเขียนแบบนี้จังเลย แต่เขียนไม่ออก เพราะคลังคำศัพท์เรายังไม่มากขนาดนั้น ก็เป็นความตั้งใจหนึ่งเลยว่าอยากเขียนเนื้อเพลงเกาหลีให้ดีขึ้น” 

ข้อดีของการที่เราเขียนเพลงได้คืออะไร 

“หนูเล่นเปียโนได้ตั้งแต่เด็ก รู้พื้นฐานตรงนี้ ก็เลยคิดว่าทำไมไม่เอามาต่อยอด  น่าจะเอาจุดนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ แล้วการที่เราเขียนเพลงได้มันก็เท่มากเลยค่ะ  มันช่วยเราสามารถครีเอทผลงานตามที่เราต้องการ เราอยากสื่อสารเมสเสจไหน เราก็สามารถทำได้ เราสามารถครีเอทผลงานที่เป็นตัวเราและถูกใจเราได้มากที่สุดซึ่งก็ดีใจมากที่แฟนๆ ชอบ เราก็พยายามฝึกเขียนมาตลอดเลยค่ะ”  

สภาวะแบบไหนที่เหมาะกับการเขียนเพลง

“แล้วแต่เลยค่ะ แต่หนูรู้สึกว่าถ้าอยู่ในบางมู้ดที่จู่ๆ มันก็คิดออก ก็ต้องรีบอัดไว้ แต่ถ้าเรารีบหรือบังคับตัวเองให้ต้องเขียนออกมา มันจะเขียนได้ไม่ค่อยดี  เขียนตามฟีลลิ่งดีที่สุดค่ะ”

อะไรมีอิทธิพลต่อมินนี่ในการเติบโตเป็นนักร้อง 

“แฟนคลับค่ะ เพราะตั้งแต่เราเดบิวต์มา ก็มีแฟนคลับที่คอยซัพพอร์ตเรา เวลาเราทำเพลง แล้วเขาชื่นชอบ และฟีดแบ็กเรา เราก็ยิ่งอยากครีเอทผลงานที่ดียิ่งๆ ขึ้น ไม่อยากทำให้เขาผิดหวังเพราะพวกเขารอเราอยู่ ที่จะฟังเพลงใหม่ของเรา ลุคจะเป็นอะไร คอนเซ็ปต์อะไร เพราะทุกคนตั้งตารอ”

ในฐานะที่เป็นนักร้อง แฟชั่นกับดนตรีเชื่อมโยงกันอย่างไร

“มันเป็นศิลปะและมันมีไม่มีผิดหรือถูกในการที่จะชอบแบบไหน no boundaries  เราก็เลือกเสพในสิ่งที่เราชอบ ที่ลงกับตัวเรา มันเป็นอะไรที่สนุก มันสวยในแบบของมัน อยู่ที่ว่าอยากจะเสพแบบไหน เพลงก็มีหลากหลาย แฟชั่นก็เหมือนกัน อยู่ที่ว่าเราอยากจะ represent ตัวเราแบบไหน ”

แล้วแฟชั่นแบบมินนี่เป็นแบบไหน 

“จริงๆ ก็ตามมู้ดเหมือนกัน เคยไล่ดูอินสตาแกรม เวลาไปประเทศต่างๆ หนูก็แต่งตัวไม่เหมือนกันเลย เวลาอยู่ไทยก็จะแต่งแบบหนึ่ง เป็นแนวลูกสาวคนเล็กของบ้าน ออกแนวแต่งตัวหวานๆ ใส่กระโปรง ไปอเมริกาก็อาจจะแต่งให้ดูเซ็กซี่นิดนึง แต่พออยู่เกาหลี แทบไม่ใส่กระโปรงเลย จะเป็นแนวเท่ๆ สตรีทไปเลย แล้วก็แล้วแต่โอกาสด้วย” 

มีโมเมนต์ไหนที่แฟชั่น empower ตัวเรา

“ทุกช่วงเวลาเลยค่ะ เพราะเราเป็นนักร้อง ทุกครั้งที่เราแสดง เราต้องสนใจเรื่องของภาพลักษณ์ อย่างตอนที่เราคัมแบ็ก เราก็ต้องดูเทรนด์ด้วยว่าเป็นอย่างไร แฟชั่นมันอยู่กับเราตลอดเวลา” 

มีอะไรในตัวเองที่อยากจะเปลี่ยนแปลง

“หนูเป็นคนดุ๊กดิ๊ก อยู่นิ่งไม่ได้ ในโอกาสสำคัญ เช่นการถ่ายรูป สัมภาษณ์ หนูก็อยากจะอยู่นิ่งๆ บ้าง อย่างเวลาที่ไม่ได้รู้ตัว ก็จะขยับเยอะ  แรกๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ แต่จริงๆ แล้วมันก็เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของเราเหมือนกัน ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนไปเลยนะคะ แต่ในบางสถานการณ์เราควรที่จะอยู่นิ่งๆ  เพิ่มความสุขุมมากขึ้น จะได้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น”

บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

“เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งกับตัวเราเองหรือคนรอบข้าง ควรเรียนรู้ที่จะ move on และไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับแต่อดีตมากเกินไป เพราะมันผ่านไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ ต้องหัดปล่อยวางค่ะ เพราะหนูเป็นคนที่คิดมากๆ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นวันนึงเราร้องเพลงเพี้ยนไปนิดนึง ก็จะคิดอยู่นั่นแหละว่าทำไม บางทีก็คิดจนนอนไม่หลับ อาจเพราะเรามีความเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ด้วย  แต่เราแก้อะไรมันไม่ได้ เราต้อง move on เราจะได้ไม่เครียด” 

Quote ที่ถือว่าเป็นคติในการใช้ชีวิต

“ Live the life you have imagined อย่าปล่อยให้มันเป็นแค่ฝัน แต่ต้องทำให้มันเป็นจริง เหมือนอย่างที่เราจินตนาการไว้ว่าอยากเป็นนักร้อง เป็นที่รู้จัก เราก็ค่อยๆ ทำให้มันเกิดขึ้นที่ละสเต็ป เคยคิดว่าอยากจะไปเป็นนักร้องที่เกาหลี ซึ่งเราก็เคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็พิสูจน์ว่าเราทำได้ อยากเขียนเพลง เราก็ขอเรียนจนเราเขียนได้ อยากจะมีเวิลด์ทัวร์ก็มีแล้ว ถ้าเราอยากจะให้มันเป็นไปได้ มันก็จะเป็นไปได้ด้วยความพยายามค่ะ” 

เดือนนี้จะอายุ 25 แล้ว อยากอธิษฐานอะไรไหม

“อยากให้ปีที่ 25 ของมินนี่เป็นปีที่เราสามารถก้าวไปอย่างมั่นคงและแข็งแรง และมีแต่เรื่องดีๆ ขอให้เราสุขุมขึ้นค่ะ” 

Photographer: Napat Gunkham

Stylist: Piphacha Vonpiankul 

Writer: Pimpilai Boonjong

Model: Minnie (G)I-DLE

Makeup: Nuchata Sukkang

Hair: Noppasit Cheerakultananan

Photographer Assistants: Anan Eiammee, Saran Wannaphurk

Stylist Assistant: Narumol Namkaew






Other Articles