Sunday, October 2, 2022

นาฬิกายุคหิน! เมื่อแบรนด์ต่างๆ สรรหาหินสีต่างๆ มาสร้างสรรค์หน้าปัด

คงจะแปลกน่าดู ถ้าในวันนี้เราสวมเสื้อผ้าที่ผสมกลิ่นอายสปอร์ตแวร์ แต่ยังสวมเครื่องประดับแบบสมัยแวร์ซายส์กันอยู่ ย้อนกลับไปในยุค 1960s-1970s เมื่อทุกคนหันมาสวมใส่เสื้อผ้าที่ฟอร์มเรียบง่ายขึ้น ผสมผสานแรงบันดาลใจจากชนเผ่า ฮิปปี้ โบฮีเมียน จนกลายเป็นสไตล์ที่มีความหรูหราแต่ลำลอง (ลองนึกภาพชุดคาฟทาน กางเกงขากระดิ่ง) บรรดาเครื่องประดับก็คลี่คลายจากสถานะสูงส่งเลอค่า เมื่อผู้คนหันมานิยมจิวเวลรี่แบบเรดี้ทูแวร์ที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ‘นาฬิกา’ เองก็เช่นกัน

หากพูดถึงอัญมณียอดนิยมในยุคนั้นก็คือ hard stones หรือ semi precious stones หลากสีสันทั้งหลาย ซึ่งไม่เพียงนิยมนำมาผลิตเครื่องประดับเท่านั้น แต่ยังใช้ประดับหน้าปัดนาฬิกาด้วย โดยแบรนด์ที่นำเทรนด์นี้มาตั้งแต่ยุคอดีตก็คือ Piaget ซึ่งวาเลนติน เพียเจต์ หลานของผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ส่งทีมดีไซเนอร์ของตนไปดูแฟชั่นโชว์ที่ปารีส และนำความเป็นไปในโลกแฟชั่นมาใส่ไว้ในดีไซน์นาฬิกา ประกอบกับความเชี่ยวชาญของเมซงในการผลิตนาฬิกากลไกขนาดบาง ทำให้เกิดเป็นนาฬิกาหน้าปัดประดับแผ่นพลอย ซึ่งมีความหนากว่าหน้าปัดโลหะแต่ไม่หนาเทอะทะ และเข้ากับความนิยมในนาฬิกาเรือนบางสง่างามของคนยุคนั้น 

หากเปิดดูนิตยสารยุคเก่าจะเห็นว่านาฬิกาทรงกำไล หน้าปัดประดับไทเกอร์อาย เทอร์ควอยซ์ ลาปิสลาซูลี มาลาไคต์ โอปอล ออนิกซ์ ซึ่งถูกนำมาตัดเป็นแผ่นบางเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงยุค 1970s แจ๊กเกอลีน-เคนเนดี โอนาสซิส แฟชั่นไอคอนแห่งยุคเองก็มีนาฬิกา Piaget Limelight หน้าปัดประดับแผ่นหยกไว้ในครอบครอง และเมื่อโลกแฟชั่นนำแรงบันดาลใจจากยุคนั้นกลับมาอีกครั้ง วงการนาฬิกาเองก็ทำให้อัญมณีเหล่านี้กลับมาเป็นที่นิยมเช่นกัน ดังที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาจากแบรนด์ต่างๆ ในช่วงหลายปีมานี้ 

ไม่เพียงเท่านั้น เสน่ห์แบบวินเทจนี้ยังได้รับการออกแบบและมองผ่านเลนส์ร่วมสมัย เช่น คอลเลกชั่น H Heure โฉมใหม่ล่าสุดที่ประดับหน้าปัดด้วยฮาร์ดสโตนอย่างมาลาไคต์ อาเวนเจอรีน รวมทั้งออบซีเดียนสีเทาแปลกตา หรือผลงานจาก Bvlgari รุ่น Diva’s Dream ซึ่งประดับด้วยลาปิสลาซูลีสีน้ำเงินสด ขณะที่บางแบรนด์เลือกใช้อุกกาบาตจากนอกโลก ซึ่งผ่านการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศจนได้สีสันและลวดลายไม่เหมือนใคร แถมยังหาไม่ได้ง่ายๆ ด้วย 

อัญมณีซึ่งกำเนิดขึ้นโดยกระบวนการธรรมชาติเหล่านี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันเลย อีกทั้งยังทำให้นาฬิกาแต่ละเรือนมีความแตกต่างไม่ซ้ำกัน เนื่องจากเราไม่สามารถหาอัญมณีธรรมชาติที่มีแพตเทิร์นและสีสันซ้ำกันได้ แม้จะเป็นอัญมณีชนิดเดียวกัน อีกทั้งกระบวนการคัดสรรเพื่อให้ได้อัญมณีคุณภาพก็ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและเวลาอย่างมาก ก่อนนำมาให้ช่างฝีมือตัดแต่งขัดกลึงจนได้รูปทรงที่สมบูรณ์แบบเพื่อนำมาประดับลงบนนาฬิกา จนกลายเป็นผลงานที่งดงามเปี่ยมชีวิตชีวาอย่างที่เราเห็น

Other Articles