Sunday, October 2, 2022

ก้าวที่เติบโตอย่างมีคุณภาพของนักร้องอารมณ์ละเมียด ‘นนท์-ธนนท์’

ไม่เพียงเติบโตขึ้นตามกาลเวลา หากแต่ละก้าวของนนท์-ธนนท์ จำเริญ หนุ่มผู้มีเสียงร้องเป็นอาวุธยังเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ นนท์เป็นนักร้องที่เอนเตอร์เทนคนดูได้อย่างเป็นธรรมชาติ พ่วงความสามารถที่การันตีด้วยรางวัล ‘ศิลปินยอดเยี่ยม’ จากสื่อต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน หลังได้ข่าวจากต้นสังกัด LOVEiS Entertainment ว่านนท์กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบในชื่อ ‘NONT EP.01 ทะเยอทะยาน Concert’ แถมบัตรยังขายหมดเกลี้ยง ซึ่งเจ้าตัวเอ่ยว่า “ไม่มีอะไรนอกจากคำว่าขอบคุณครับ เพราะว่ามันหมดสองรอบภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ตัวผมและทีมงานดีใจกันมาก ขอบคุณมากจริงๆ” นอกจากเตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว เขายังแบ่งเวลามาซุ่มทำอัลบั้มแรกจนเสร็จเรียบร้อย โดยตั้งชื่อเก๋ๆ ว่า Cigarette Candy & Vanilla Sky

เสื้อบอมเมอร์แจ๊กเก็ตดีเทลซิปหน้าสวมทับด้วยเบลเซอร์สูทโอเวอร์ไซส์ กางเกงขายาว และแหวนโลหะเงิน ทั้งหมดจาก BOTTEGA VENETA

หลักไมล์ของนักร้องยุคก่อนคือยอดขายล้านตลับ สำหรับนนท์คือยอดวิวหรือเปล่า

สำหรับผมยอดวิวคงพูดไม่ได้ เพราะผมไม่มีเพลงถึงร้อยล้านวิวเลย สูงสุดคือ 90 กว่า แต่ก็ยังไม่ร้อยล้านวิวนะ แล้วตัวผมก็ไม่ได้มองเรื่องยอดวิวด้วย ผมไม่ได้ทรีตตัวเองเป็นศิลปิน ผมคิดแค่ว่าหน้าที่ของเราคือทำเพลงออกมา เมื่อปล่อยให้คนฟังแล้ว หน้าที่ของผมจบละ เพราะฉะนั้นไมล์สโตนของผมคือการทำงานให้ได้เพียงพอกับความตั้งใจ ความคาดหวังของตัวอง และตอบสนองกับความทุ่มเทของทีมงานเบื้องหลัง เท่านั้นก็เพียงพอ ถ้าพูดตรงๆ ผมไม่เคยให้คนที่ผมไม่รู้จักมาไดรฟ์ผม ผมเลยไม่ได้มองไมล์สโตนที่มันชัดเจนขนาดนั้น

ยุคปัจจุบันผมว่าการอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้มากกว่าห้าปีก็เก่งแล้วนะ อันนี้จากประสบการณ์ของเราเลย ตอนที่เสร็จสิ้นการประกวดใหม่ๆ วันแรกที่ไปเล่นแคมปัสทัวร์ โห มีบอยแบนด์กับเกิร์ลกรุ๊ปเต็มเลย มีเพื่อนร่วมเดินทาง ดีใจมาก เพราะในค่ายเราเด็กสุด ไม่มีเพื่อนวัยเดียวกัน แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าปีต่อมาหายกันไปหมดเลย ศิลปินแบบขึ้นสุดลงสุด มาไวไปเร็ว แล้วก็เริ่มเหลือเราคนเดียวเรื่อยๆ การเดินทางของศิลปินเจเนอเรชั่นนี้มันมีหลายปัจจัยที่วัดกันหนักขึ้น ในขณะเดียวกันอัตราการแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น การอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้หลายปี ผมว่าเป็นเรื่องที่เก่งแล้วครับ

แล้วเราทำอย่างไรถึงฟันฝ่ามาได้ อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับคนที่เป็นศิลปินยุคนี้

ผมว่าสิบปีของผมนี่ก็อภินิหารกว่าที่คิดไว้แล้วนะ เพราะตอนได้รางวัลปีแรกผมกับแม่แทบจะคืนรางวัลกลับบ้านเลย เพราะไม่ใช่แค่ร้องเพลงได้ หรือเจอว่าตัวเองอยากทำงานเพลงแนวไหนแล้วมันจบเลย แต่ระหว่างทางจะต้องมีการสื่อสารกับคนอื่น ทำงานร่วมกับคนอื่น การใช้วัยวุฒิกับคุณวุฒิให้เป็นประโยชน์ ผมไม่รู้ว่าต้องคุยยังไงให้เขารับฟัง เครดิตก็ไม่มี ผลงานที่สร้างชื่อก็ไม่มี วัยวุฒิก็ไม่มี การอยู่ให้พ้นปีต่อปีก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์แล้ว ถึงจุดหนึ่งผมบอกแม่ว่า กลับบ้านเถอะแม่ ลูกว่าไม่ใช่ ต่อให้ลูกร้องเพลงดี แต่วันนี้ลูกไม่รู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกับพวกพี่ๆ เลย ลูกทำตัวไม่ถูก แล้วบางทีพี่ๆ เขาก็เหนื่อย สิ่งที่แม่พูดก็คือ เรารับปากเขาไว้แล้ว หมายถึงเซ็นสัญญาสามปีในฐานะศิลปิน ลูกอยู่กับสามปีนี้ให้ได้ อย่างน้อยลูกต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ลูกทำลงไป แล้วถ้าไม่ไหวค่อยกลับ ผมเลยรู้ว่าประตูที่เราเพิ่งเปิดเข้าห้องนี้มาเมื่อกี้หายไปแล้ว แม่เป็นคนปิดมันแล้ว เราก็โอเค เราอาจเป็นคนไม่เก่ง แต่อย่างน้อยเราต้องเป็นคนที่รับผิดชอบมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่แม่บอก ในเมื่อไม่มีทางให้กลับ เราก็ต้องไปข้างหน้า ผมเลยไม่ได้โฟกัสว่าผมจะถูกปล่อยตัวเมื่อไหร่ (หัวเราะ) ผมอยู่อย่างนั้นแล้วก็เต็มที่กับมัน สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกก็คือผมไม่เคยเล่น แม้แต่วันที่เขาให้เล่น ผมจริงจังแม้กระทั่งเรื่องที่เขาให้เล่น

ขณะเดียวกันการเดินทางในฐานะศิลปิน เราเจอกลุ่มผู้คนของเรามากขึ้น แล้วเป็นกลุ่มคนที่ใจดีกับเรามาก เราก็เลย เอ้อ เริ่มดีขึ้นแฮะ ผมไม่มีสูตรสำเร็จครับว่าคำตอบในการเมนเทนอาชีพนี้เป็นยังไง ผมว่าการทำงานกับความชื่นชอบของผู้คน วันหนึ่งเขาให้ วันหนึ่งเราต้องคืน นั่นคือหนังสือที่เริ่มเปิดอ่านแล้วให้นึกไว้เสมอว่าอาจจะจบได้ทุกเมื่อ ที่สำคัญผมว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เพอร์เฟ็กต์หรือถูกต้องที่สุดไปทุกเรื่อง ให้พื้นที่ในการทำอาชีพนี้ในฐานะศิลปินของพวกคุณได้มีช่องว่างในการได้เป็นมนุษย์บ้าง ได้ผิดพลาดบ้าง ได้รู้สึก ได้เศร้าแล้วหาใครสักคนที่ร้องไห้ได้บ้าง ผมว่าเหล่านั้นต่างหากที่ผมอยากบอกเพื่อนๆ ที่ได้เป็นศิลปิน หลายๆ คนมาแล้วไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ตัวเองได้เป็นมนุษย์ ตัวผมเองก็เคย ขอให้การเดินทางของคุณได้เจอผู้คนของคุณได้อย่างรวดเร็ว หรือถ้ามันช้าก็ขอให้คุ้มค่า แล้วก็ขอให้ระหว่างทางที่ยังไม่เจอ อย่างน้อยขอให้ตัวคุณเป็นที่พึ่งของตัวเองได้เสมอในตลอดการเดินทาง

เหนือสิ่งอื่นใดวันนี้เราเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมเพลงแล้ว อย่าลืมว่าวันหนึ่งเราออกครับ เราออกด้วยสุขภาพร่างกายแบบไหนล่ะ เราออกไปด้วยสุขภาพจิตแบบไหน ขอให้การเดินทางนั้นของคุณแข็งแรงแล้วกัน สิ่งที่ผมแนะนำอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คุณอยู่ได้ยาว แต่การที่ผมแนะนำว่าให้คุณได้รู้สึกเป็นอิสระจากกรอบของผู้คน สิ่งนี้จะทำให้คุณอยู่ในวงการนี้อย่างมีความสุข และรู้สึกกับทุกโมเมนต์ของคุณได้มากขึ้นเหมือนที่ผมรู้สึก ผมไม่เคยแคร์เลยว่าผมทำงานแล้วอีกสามปีจบ ผมแค่ทำจนถึงวันหนึ่งที่ไม่มีใครฟัง เพราะว่าผมเล่นดนตรีทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะผมรักการร้องเพลง ผมชอบมันนะ แต่ผมไม่ได้ถึงขั้นรัก ไม่ได้ถึงขั้นว่าวันหนึ่งถ้าผมร้องแล้วไม่มีคนดู ผมจะยังร้องอยู่ ผมทำสิ่งนี้จากการที่ผมรู้สึกว่าทำสิ่งนี้แล้วไม่เป็นภาระกับคนอื่น สมัยก่อนผมซนมาก หัวร้างข้างแตกแขนหักก็ต้องมีเพื่อนมาช่วย พ่อแม่พาไปโรงพยาบาล แปดขวบยืนชู้ตบาสอยู่แล้วก็คิดว่าลูกบาสมันรู้สึกยังไงวะ ปีนหลังแป้นแล้วก็ไปหย่อนตัวเองลงห่วง แล้วลงมาก็ปึ้ก! แขนหัก คือเป็นคนอย่างนั้น บ้านเพื่อนเปิดคาราโอเกะ เราก็ไปหยอดตู้ร้องกัน รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราทำแล้วไม่มีใครต้องมาร่วมตามเช็ดตามล้าง ในขณะเดียวกันทุกคนสามารถเทคจากสิ่งที่เราทำตรงนั้น แล้วตอนนั้นก็ติดเกม คิดว่าถ้าร้องเพลงได้ เราก็น่าจะได้เล่นเกมด้วย คิดแค่ว่าอยากมีรายได้ ทำยังไงที่ไม่ต้องขอพ่อแม่

เสื้อกล้ามสวมทับด้วยเบลเซอร์สูท กางเกงขายาว และกำไลโลหะ ทั้งหมดจาก SAINT LAURENT BY ANTHONY VACCARELLO

แต่จุดมุ่งหมายในการทำอาชีพนี้ ณ ตอนนี้คือเมื่อเราทำสิ่งนี้ไปสักพักหนึ่ง เราเดินทางไปถึงจุดที่เจอผู้คนที่ต้องการมันจริงๆ หลังจากเข้าวงการมาแล้วสิบปี วันแรกที่เข้าวงการเจอคำว่าแฟนเพลงแฟนคลับ พูดคำนี้ผมยังรู้สึกเขินๆ เลยนะ แล้วตัวผมก็รู้สึกว่าจู่ๆ สิ่งที่ทำคุณค่ามันเพิ่มขึ้น เราอยากทำมันมากขึ้น มากขึ้นไปจากเดิมอีก เพราะว่าเมื่อเรามีจุดมุ่งหมายว่าเราทำเพื่อใครที่ไม่ใช่แค่ความต้องการของตัวเอง ผมรู้สึกหยุดทำไม่ได้ เพราะเวลาผมออกไปเล่นก็จะมีน้องหลายๆ คนตั้งใจสอบให้ได้เกรดดีเพื่อจะมาดูเรา หลายคนตื่นแต่เช้าเพื่อรอกดบัตรจองที่นั่ง ผู้ใหญ่หลายคนต้องลางานแลกวันหยุดกับเพื่อน ทุกคนมีคอสต์ในการมาดูเรา เพราะฉะนั้นตัวเราก็ต้องทำเต็มที่ที่สุดเพื่อแทนคำขอบคุณจากเราให้ถึงเขาจริงๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนดูคือจุดมุ่งหมายในการตื่นออกไปร้องเพลงทุกวัน มีบางคนที่ทุ่มเท เป็นมะเร็งต้องทำคีโม แล้วก็อยากดูนนท์ เลยนั่งรถเข็นมาดู มีคนที่เดินทางมากว่าสามร้อยกิโลเพื่อมาดูนนท์ครั้งเดียว ผมเลยต้องออกไปเจอพวกเขา แต่ถ้าไม่มีพวกเขา ผมก็แค่ไม่ทำ โชคดีที่อาชีพนี้มันสนุก เราเจอผู้คนที่แตกต่างกันไป แล้วโชว์เราก็เปิด flexible ให้กับผู้คนเหล่านั้น ทุกวันนี้ผมยังสนุก พวกเขายังสนุก วันนี้เรามีความสุขด้วยกันดี ผมว่าวันหนึ่งผมคงจะเป็นคนแก่ที่มีเรื่องเล่าเยอะเลยแหละ ครั้งหนึ่งผมร่วมเดินทางไปกับพวกเขา เติบโตไปกับพวกเขา ช่างเป็นโอกาสที่ดีเหลือเกินครับในอาชีพนี้

เด็กชายธนนท์กับนายธนนท์มีความเหมือน-ความต่างกันแค่ไหน

จะว่ามากก็มาก จะว่าไม่มากก็ไม่มาก (หัวเราะ) มีข้อดีคนละแบบ ตอนโตมันเข้าใจหลายอย่างมากขึ้น แต่มันก็ไม่บ้าบอเท่าตอนเด็ก ผมชอบความบ้าบอคอแตกของผมตอนนั้นนะที่ไม่มีกฎเกณฑ์เลย เคยมีครั้งหนึ่งผมรับวันเดียวห้างาน พอคุยกับพี่ๆ ที่สนิทกัน เขาบอก ‘บ้า เอ็งรับไปได้ไง เต็มที่เขารับกันสามงานก็เก่งแล้ว ไม่รู้เหรอ’ ผมบอกว่าผมไม่รู้ ผมเลยรับไป ถ้าผมรู้ก็ไม่รับหรอก แต่ด้วยความเป็นเด็กน่ะ เรามีประสบการณ์นั้นจากการที่เราไม่รู้ ถ้าผมรู้มาก่อนว่าทำไม่ได้ ผมอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำมัน นั่นคือข้อดีในตอนเด็ก ทุกวันนี้พอรู้มากขึ้นมันก็ไม่ได้ดีนะ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ชอบความรู้มากขึ้นในวัยนี้ แต่ล่าสุดก็สี่งานนะ เป็นสี่งานที่มีคุณภาพมากขึ้นเพราะมีทีมงานที่ดีคอยช่วยเหลือ มันอาจจะไม่สนุกแบบเอามันเหมือนตอนนั้น แต่มันว้าว เป็น achievement ที่ดีนะสำหรับผม ถ้าเป็นตอนโตเนี่ยผมชอบมุมมองที่กว้างขึ้นของตัวเองนี่แหละ

เสื้อเชิ้ตสีขาวดีเทลปกประดับหมุดสวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีดำจาก VALENTINO

ตัวตนของนนท์จริงๆ เป็นคนแบบไหน

ผมไม่ได้เป็นคนหนึ่งบุคลิก ตัวตนของผมขึ้นอยู่กับบุคคลที่ผมเจอ ขึ้นอยู่กับคนที่ผมสนิทคุ้นเคย รู้จักมักจี่แค่ไหน เพราะฉะนั้นตัวตนผมจะต่างกันเลย ผมเป็นคนหลายบุคลิกครับ ด้วยความที่ผมเป็นเด็กมีเพื่อนหลายกลุ่ม ทำกิจกรรมด้วย เกเรด้วย แล้วก็เป็นนักกีฬาด้วย มันเลยต่างกันมาก กลุ่มเกเรก็เกเรมากแต่มีความจริงใจสูงมาก กลุ่มเด็กกิจกรรมก็จะมีความก๋ากั่น หรือกลุ่มนักกีฬาก็จะมีความมุ่งมั่น ผมโตมาในความแตกต่างเหล่านั้น วิวาทก็ทำได้ดีตอนเด็ก อาจจะด้วยว่าตัวใหญ่กว่าคนอื่น กีฬาก็ทำได้ดีเพราะตัวใหญ่กว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่กิจกรรมก็รู้สึกว่าทำได้ดี เพราะรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรให้เขินอาย เป็นเด็กที่เต็มที่มาก (น่าจะร่าเริงด้วย?) ใช่ครับ แต่ถ้าได้รู้จักก็จะมีทุกมู้ดครับ ผมก็เหมือนทุกคนแหละ ไม่ได้อารมณ์ดีตลอดเวลา ไม่งั้นต้องกินยาแล้วล่ะ บางวันก็ไม่ได้สุขง่ายขนาดนั้น แต่จะพยายามมองในมุมอื่นๆ ไป เมื่อเกิดปัญหาซึ่งมันมีทุกวันครับ เราจะอยู่กับมัน ทำความเข้าใจมัน บางทีเราก็ดิ่งไปกับมัน ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกว่าผมดิ่งไม่ได้ ผมทำงานตรงนี้อาจจะในหน้าที่ฟรอนต์แมน ในหน้าที่ศิลปิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะรู้สึกกับอะไรไม่ได้

มีหลักการในการใช้ชีวิตไหม

ไม่ได้มีขนาดนั้น ผมรู้สึกว่าหนึ่งหลักการไม่สามารถตอบโจทย์เราทุกวันได้ เราตื่นมาจากเตียงเดิมแต่ไม่รู้สึกเหมือนเดิมเลยนะ (หลักๆ แบบว่า ฉันจะเป็นคนดี ฉันจะไม่ทำให้คนอื่นเสียใจ?) ก็ไม่นะ ไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น โดยเนื้อแท้เลยนะ (ยิ้ม) มันมีช่วงโควิดเช้าวันหนึ่งที่ผมตื่นมาแล้วไม่รู้ว่าวันที่เท่าไหร่ เพราะเป็นช่วงที่ผมไม่ได้ออกไปเล่นคอนเสิร์ตเลย คือปกติเราดูตารางตลอดว่าวันนี้ต้องไปทำอะไร ช่วงโควิดเนี่ยว่างยาวๆ ติดกันสิบห้าวัน หนวดผมยาวเฟิ้ม ผมไม่เคยเห็นเลยว่าฮอร์โมนผู้ใหญ่ของผมมันเยอะแค่ไหน เราโตมาขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย จำได้ว่าขณะที่ผมกำลังคิดว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ววะ ในใจก็คิดว่าไม่ต้องรู้หรอกเพราะไม่ได้ออกไปไหนอยู่ดี แล้วจังหวะที่ผมล้างหน้าอยู่ ผมเห็นแม่เดินหลังค่อมๆ อ้อมเก้าอี้ผ่านด้านหลังกระจกในห้องน้ำผมออกไป แม่แก่ขนาดนี้แล้วเหรอ แม่ไม่ได้อยู่ในวัยที่ตื่นมาหลังตรงได้แล้ว ผมรู้สึกเลยว่านี่เรามีโอกาสที่จะได้หายใจ ได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นอยู่นะ เราทำอะไรได้บ้าง

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกก็คือทำยังไงให้การหายใจของผมไม่สูญเปล่าทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง ถ้ามันมีความหมายกับคนอื่นๆ ในวงกว้าง ทำยังไงให้ดีขึ้นอีก ตัวผมจะอยู่ด้วยความรู้สึกแบบนั้นมาตลอด ทุกวันนี้สิ่งที่ยึดไว้เป็นโครงคร่าวๆ ก็คือทำยังไงให้ทุกบทบาทไม่แย่ไปกว่านี้ เรามีหลายบทบาทมาก อย่างที่คนคนหนึ่งเป็นทั้งพ่อ เป็นสามี เป็นลูก เป็นหัวหน้า เป็นลูกน้อง เป็นพี่ เป็นน้อง เพราะฉะนั้นในแต่ละวันเราต้องทำยังไงที่จะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีในทุกช่วงเวลาและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

เสื้อเชิ้ตสีขาวดีเทลปกประดับหมุดสวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีดำ และกางเกงขายาว ทั้งหมดจาก VALENTINO รองเท้าหนังจาก CHRISTIAN LOUBOUTIN 

แล้วช่วงนี้ให้ความสำคัญกับบทบาทไหนมากที่สุด

ที่สุดของผมตอนนี้คือครอบครัว เพื่อนๆ และพี่ๆ ที่ทำงานด้วยกัน ผมไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นคนอื่นคนไกล ผมทำสิ่งที่ทำอยู่แบบนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่มีพวกเขา ถ้าไม่มีทั้งพ่อแม่ ไม่มีทีมงานคอยช่วยดู ผมเลยรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือครอบครัว เราพยายามทำบทบาทนั้นให้ดีที่สุด รองลงมาอื่นๆ ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมมีโอกาสได้ทำ ถามว่าอันไหนมาก่อนยังไง มันแล้วแต่กาลเวลา หรือกาลเทศะในโอกาสนั้นๆ

ถ้าการมีชื่อเสียงจำเป็นต้องเสียบางอย่างไป อะไรที่นนท์จะไม่ยอมแลกเด็ดขาด

ตัดเรื่องชื่อเสียงไปเลยครับ แลกได้แลกเลย เรื่องอาชีพที่ทำอยู่ก็แลกได้ คนในวงจรชีวิตเนี่ยไม่แลก ตัวตนของตัวเองก็ไม่แลก โอ้โห! นี่ซีเรียสเหมือนป๋าเต็ดทอล์กเลยนะ ทั้งชื่อเสียงและงานที่ทำ ผมไม่ได้ยึดติดว่าเป็นของผมอยู่แล้วแต่แรก แต่สิ่งที่เป็นของผมคือครอบครัวผม ทีมงานผมที่เราได้ทำงานร่วมกัน ช่วงเวลาเหล่านี้คือของจริง หรือแม้แต่คนดูที่เขาได้เจอผม ผมจำเขาได้ เขาจำผมได้ หรือว่าได้รู้จักกัน ผมไม่แลก อีกอย่างคือสุขภาพด้วยครับ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ค่อยอยากแลก

เสื้อเชิ้ตแขนยาวพิมพ์ลายและกางเกงขาสั้นผ้าวูล ทั้งหมดจาก FENDI

เป้าหมายสูงสุด

คือการใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ผมไม่เคยฟิกซ์ว่าจะแลนดิ้งสนามบินไหน ผมเลยสนุกกับการได้บินอยู่ตอนนี้ ลงป่าผมก็ลง ผิดพลั้งบ้างอะไรบ้าง ผมรู้สึกว่าได้ลงพื้นที่ใหม่ที่คนอื่นไม่ได้ลง จุดมุ่งหมายจริงๆ ณ วินาทีนี้เลยนะ คือการที่เราเติบโตไปแล้วไม่โดดเดี่ยว ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในที่นี้ไม่จำเป็นต้องมีใครข้างๆ นะ แต่อยู่คนเดียวยังไงโดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเป็นสิ่งที่ผมกลัวที่สุด อย่างช่วงโควิดเราอยู่คนเดียวได้ดีมากเลย แต่มันเป็นข้อเสียมหาศาล เพราะว่าเราเริ่มไม่ให้ใครมาโคจรรอบตัว มันไม่ได้ดีเสมอไปสำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสปีชีเราที่มีความเป็นโซเชียลไลซ์บางอย่าง เพราะฉะนั้นต้องบาลานซ์ตรงนั้นให้ได้ ขอให้ผมเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแล้วกันเมื่อแก่ตัวขึ้น ยังเปิดรับและเรียนรู้กับทุกสิ่งได้อยู่เสมอ ดื้อได้ ถ้าพูดตรงๆ ก็คือดักดานได้ แต่พร้อมจะรู้สึกตัวอยู่เสมอ

ความสุขของนนท์

ผมมีความสุขในปริมาณที่พึงพอใจ เพราะไม่ได้ต้องการความสุขมาก (มีแบบนี้ด้วยเหรอ?) ผมว่าผมเป็นนะ ผมไม่ได้ต้องการความสุขมากขนาดนั้น ผมอ้วกได้เหมือนกันนะ คือถ้าเจอคำชมที่เลี่ยน ผมก็ไม่ได้ชอบ ชีวิตตอนนี้มีความสุขในปริมาณที่พึงพอใจ ในขณะเดียวกันก็พึงพอใจมากกับการที่มีความทุกข์ในปริมาณที่คอยย้ำเตือนเราอยู่เสมอว่าอย่าประมาท ผมว่าตอนนี้ชีวิตมันดีนะ เป็นพื้นที่เฉดสีเทาที่ผมพึงพอใจ

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Stylist: Piphacha Vonpiankul

Makeup: Vicky Veerayapa

Hair: Pinyo litaisong

Photographer Assistant: Wiroon Wuttiphongdecha

Stylist Assistant: Junjira Wangaug

Special Thanks: Josh Hotel






Other Articles