Tuesday, November 29, 2022

ทำความรู้จักกับ Moritz Grossmann แบรนด์นาฬิกาอิสระจากแผ่นดินเยอรมัน

ในโลกนาฬิกาซึ่งมีแบรนด์นับร้อย อาจจะไม่มีกี่ชื่อที่คุณคุ้นเคยและเป็นเจ้าใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในตลาด แต่ในอีกฟากหนึ่ง ก็มีแบรนด์นาฬิกาอิสระ หรือที่มักเรียกกันว่า independent watch brands ที่ดึงดูดความสนใจของคนที่ชอบอะไรไม่เหมือนใคร เนื่องจากแบรนด์อิสระขนาดไม่ใหญ่โตเหล่านี้ไม่ถูกครอบด้วยกรอบหรือแนวคิดทางการตลาด  ทำให้ผลงานของพวกเขาสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เสมอ 

Moritz Grossmann ซึ่งเพิ่งเข้ามาเปิดตลาดในไทย (และจัดจำหน่ายโดยบริษัท Pendulum Thailand)  มีจุดริเริ่มอยู่ในเมืองกลาสชุตเตอ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นดินแดนที่เลืองชื่อด้านการผลิตนาฬิกาไม่แพ้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทั้งยังมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง (ลองนึกถึงแบรนด์เลื่องชื่ออย่าง A. Lange & Söhne, Glashütte Original และ Nomos Glashütte) 

Moritz Grossman เป็นชื่อของวอทช์เมกเกอร์ในสมัยศตวรรษที่ 19 แม้จะไม่ได้เกิดในครอบครัวช่างนาฬิกา แต่ความสามารถของเขาก็โดดเด่นตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนช่างนาฬิกาแล้ว อีกทั้งเขายังมีความสามารถในด้านภาษาด้วย เขาเดินทางไปศึกษาหาความรู้และทำงานกับช่างนาฬิกาเก่งๆ  มากมายยังเมืองต่างๆ  อีกทั้งเขายังเป็นเพื่อนกับเฟอร์ดินานด์ อดอล์ฟ ลังเงอ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ A Lange & Söhne ด้วย และในปี 1854 Moritz Grossmann กลับมายังเมืองกลาชุตเตอเพื่อพัฒนาเครื่องกลึงสำหรับช่างนาฬิกา ตามด้วยลีเวอร์เอสเคปเมนต์ ไปจนถึงเครื่องมือต่างๆ รวมทั้งผลิตนาฬิกาพก และนาฬิกาลูกตุ้ม และยังเป็นผู้ก่อตั้ง German School of Watchmaking Glashütte ด้วย 

ในช่วงยุค 1980s คริสตีน ฮัตเตอร์ หญิงผู้หลงใหลในระบบจักรกลนับตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย  ไปฝึกงานกับช่างนาฬิกา  Wilhelm Glöggler ที่มิวนิก อีกทั้งยังเคยผ่านงานงานด้านเซลส์และมาร์เกตติ้งสมัยทำงานที่แบรนด์ Glashutte Original และ A. Lange & Sohne ในระหว่างที่ร่ำเรียนนาฬิกา เธอได้พบกับผลงานเก่าแก่ของ Moritz Grossman สมัยที่เธอร่ำเรียนการผลิตนาฬิกา เธอตกหลุมรักผลงานของเขา และตั้งใจจะชุบชีวิตแบรนด์นี้ขึ้นมาใหม่ เธอเริ่มจากติดต่อขอครอบครองชื่อแบรนด์ และได้มาเพียงกล่องจดหมายเก่าอันเป็นมรดกของเขา และเลือกที่จะตั้งแบรนด์ขึ้นที่เมืองกลาชุตเตอ แล้วเธอก็เริ่มต้นก่อตั้งแบรนด์จากโต๊ะในครัวที่บ้าน “เราเริ่มสร้างทุกอย่างจากศูนย์ ตั้งแต่โลโก้ ดีไซน์นาฬิกา พัฒนากลไก หาสถานที่ทำงาน จ้างพนักงงาน นี่ห้องทำงานของฉันตอนนี้ยังมีโต๊ะที่ดูคล้ายกับครัวที่บ้านเลย” 

“ที่ฉันกล้าคิดฝันจะทำแบรนด์นาฬิกาจักรกลตั้งแต่ยุค 1980s ซึ่งเป็นยุควิกฤตนาฬิกาควอตซ์ อาจเพราะว่าฉันไม่ได้มาจากครอบครัวนาฬิกา และไม่ได้คิดถึงจุดนี้” เธอบอก ปัจจุบัน เธอดำรงตำแหน่ง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Moritz Grossmann มีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองกลาชุตเตอ นับจากคอลเลกชั่นแรกในชื่อ Benu ซึ่งเปิดตัวในปี 2010 ปัจจุบัน ทางแบรนด์ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาหลากหลายคอลเลกชั่น และยังพัฒนากลไกออกมาแล้วถึง 15 คาลิเบอร์

“พูดได้ว่าเราผลิตชิ้นส่วนและกลไกเองเกือบทั้งหมด เราซื้อชิ้นส่วนเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น อย่างเอสเคปวีล แฮร์สปริงซึ่งเราเรานำมาดัดและขึ้นรูปเอง เมนสปริง Nivaflex และทับทิมสังเคราะห์ เราผลิตหน้าปัดเอง โดยมีการร่วมงานกับช่างแกะสลักในท้องถิ่น และเรายังผลิตเข็มนาฬิกาเอง ซึ่งมีความเพรียวบางไม่เหมือนใคร และในหลายรุ่นเป็นเฉดสีม่วงซึ่งกระบวนการเผาต้องได้อุณหภูมิที่เหมาะสม” เธอบอก

“ตอนที่เราเริ่มทำคอลเลกชั่น Benu ไอเดียก็คือนาฬิกาคลาสสิก เราอยากได้ตัวเรือที่บาง โค้ง กระชับกับข้อมือ และหน้าปัดที่มีหน้าปัดย่อยวินาที กลไกที่ทำงานด้วยบาลานซ์ขนาดใหญ่ที่ความถี่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งไม่ค่อยมีใครทำ แต่มันทำให้เราได้ยินเสียงการทำงานของนาฬิกา มีลูกค้าบอกว่าได้ยินเสียงหัวใจนาฬิกาแม้แต่ตอนขับรถ ฉันว่ามันเปี่ยมด้วยความรู้สึกดีค่ะ” เธอยังบอกด้วยว่า “ตอนที่เปิดตัว ฉันมีแต่เรือนโปรโตไทป์ แต่เราก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก แล้วเรายังไม่มีตัวแทนจำหน่ายด้วย แต่ลูกค้าก็ยอมรอกัน 2-3 ปี” 

ถ้าคุณดูผลงานของ Moritz Grossmann คุณจะต้องทึ่งว่าทางแบรนด์สามารถสร้างสรรค์ ดีไซน์ กลไกและนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาได้ในโลกที่แทบจะไม่มีอะไรใหม่จริงๆ โดยยังคงความคลาสสิกและเรียบง่ายสมกับที่เป็นแบรนด์เยอรมัน ฮัตเตอร์บอกว่า “กรอสมานน์เคยเขียนบทความชื่อ ‘The Construction of a Simple but Mechanically Perfect Watch’ ฉันว่านี่แหละที่เป็นหัวใจของนาฬิกาของเรา”

ผลงานของแบรนด์มีหลายรุ่น แต่เราขอยกตัวอย่างผลงานที่น่าจะถูกใจสาวๆ มาให้ได้ชม อย่างเช่น เรือนเวลา TEFNUT Sleeping Beauty ซึ่งเล่นกับดีไซน์อสมมาตรพร้อมหน้าปัดที่มีความลาดเอียง และ TEFNUT Twist ซึ่งการไขลานกลไกไม่เหมือนใคร แทนที่จะใช้เม็ดมะยมข้างตัวเรือน ทางแบรนด์ออกแบบให้หมุนสายรัดข้อมือด้านล่างเพื่อขึ้นลาน แถมยังหมุนได้สองทิศทางโดยไม่ต้องกังวัลว่าจะทำให้กลไกเสียหายแต่งอย่างใด

เช่นเดียวกับผลงานที่เปิดตัวในปีนี้ และเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างรุ่น UNIVERSALZEIT ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สามารถดูเวลาปัจจุบันในเขตเวลาต่างๆ ทั่วโลกได้เพียงมองปราดเดียวรวม 7 ไทม์โซน (ผ่านช่องหน้าต่างทั้ง 6 และเข็มกลาง) โดยไทม์โซนที่เลือกมานั้นไม่มีระบบนับเวลาชดเชย Daylight Saving ทำให้เวลาที่เห็นเป็นเวลาจริงๆของไทม์โซนนั้นตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องปรับตั้งใหม่

หน้าปัดของ UNIVERSALZEIT ออกแบบให้มีรูปร่างเป็นแผนที่โลก หน้าปัดใช้กรอบเวลาที่สอดคล้องกับพิกัดและชื่อเมืองอย่างแม่นยำเพื่อกำหนดทิศทางในแง่ของเวลาและภูมิศาสตร์ สามารถปรับตั้งค่าเวลาได้ด้วยเม็ดมะยม ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา เมื่อเข็มนาทีหลักผ่านเลข 12 เวลาชั่วโมงในช่องหน้าต่างก็จะปรับอัตโนมัติ

ปัจจุบัน Moritz Grossman มีกำลังการผลิตนาฬิกาอยู่ที่ประมาณ 300 เรือนต่อปี ฮัตเตอร์บอกว่ามีแพลนที่จะขยายกำลังการผลิตอยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก “มันยากนะในการที่จะได้ช่างนาฬิกา พนักงาน ทีมฟินิชชิ่ง การจะเทรนพวกเขาอย่างน้อยต้องใช้เวลา 6 เดือน รวมทั้งช่างนาฬิกาด้วยเพราะกลไกของเราไม่หมือนนาฬิกาอื่นๆ “






Other Articles