Friday, July 1, 2022

Isabelle Stanislas สถาปนิกและอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ผู้ผสมผสานแนวทางทันสมัยเข้ากับความหลงใหลในประวัติศาสตร์

อิซาเบล สตานิสลาส สถาปนิกและอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ชื่อดัง มีความสามารถในการผสมผสานศิลปะ รายละเอียดทางประวัติศาสตร์ ภูมิทัศน์ และเฟอร์​นิเจอร์สั่งผลิตพิเศษ รวมทั้งวัสดุร่วมสมัยและคอนทราสต์เข้าด้วยกันได้อย่างแยบยลเพื่อสร้างสรรค์พื้นที่หรูหราให้กับลูกค้า นอกจากจะได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการทำงานให้กับแบรนด์อย่างแอร์เมสและคาร์เทียร์แล้ว สตานิสลาสยังได้รับการว่าจ้างให้รีโนเวตพระราชวังเอลิเซ่ในปารีส ซึ่งเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1873 ในโอกาสที่เธอกำลังจะออกหนังสือรวมผลงานซึ่งได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ริซโซลี พร้อมด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เราจึงได้พูดคุยกับเธอถึงเส้นทางที่นำเธอมาสู่สุนทรียศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ที่แสนอบอุ่นและร่วมสมัยซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของเธอ 

-ทำไมคุณถึงสนใจสถาปัตยกรรม

“ตอนอายุ 16 ฉันได้ไปที่มหาวิทยาลัย Bezalel Academy of Art and Design ในนครเยรูซาเลม ฉันได้แรงบันดาลใจจากอิสระของการเรียนและสไตล์การสอนของที่นั่น ถ้าไม่นับเรื่องตัวสถาปัตยกรรม ฉันว่าเพราะอิสระนี่ล่ะค่ะที่ทำให้ฉันอยากก้าวไปในเส้นทางนี้ ฉันเข้าเรียนที่โรงเรียนมัณฑนศิลป์ในปารีสเป็นที่แรก ซึ่งฉันได้เรียนวาดรูป ก่อนจะตัดสินใจสมัครเรียนที่โรงเรียนศิลปะ Beaux-Arts de Paris ฉันอยากลองเสี่ยงดูค่ะ สุดท้ายแล้วก็ได้เข้า”

-การวาดรูปยังมีบทบาทสำคัญในงานที่คุณทำหรือไม่

“มากเลยค่ะ ไม่มีโปรเจ็กต์ไหนที่ฉันทำแล้วไม่วาด ฉันชอบวาดรูป เวลาที่คลี่ม้วนกระดาษออกมา ทั้งโปรเจ็กต์จะอยู่ในนั้น”

-งานแรกๆ ที่คุณทำในฐานะสถาปนิกมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกแฟชั่น อยากทราบว่าก่อนหน้านั้นคุณมองโลกแฟชั่นอย่างไร

“ฉันไม่เคยข้องเกี่ยวกับแฟชั่นมาก่อนเลย แต่ด้วยความบังเอิญฉันได้พบกับเธียร์รี ฌิลลิเยร์ ซึ่งเป็นคนเปิดบูติกซาดิกแอนด์วอลแตร์ ในย่านเลส์อาลส์ สามเดือนต่อมาเขาก็โทรมาหาฉันเรื่องโปรเจ็กต์บูติก ถือเป็นการเปิดโลกแฟชั่นให้กับฉัน มันเป็นโลกที่ทั้งเฟมินีนและรวดเร็ว ค่อนข้างต่างจากโลกสถาปัตยกรรมซึ่งช้าและมัสคิวลีนกว่า แฟชั่นก้าวไปข้างหน้าเสมอด้วยคอลเลกชั่นที่ออกมาทุกๆ สามหรือหกเดือน ส่วนในโลกสถาปัตยกรรม บางโปรเจ็กต์กินเวลาเป็นปีๆ ร้านแรกที่ฉันทำให้ซาดิกแอนด์วอลแตร์อยู่บนถนนเดส์ฟรองก์-บูร์ฌัวส์ เราตั้งใจให้พื้นที่ดูดิบหยาบซึ่งแตกต่างจากร้านรีเทลในยุคนั้น จากนั้นเราก็ทำงานออกแบบร้านบนถนนฟรองซัวส์เพรอมิเยร์ ซึ่งเป็นที่ที่เราได้คิดค้นคอนเซ็ปต์ที่ต้องการ แล้วก็ได้นำมาใช้กับบูติกทั่วโลก ฉันได้ทำงานกับแบรนด์แอร์เมสและสเคียปาเรลลี่ในเวลาต่อมา และปัจจุบันฉันทำงานกับคาร์เทียร์เป็นหลักค่ะ” 

-คุณมีแนวทางในการทำโปรเจ็กต์ใหม่อย่างไร 

“ฉันโฟกัสอยู่กับสองจุดค่ะ จุดแรกคือลูกค้า การที่พวกเขามีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์นั้นสำคัญกับฉันมาก จุดที่สองคือสถานที่ ซึ่งมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ขนบ และวิถีชีวิตของมัน งานของฉันคือการผสมผสานทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน นั่นคือข้อกำหนดที่เกี่ยวกับความชอบส่วนตัวของลูกค้าและความเคารพที่มีต่อสถานที่ เวลาที่เราพรีเซนต์โปรเจ็กต์สักงานมักจะต้องเตรียมการนานหนึ่งถึงสองปี มันเป็นการผจญภัยที่กินเวลามากๆ มันเหมือนการแต่งงาน ต้องอาศัยความเชื่อใจกัน คนเดินเข้ามาหาเราด้วยความฝัน แล้วฉันก็มีหน้าที่ทำให้มันเป็นจริง”

-แล้วคุณมีวิธีหาแรงบันดาลใจอย่างไรคะ

“เดินทางค่ะ! ในช่วงวันหยุดฉันอยากจะไปลองทุกสถานที่แล้วพักผ่อนให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งในโปรตุเกส โมร็อกโก สเปน ที่ไหนก็ได้ที่สมองฉันจะได้พัก ได้สังเกตโลก และได้ชาร์จแบตให้ตัวเอง แรงบันดาลใจหลักอีกอย่างสำหรับฉันก็คือศิลปะค่ะ” 

-คุณชอบศิลปินคนไหนบ้างคะ

“ซี วอมบลี, รูดอล์ฟ สตินเจล, เดเมียน เฮิร์สต์ และฉันก็เป็นแฟนผลงานของทาดาชิ คาวามาตะ ซึ่งงานเขาจะเน้นเรื่องวอลุ่ม แล้วฉันก็ชอบงานของฟรองซัวส์ มอร์เลต์ เขาเก่งเรื่องจลนศิลป์”

-คุณสอดแทรกธรรมชาติลงไปในผลงานอย่างไร 

“ฉันชอบทำงานกับภูมิทัศน์ ที่เมืองคอมปอร์ตา โปรตุเกส มันมหัศจรรย์มากที่ได้สร้างบ้านกลางสวนสน การทำงานกับต้นไม้ในวิธีเดียวกับสถาปัตยกรรมทำให้เกิดการสอดประสานกันระหว่างอินดอร์กับเอาต์ดอร์จริงๆ ทุกโปรเจ็กต์ที่ฉันทำในโปรตุเกส ธรรมชาติมีความสำคัญมากๆ เพราะต้องให้ต้นไม้ที่มีอยู่ก่อนแล้วในพื้นที่นั้นได้เข้ามาเป็นหัวใจของอาคาร” 

-มีใครที่คุณเคารพและยึดเป็นแบบอย่างไหม 

“ทาดาโอะ อันโดะค่ะเพราะเขาทำให้คอนกรีตดูเหมือนมีชีวิตชีวา และยังทำให้มันออกมาดูบางเบา แล้วก็ เรนโซ เปียโน ซึ่งแนวทางการทำงานของเขาเป็นสากลและงดงามในแง่ของรายละเอียด เขาเป็นสถาปนิกที่สามารถสร้างโปรเจ็กต์ขึ้นมาได้ทั้งที่มีรายละเอียดแค่อย่างเดียว อย่างเช่นกลอนประตู แล้วฉันก็ชอบงานของหลุยส์ คาน ซึ่งเป็นเจ้าแห่งความสมมาตร เจ้าแห่งสสาร”

-โปรเจ็กต์ในฝันของคุณเป็นแบบไหนคะ

“ฉันอยากออกแบบพิพิธภัณฑ์หรือพื้นที่ทางวัฒนธรรมค่ะ” 

-ดูเหมือนว่าทักษะฝีมือและงาน made-to-measure จะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับอาชีพของคุณแบบตัดกันไม่ขาด และยังต้องทำงานกับวัสดุหรูหรามากมาย

“ฉันต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือของฝรั่งเศสและบ้านที่เก่าแก่มากๆ มาตลอด 20 ปี ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ สถาปนิกก็ไม่มีความหมาย ช่างฝีมือที่ฉันร่วมงานด้วยทำงานมานานมาก แต่นั่นก็เป็นเครื่องการันตีถึงความเป็นเลิศและแพสชั่น ฉันยังชอบทำงานกับช่างทำตู้ขนาดเล็กเวลาทำโปรโตไทป์ ไม้และหินอ่อนคือวัสดุที่ฉันชอบมากที่สุด”

-หนังสือ Isabelle Stanislas: Designing Spaces, Drawing Emotions นำเสนอผลงาน 12 โปรเจ็กต์ที่สะท้อนถึงตัวตนของคุณ แล้วยังมีน้ำหอมด้วย ทำไมถึงเป็น 12 ที่นี้และน้ำหอมล่ะคะ

“หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาทำนานกว่าสองปีค่ะ เพราะฉันทำงานในปารีสหลายโปรเจ็กต์ ฉันเลยอยากนำเสนอมรดกของอพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ในเขต 17 และ 18 แต่เหนืออื่นใดฉันไม่อยากให้มันออกมาดูเหมือนแคตตาล็อกค่ะ ฉันทุ่มพลังในการทำหนังสือเล่มนี้ และฉันรู้สึกภูมิใจมากๆ จากนั้นเราก็มาคิดกันว่าอยากเปิดตัวกลิ่นหอมที่เป็นซิกเนเจอร์ (ในรูปแบบของเทียนและรูมสเปรย์) โดยร่วมมือกับ D’Orsay ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมเทเลอร์เมด มันชื่อว่า 20:15 Presque prête (Almost Ready) เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในชีวิตฉัน เป็นช่วงเวลาพลบค่ำก่อนที่ทุกอย่างจะโลดแล่นเหมือนลมกรด การนำเสนอกลิ่นที่เชื่อมโยงกับงานของฉันมันน่าหลงใหลสำหรับฉันค่ะ” 






Other Articles