Thursday, May 26, 2022

‘นนท์-ศดานนท์’ นักแสดงหนุ่มอนาคตไกล กับการรับบทนำในหนังล่าสุด SLR กล้อง ติด ตาย

นนท์-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ นักแสดงหนุ่มวัย 21 ที่สื่อหลายสำนักทายทักว่าสักวันเขาจะต้องเปล่งประกาย หลังจากฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก (ดิว ไปด้วยกันนะ (2019)) และคว้ารางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นักแสดงหนุ่มอนาคตไกลคนนี้กำลังมีผลงานเรื่องล่าสุด ‘SLR กล้อง ติด ตาย’ ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่กำลังฉายในโรงภาพยนตร์

ในเรื่องเขารับบทเป็น ‘เกรท’ วัยรุ่นที่ใกล้เรียนจบมหาวิทยาลัย อัธยาศัยร่าเริง “เป็นตัวละครที่ไกลตัวมาก เขาเป็นตัวโจ๊ก เป็นรอยยิ้มของเพื่อน พลังงานเยอะ ซึ่งไม่ใช่ผมขนาดนั้น ปกติผมเป็นคนเออออเวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อน” สีหน้าท่าทีและคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกของนนท์ฟังดูเรียบง่ายธรรมดา แต่มีอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่าเขาไม่ธรรมดา หนึ่งในนักแสดงที่รับบทนำในเรื่อง SLR คนนี้ต้องมีอะไรให้ค้นหาแน่นอน

เพื่อนนักแสดงหลายคนชมว่านนท์เล่นเก่ง เคยมีพื้นฐานการแสดงมาก่อนหรือเปล่า

ดีเลยเหรอ (ยิ้ม) ตอนเรียนภาพยนตร์ ผมยังไม่ได้คิดว่าอยากเรียนอะไรเหมือนกัน เราเข้าด้วยความไม่รู้ แต่ตอน ม.6 จะมีละครเวทีของชมรม เราก็ได้ลองการแสดงจากตรงนั้นเป็นครั้งแรก แล้วก็ได้มาทำงานกองจริงๆ ตอน ม.6 เทอมสองเพราะได้เล่นภาพยนตร์เรื่องแรก (ดิว ไปด้วยกันนะ) เราอยากรู้ว่าทำหน้ากล้องแล้ว หลังกล้องจะเป็นยังไง

ถึงแม้จะรับบทที่ไกลตัว แต่กลับทำได้ดี มีเทคนิคอะไร

ผมว่ามันคือการปรับตัวมากๆ เลย เกรทเป็นตัวละครหนึ่งที่ใช้เวลานานมากกว่าจะหาเจอว่าเขาเป็นยังไง ผมใช้เวลาอยู่สองสัปดาห์ เอาจริงๆ ตัวละครนี้ค่อนข้างขัดจากความเป็นตัวผมมากๆ มันเข้ากันไม่ได้เลย แต่เราจะไม่คิดหรือไม่หาอะไรมาบอกตัวเองว่าเราโอเคกับสิ่งที่เขาเป็น แต่เราแค่มองว่าเขาก็เป็นอย่างนี้ เหมือนเราปล่อยช่องว่าง สุดท้ายก็กลายเป็นการปรับเข้าหากันเอง

การที่เราตัดสินใจจะรับบทเป็นใครสักคน อะไรที่เป็นตัวชี้ขาดว่าเราจะเล่น หรือปฏิเสธไม่รับ

ผมดูจากบท ทั้งบทที่เราจะเล่น และเนื้อเรื่อง ถ้าเราจะเลือกอะไรหรือไม่เลือกอะไร เราจะดูว่าบทเราคืออะไร บทเราทำอะไรบ้าง ถ้ามันน่าสนใจผมเอาอยู่แล้ว ยังไงก็เอา ไม่ว่าจะยากหรือง่าย แต่ถ้ามันไม่มีอะไรให้ผมสนใจได้ ก็อาจจะลังเล เพราะผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินเท่าไร นอกจากคอนเทนต์

แล้วอะไรคือเสน่ห์ของเกรทที่ทำให้เราอยากเล่น

เหมือนโดนหลอกให้เล่นเกมเหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะตอนแรกเขาให้มาแคสต์บทที่นนนเล่น แล้วก็เอาบทเกรทมาให้ ผมว่าผมโดนแล้วตอนนั้น โดนล็อกตัวอะไรบางอย่าง ถามว่าเสน่ห์ของเกรทมันก็มีแหละ เขามีความเป็นเด็ก มีความเป็นวัยรุ่น

บทนี้ท้าทายขนาดไหน

เรื่องเอเนอร์จี้เป็นหลักเลย ผมไม่คุ้นกับกรีนสกรีนมาก่อน หรือ CG อะไรพวกนี้ ถามว่าเคยมีไหม มันก็มีแต่น้อย นึกไม่ออกเหมือนกันว่าสิ่งที่เขาอยากให้เห็นมันเป็นยังไง สิ่งที่เราเห็นคือต้องเล่นกับฉากเขียวเฉยๆ มันก็ยาก ต้องใช้ประสบการณ์เหมือนกัน

สมมติว่าระดับความยากมากสุดคือ 10 เรื่องนี้ยากหรือง่ายแค่ไหน

ผมให้ประมาณ 6 มันก็แล้วแต่วันด้วย บางวันก็ดี บางวันก็ไม่ดี

เขาลือกันว่าเราเล่นเกินคุณภาพตลอด

ก็จริงเหมือนกัน ผมว่าถ้าเราไปไม่ถึงจุดนั้น ผมทำไม่ได้ เพราะมันจะขาดเซนส์ของความจริงที่เกิดขึ้นหรือความรู้สึกในสิ่งที่เราทำ มันไม่รู้จะทำทำไมถ้ามันไม่จริง

การแสดงเป็นแพสชั่นของเราไหม

คิดว่าเป็น และก็ยังเป็นอยู่ จริงๆ ตอนเด็กไม่เคยคิดอยากเป็นนักแสดงเลย ผมเป็นคนที่เล่นแต่เกมอย่างเดียวตั้งแต่เด็ก และไม่รู้ว่าอยากทำอะไรนอกจากเล่นเกม จนมาเล่นละครตอน ม.6 แค่นั้น

ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ดีหรือไม่ดีกับตัวเราอย่างไร

มันทำให้เราได้ประสบการณ์จริงแน่นอนเลย แล้วประสบการณ์จริงมันดันตรงกับสายงานที่เราเรียนอยู่ เพราะฉะนั้นเราเอาไปใช้ได้มากๆ ตอนปี 1 ปี 2 เพื่อนก็ถามว่าในกองถ่ายเป็นยังไง ระบบเป็นยังไง แล้วมันก็เหมือนเราได้ใช้เวลาคุ้ม บางทีเราเข้าไปเรียน ผมไม่ได้รู้สึกว่าคุ้มขนาดนั้นกับบางวิชา เพราะบางเรื่องเรารู้อยู่แล้ว มันอดไม่ได้ที่จะเบื่อ แต่ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว สิ่งหนึ่งที่รู้สึกคือบางทีการใช้เวลากับกองหรือกับงานข้างนอกคุ้มเกินไป เราก็ขาดความเป็นวัยรุ่นที่ต้องไปนั่งเรียน ไปสนุกกับเพื่อน กินข้าวกับเพื่อน ก็น่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจได้

เป้าหมายหลังเรียนจบ

อยากลองทำเบื้องหลังอะไรก็ได้ของตัวเอง เขียนบทหรืออะไรก็ตาม พอมาพาร์ตเบื้องหลังผมรู้สึกว่าเขียนบทก็สนุก แล้วเราก็เลือกที่จะเรียนด้านการผลิตภาพยนตร์ เรามาสายเขียนบทประมาณหนึ่ง

อยากเขียนบทแนวไหน

อยากทำ dark comedy thriller ผมชอบกาย ริตชี มากๆ เขาทำหนังแนวแก๊งสเตอร์ ด้วยความที่เป็นธรรมชาติของคนอังกฤษ มันแดกดัน แล้วมันตลก ผมชอบตรงนั้นมาก ผมว่าการเขียนไดอะล็อกแบบนั้นมันคมคาย และเอนเตอร์เทนได้ด้วย ดีไปหมดเลย

ตั้งเป้าอะไรไว้กับสายอาชีพนักแสดง

ไม่ต้องดัง หรือมีคนพูดถึงขนาดนั้น แต่อยากให้พี่ๆ ในวงการ หรือผู้กำกับได้ยินชื่อแล้ว อ๋อ! ไอ้น้องคนนี้เหรอ เออ! ดี แค่นั้นเลย เพราะผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่กำลังพอดี แล้วเรารู้สึกว่าทำได้ ชีวิตก็น่าจะสนุกขึ้น

แสดงว่าถ้าถึงขั้นต้องแลกกับชีวิตส่วนตัว เราขอเลี่ยงดีกว่า…หรือเปล่า 

ก็ไม่นะ มันเกิดความแพนิกขึ้นมา รับไม่ค่อยได้เหมือนกันช่วงแรกๆ ที่รู้สึกว่ามันถาโถมเกินไป แต่เราเข้าใจอยู่แล้วแหละ ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเล่น มันเป็นสิ่งที่มาพร้อมๆ กับงานเรา ถ้าเรารับไม่ได้ก็ออกไปก่อน ไม่ต้องดู ไม่ต้องตาม ไม่ต้องแอ็กทีฟกับโซเชียลขนาดนั้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากทำตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราไม่ได้อยากอยู่กับโทรศัพท์หรืออะไร เพราะจริงๆ มันก็ร้อนรนเกินไปที่จะต้องรู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลก มันก็ไม่ไหว

ตัวตนจริงๆ ของนนท์เป็นแบบไหน

ผมว่าผมเป็นคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ (ใช่ๆ เราสำทับ) อาจจะคิดแบบนั้นในบางที แต่ก็ไม่กล้าจะคิดว่าเราโตเกินตัว บางทีก็เหมือนไฟที่รุนแรง บางทีก็นิ่งเหมือนต้นไม้ มันเป็นตัวตนที่ไม่ค่อยคงที่ แต่ส่วนมากก็มีความสุข

มีอะไรที่อยากทำอีกบ้าง

ก่อนหน้านี้เคยลองสตรีมเกม รู้สึกสนุกดี แต่ไม่เวิร์ก เพราะเวลาเล่นเกมเราเป็นตัวเองมาก พอมีคนอื่นมาดูจะรู้สึกเกร็ง แล้วความเป็นตัวเองมันก็ค่อยๆ หายไป เรารู้สึกว่าไม่เวิร์กละ ก็เลยพอก่อน

ในวัย 21 มีอะไรที่เรารู้สึกว่ายากจัง

ผมว่าเรื่องของเวลา เด็กสมัยนี้เรารู้สึกว่าเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่โดน ไม่มีเวลาให้กับใคร ไม่ว่าจะแบบผมที่ออกมาทำงานแล้ว หรือคนที่เรียนอย่างเดียว คือเราทำงานเยอะมากกับการเรียนมหา’ลัย มิดเทอม ไฟนอลโปรเจ็กต์ แล้วมันก็ค่อนข้างจะทรมานมากๆ ที่เราเองก็รู้สึก และได้เห็นเพื่อนๆ เวลาโพสต์เฟซบุ๊ก บางคนร้องไห้ มันเหนื่อยขนาดนั้นจริงๆ นะ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอนว่าความอดทนของแต่ละคนไม่เท่ากัน เราเป็นคนหนึ่งที่มีความอดทนสูงเหมือนกัน เราทนได้ แต่หลายคนอาจจะไม่ไหว อยากให้คนมาอยู่ด้วยหรือปลอบใจ มันก็หาได้ยากเหมือนกัน เพราะเราเจอกับเพื่อนยาก ในมุมหนึ่งก็โควิดด้วย แล้วความช่วยเหลือของหมอหรือจิตแพทย์ก็หายากเหมือนกัน กว่าจะนัดได้ กว่าจะถึงเวลานั้นก็อาจจะหนักไปแล้วก็ได้

ในฐานะที่เซียนเกม…ฝากข้อดี-ข้อคิดทิ้งท้ายสักหน่อย

หนึ่งคือสอนภาษา สองคือสอนความเป็นคนมากๆ มันออกมาผ่านทางแอ็กติ้งตัวละคร คนที่ทำกับคนนี้แล้วรู้สึกอย่างนี้มันแปลว่าอะไร เห็นโน่นนี่นั่นแล้วทำให้เราได้เข้าใจมากขึ้นว่าความรู้สึกมันหลากหลายมากๆ แล้วก็คงเป็นเรื่องไหวพริบ ผมรู้สึกว่าผมไวมากเลย เวลาผมเล่นเกม ปฏิกิริยาต่ออะไรใดๆ ไวมาก ข้อเสียคือสนุกเกินไป (หัวเราะ) บางทีก็เล่นเยอะ แบบอยากเล่นอีก ง่วงแล้วแต่อยากเล่น อยากบอกอย่างที่คนอื่นเขาว่ากันนั่นแหละ คือมันก็เล่นได้ แต่ขอให้เข้าใจว่าความสนุกในเกม มันเกิดขึ้นแค่ในเกม และจบลงในเกม อย่าเอาความหงุดหงิดหรือความเครียดมาใช้ในชีวิตจริงเลย เพราะว่ามันไม่คุ้มมากๆ บางทีเราจริงจังเกินไป บางทีเราโมโห แล้วเราเอาไปใส่คนอื่น ถึงแม้มันจะอยู่แค่ในเกม แล้วเราก็หมดความรู้สึกหลังจากที่เราด่าไปแล้ว แต่คนที่ได้รับเขาถูกบูลลี่ มันคือโซเชียลบูลลี่ที่รุนแรง และถูกมองข้ามอยู่บ่อยๆ จากการเล่นเกม อันนี้ก็ต้องฝากไว้

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Other Articles