Thursday, June 13, 2024

ซี-นุนิว คู่จิ้นสุดฮ็อตที่เคมีลงตัวสุดๆ

ด้วยบุคลิกที่แตกต่างแต่เข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้ ซี-พฤกษ์ พานิช และนุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ นักแสดงจาก ‘นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ’ (Cutie Pie Series) ได้ใจแฟนๆ ซีรีส์วายไปมากที่สุดในตอนนี้ ลอฟฟีเซียลจึงชวนทั้งคู่มาถ่ายแบบเท่ๆ ท่ามกลางสีสันแสงไฟของงานกราฟฟิตี้สุดเท่ และพูดคุยเปิดใจให้ได้รู้จักพวกเขากันมากขึ้น 

TALKING WITH ZEE

อันที่จริงเราเคยสัมภาษณ์ซี-พฤกษ์ ในคอลัมน์ COOL GUY ไปก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว การกลับมาเจอกันครั้งที่สองจึงเป็นเหมือนการอัพเดตผลงานล่าสุดของเขาที่ได้ฤกษ์ฉายแล้ว “ตอนนี้ผมก็ติดตามดูทุกอีพีเลย ทั้งเรียลไทม์และย้อนหลัง รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะจำไม่ได้แล้วว่าที่ถ่ายไปแต่ละอีพีเป็นยังไง” ซีเล่าให้ฟังถึงซีรีส์วายเรื่องใหม่ ‘นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ’ จากค่ายดูมันดิ ซึ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งทุกสัปดาห์ “สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดคืออยากสวมบทบาทเป็นเฮียเหลียนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้คนมีความสุข แฮปปี้กับคาแร็กเตอร์ที่เราเล่น ถ้ามีคนชมว่าตีบทแตก คิดว่าคงเป็นความสำเร็จสำหรับผมมากๆ” 

-เฮียเหลียนเหมือนเฮียพฤกษ์ในชีวิตจริงไหม

“ถ้าหน้าตาก็ต้องเหมือนอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) ตอนแรกรู้สึกว่าไม่เหมือนเราเลย แต่พอเล่นไปก็รู้สึกว่าเหมือนเราอยู่นะ เป็นคนนิ่ง สะอาด ผมว่าจุดนี้ผมก็เหมือนอยู่ (หัวเราะ)”

-บทนี้ยากง่ายอย่างไรบ้าง 

“เฮียเหลียนเป็นคนหล่อ รวย มีมาด เป็นคนเป๊ะ (หัวเราะ) ชอบวางแผน ในวัยของตัวละครอายุ 29-30 เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีพาวเวอร์ เพอร์เฟ็กต์พอตัว ทำอะไรก็จะถูกเสมอ แต่บางอย่างเขาก็คิดผิด เหมือนเป็นมุมมองของเขาข้างเดียว แล้วก็มีมุมน่ารักเหมือนกัน ผมตื่นเต้นทุกครั้งเวลาได้เล่นคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างไปจากที่เคยเล่น บทนี้ผมอยากเล่นมาก ด้วยบุคลิก ใส่สูทแฟชั่นตลอด แล้วมาดนิ่ง จะสื่อออกมาอย่างไรให้คนเข้าใจ และไม่ดูแข็ง นี่ก็เป็นสิ่งที่กดดันในการแสดงมากๆ”

-ถ้าคนยังไม่เคยดูเรื่องนี้ จะบอกเขาว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร 

“มันเล่าถึงมุมมองความรักหลายรูปแบบ และสอดแทรกประเด็นต่างๆ อย่างการสมรสเท่าเทียม LGBTQ รวมทั้งความรักต่างวัยของตัวละคร เฮียเหลียนกับหนูเกื้อ และความลับที่ปิดบังกันด้วย มันครบรสมาก ทั้งโรแมนติก ดราม่า คอเมดี้ ถ้าใครได้อ่านนิยายมาก่อนก็น่าจะฟูลฟิล แล้วเป็นโปรดักชั่นที่ตั้งใจทำมากๆ”

-ได้มาจับคู่กับน้องนิว เป็นอย่างไรบ้าง 

“ตอนได้เจอครั้งแรกผมยังบอกพี่ออฟ (ผู้จัดการและผู้กำกับ) เลยว่า ‘พี่ออฟ เด็กคนเนี้ย ดัง!’ รู้สึกว่าเป็นคนน่ารักและมีสไตล์ความวายอยู่ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักและไม่รู้ว่าจะได้เล่นด้วยกัน ก็ดีใจนะที่ได้ทำงานด้วยกัน ตอนแรกที่เจอ น้องเป็นคนเงียบมาก เจี๋ยมเจี้ยมมากเลย (แล้วทำไมโมเมนต์แรกถึงบอกว่าคนนี้ดัง) แต่จริงๆ เขาเป็นคนมีความสามารถเยอะเกินคาด ทั้งแอ็กติ้ง ร้องเพลง พูดจีนได้ เป็นเด็กหัวไว และมีแพสชั่นมากๆ ก็ทำให้รู้สึกว่าเจ๋งดี และเราก็ respect เขาในสิ่งที่เขาเก่งกว่า นี่ก็คิดว่าถ้าบทนี้ไม่เป็นนิวแล้วจะเป็นใคร เป็นการทำงานที่แฮปปี้”

-จากระยะเวลาที่อยู่ในวงการมา คิดว่าตัวเองเติบโตขึ้นจากเดิมมากน้อยแค่ไหน 

“จริงๆ ผมเข้าวงการแค่สองปีสามปีเอง ผมแสดงมา 4-5 เรื่องเอง ผมว่าตัวเองก็เปลี่ยนแปลงเพราะผ่านอะไรมา เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์จากการเจอผู้คน รู้สึกว่าเราโตขึ้น จนบางทีก็คิดว่าโตขึ้นมากไปหรือเปล่า เพราะบางทีก็ไม่อยากโต ความเป็นผู้ใหญ่ทำให้คิดมากขึ้น เจอเพื่อนน้อยลง เพราะมัวทำแต่งาน แล้วก็คิดว่าตัวเองต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ” 

ตั้งใจไว้กับอาชีพนักแสดงอย่างไรบ้าง 

“เราอยากแสดงให้ออกมาดีที่สุด แสดงหลายบทบาทมากขึ้น และท้าทายเพิ่มขึ้น จริงๆ ทุกบทที่ผ่านมาเป็นความท้าทายสำหรับผมหมดเลย เป็นสิ่งที่ผมเอ็นจอย มันไม่ใช่แค่การแสดงแล้วก็จบไป และมันยังได้สังคม เพราะเวลาเล่นเรื่องใหม่ก็เหมือนย้ายโรงเรียน ได้เจออะไรใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน”

-ก่อนหน้านี้ซีเคยบอกว่าอยากเป็นผู้กำกับ

“ได้เป็นแล้วครับ (หัวเราะ) แต่เป็นผู้กำกับร่วมในเอ็มวีของ How You Feel ที่น้องนิวร้อง ก็ได้เรียนรู้มากขึ้นในการทำงานเบื้องหลัง ก่อนหน้านี้ผมได้ศึกษามาบ้างว่าต้องทำอะไร แต่การมาทำตรงนี้จริงๆ ทำให้เรียนรู้มากขึ้น เป็นงานที่เหนื่อยและสนุกมากครับ”  

-ถ้าชีวิตมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ คิดว่าอยากทำอะไร

“อยากทำไร่ถ้ามีเงิน อยากมีไร่ชา ไร่ผลไม้ ไร่ไวน์เป็นของตัวเอง อยากอยู่กับธรรมชาติ เพราะเราเป็นคนเชียงราย อยากสร้างบ้านปลูกผักผลไม้กินเอง ได้สัมผัสอากาศเย็นๆ”

-วันสบายๆ ของซีเป็นแบบไหน

“ผมลืมไปแล้วว่าเป็นแบบไหน (หัวเราะ) เอาเป็นล่าสุดตอนที่ไปถ่ายเอ็มวี แต่เรามีเวลาพักก่อนถ่ายเอ็มวีหนึ่งวัน แต่จริงๆ ก็ทำงานแหละครับ แต่ไม่ได้เคร่งเครียด เป็นวันที่พวกเรามาจอยกันถ่ายเสื้อผ้า ถ่ายแบบเล่นวอลเลย์ เล่นกันยาวเลย พายเรือกัน เอ็นจอยกับโมเมนต์นั้น ไม่คิดมาก่อนว่าจะสุขและสนุกขนาดนี้ คือเราก็เจอกัน แต่ไม่เคยมาเอ็นจอยกันแบบนี้นานแล้ว”

-มีแพลนทำอะไรในวันเกิดปีที่ 30 ไหม 

“ผมนี่อึ้งมากเลย แต่ 30 ยังแจ๋วครับ (หัวเราะ) คิดแค่ว่าทำตอนนี้ให้เต็มที่และดีที่สุดก่อน การทำงานในวงการ อายุก็อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้องนิดหนึ่ง ตั้งใจว่าจะทำให้ดีตราบเท่าที่ยังมีคนซัพพอร์ต หลังจากนั้นอาจจะทำเบื้องหลัง หรือไปทำไร่ ดูแลพ่อแม่ที่เชียงราย อยากจะให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นครับ”

-ความสำเร็จคืออะไร

“การได้เริ่มทำสิ่งที่อยากทำ อย่างเสื้อผ้า อยากทำมาสามปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ขายเลย รู้สึกว่าการลงมือทำทันทีมันยากมากนะ ถ้ามีโอกาสหรือมีเวลาก็ให้รีบลงมือทำเลย อย่างน้อยก็ได้สกิลและเรียนรู้เพิ่มเติมครับ” 

TALKING WITH NUNEW 

เสน่ห์แบบหนุ่มน้อยวัยใสและเสียงหัวเราะคิกๆ แบบเขินๆ น่าจะทำให้หลายคนปวารณาตัวเป็นหม่ามี๊ของเขา แม้ว่าบทหนูเกื้อ/ไอ้เกื้อในซีรีส์ ‘นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ’ จะเป็นการโชว์ฝีมือทางการแสดงครั้งแรก แต่ก็ทำให้นุนิวกลายเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ในสังกัดค่าย ‘ดูมันดิ’ ที่น่าจับตามองไปแล้ว นุนิวซึ่งปัจจุบันอายุ 21 ก้าวเข้าวงการตั้งแต่สองปีก่อน เมื่อมีคนชักชวนผ่านทางเฟซบุ๊ก “พอมีคนชวนก็ลองถามพ่อกับแม่ดูครับ ลึกๆ ผมอยากลองดูเหมือนกันครับเพราะยังไม่เคยลอง อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ครับ” 

-น้องนิวได้มาแสดงในซีรีส์ ‘นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ’ ได้อย่างไรคะ 

“พอดีว่ามันมีคนเห็นรูปผมกับเฮีย แล้วบอกว่านี่คือหนูเกื้อกับเฮียเหลียนในนิยายเลย พี่ออฟเลยลองให้เล่นซีรีส์เรื่องนี้ครับ ตอนที่ได้บทผมต้องเวิร์กช็อปเยอะมาก นานประมาณครึ่งปี ส่วนหนึ่งเพราะโควิดด้วยก็เลยถ่ายไม่ได้ แต่ก็ทำให้มีเวลาเตรียมด้วย ผมพูดคุยกับพี่ออฟและพี่กล้า (ครูสอนการแสดง) ตลอดเลยว่าควรจะแสดงเป็นหนูเกื้ออย่างไรดี เพราะมีสองคาแร็กเตอร์ในคนเดียว ผมว่าตัวเองเป็นหนูเกื้อได้ แต่ต้องทำการบ้านกับการเป็นไอ้เกื้อเยอะมาก เพราะผมไม่ได้แสบหรือเฟี้ยวแบบไอ้เกื้อ”  

-แล้วตอนเป็นไอ้เกื้อซึ่งแตกต่างจากตัวเรามากๆ ได้ค้นพบอะไรในตัวเองไหม 

“ได้ค้นพบว่าตัวเองชอบขี่บิ๊กไบค์ (หัวเราะเขินๆ) ผมเคยยืมเพื่อนขี่ครั้งเดียวเมื่อนานมากแล้ว แต่จริงๆ ผมขี่มอเตอร์ไซค์เป็นอยู่แล้ว แล้วก็ได้เรียนตีกลองด้วย เป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรก ไปเรียนมาครั้งสองครั้งแล้วมาลองตีในฉากเลย ต้องเล่นฉากเมาด้วย ผมไม่เคยแสดงเป็นคนเมามาก่อน ตอนแรกไม่กล้าเล่นเพราะเขิน หน้าเซ็ตมีคนเยอะมาก แต่พี่กล้าลองเล่นให้ดู เราก็เล่นตาม พอเล่นไปสักพักมันก็สนุกเหมือนกันนะ ก็ปล่อยออกมาเต็มที่เลย”

-มีอะไรที่ท้าทายสำหรับนิวบ้าง นอกจากเป็นการแสดงครั้งแรก

“น่าจะเป็นการเล่นสองคาแร็กเตอร์ที่ไม่เหมือนกันเลย และถ่ายสลับกันตลอด มันเลยยากสำหรับผม แล้วนิยายก็ประสบความสำเร็จมากๆ แฟนนิยายมีความคาดหวัง เรารู้สึกกดดันว่าจะทำออกมาได้ดีและทำให้เขามีความสุขได้ไหม”

-ตัวจริงดูเป็นคนขี้อาย ก้าวข้ามความอายไปเป็นนักแสดงได้อย่างไร

“น่าจะอยู่ที่ระยะเวลาในการทำงานครับ พอทำไปเรื่อยๆ เราจะชินไปเอง พอออกหน้ากล้องบ่อยๆ จะไม่เกร็งเท่าตอนแรกครับ”

-พี่ซีช่วยให้ชีวิตการแสดงง่ายขึ้นไหม

“เฮียช่วยเป็นความสบายใจให้ครับ (หัวเราะ) เฮียไม่เคยดุเลย ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยทะเลาะกันด้วย เป็นสายชิลล์ๆ แล้วเฮียจะคอยช่วยเหลือแนะนำเราตอนทำงาน อย่างตอนถ่ายงาน เฮียจะเป็นคนเทสต์ดีมากๆ ตอนถ่ายรูป ผมก็จะชอบดูเฮียถ่ายงาน”

-ดูเป็นคนสดใสตลอดเวลาเลย เคยผ่านอะไรที่แย่มากๆ หรือมีจุดเปลี่ยนในชีวิตบ้างไหม

“ผมเป็นอย่างนี้แทบตลอดเลย ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรแย่ๆ เศร้าๆ แต่ถ้าเป็นจุดเปลี่ยนก็น่าจะเป็นเรื่องการทำงานในวงการบันเทิงนี่ล่ะครับ แต่ไม่ใช่เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดีนะครับ แค่เรามีงานทำ ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น ทั้งการเรียน การงาน ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับคนอื่นด้วย”

-ช่วงชีวิตวัยเด็กที่ผ่านไปไม่นานนี้เป็นแบบไหน

“วัยเด็กผมก็แฮปปี้ดีครับ เพื่อนจะชอบเรียกว่า มามี่โพโค เพราะหน้าเหมือนการ์ตูนโลโก้บนฉลาก ส่วนพ่อกับแม่บอกเสมอว่าผมพูดเยอะและกวนประสาทมากด้วย แต่ไม่รู้ว่าทำไมเวลาโตมาถึงเงียบขึ้น และกลายเป็นคนขี้อาย 

“สมัยเด็กอยากเป็นเชฟเพราะชอบทำอาหาร ชอบช่วยคุณแม่ แต่พอสมัยม.2 ได้เริ่มเรียนภาษาจีนก็เลยเลือกศิลป์ภาษาจีน และต่อมหา’ลัย (คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ตอนนั้นอยากทำงานเกี่ยวกับภาษาจีน เป็นนักแปล หรือเป็นล่าม สามารถสื่อสารรู้เรื่อง แต่ตอนนี้คิดว่าอยากโฟกัสกับงานที่ทำในวงการก่อนครับ เพราะเริ่มชอบการเป็นนักแสดงมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ” 

-อยากเรียนรู้อะไรอีกบ้าง 

“ผมสนใจการแสดงมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็สนใจการเป็นศิลปินเพราะผมชอบร้องเพลง เคยมีความคิดว่าอยากลองเดินแบบบ้างจัง ผมว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งสกิลการแสดง เรื่องเวลา ความกดดันต่างๆ ความเป็นส่วนตัวที่เริ่มหายไป แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบนะครับ เราก็มีความสุขกับตรงนี้มากๆ ดีใจมากๆ ที่มีทุกคนคอยสนับสนุน ก็อยากจะขอบคุณหม่ามี๊ เจ่เจ้ อาอี๊ อาหมวยทุกคนเลย รวมทั้งเฮียด้วยครับ” 

-วันว่างชอบทำอะไร 

“ชอบฟังเพลง ร้องเพลง เวลาอยู่บ้านจะชอบดูอะนิเมะญี่ปุ่น ชอบดูหนังพวกแนวแฟนตาซีอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชอบแนวนี้มากๆ”

-สไตล์นุนิวเป็นแบบไหน 

“ก่อนเข้าวงการผมไม่แต่งตัวเลย คืออะไรก็ได้ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบสไตล์ไหน แต่เริ่มอยากลองแบบคนเกาหลีดูครับ ดูมีเสน่ห์มากๆ” 

-สิ่งสำคัญตอนนี้ของนุนิวมีอะไรบ้าง

“น่าจะเป็นซีรีส์นี่แหละครับ แล้วก็เฮีย แล้วก็บ้านดูมันดิ คือเราอยู่กันเป็นครอบครัวไปแล้ว”

Check-In : ทุกคนสามรถตามรอย ซี-นุนิว เพื่อไปถ่ายรูปกับกราฟิตี้ “เปาเปา” เพื่อนซี้สีชมพูจาก foodpanda และสตรีทอาร์ตโดย JAYOTO ศิลปินไทยชื่อดัง ที่แยกพลับพลาไชย 2 กทม.

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Writer: Pimpilai Boonjong

Makeup: Thotsapol Wongbanchang

Hair: Phoonthas Lertmanorat

Stylist Assistants: Narawit Pengboontru, Pornthip Supunno

Photographer Assistants: Komthat Ninphan, Suphachai Suwanmajo






Other Articles