Saturday, July 2, 2022

ถอดรหัสสีชมพูฟูเชีย

งานพรมแดงหลายงานในช่วงต้นปี ดูเหมือนว่าสีชมพูฟูเชียจะเป็นสีฮิตของเหล่าคนดังเสียเหลือเกิน ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เฉดสีซึ่งมีความโดดเด่นนี้จะไม่จางหายไปไหน นอกจากบนพรมแดงแล้ว ชมพูฟฟูเเชียยังปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมป็อปและสังคมจนกลายเป็นภาพจำมาแล้วหลายครั้ง เช่นภาพมาริลีน มอนโรในชุดกระโปรงจับเดรปสีชมพูสด ในเรื่อง Gentlemen Prefer Blondes, เอลวิส เพรสลีย์ ในรถคาดิแลกสีชมพูปี 1955, เฉดสีประจำตัวของตุ๊กตาบาร์บี้ รวมทั้ง แอล วูด ตัวละครใน Legally Blonde

ชื่อ ฟูเชีย นั้นมาจากนามสกุลของ Leonhard Fuchs นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยนำมาตั้งเป็นชื่อต้นไม้เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา หากเทียบกับชมพูในเฉดต่างๆ สีชมพูฟูเชีย ดูจะตะโกนกว่าชมพูในเฉดอื่น เป็นสีชมพูที่ผสมเฉดสีม่วง ซึ่งในบางที่ก็เรียกว่าเฉดสีมาเจนตา  

ในโลกแฟชั่นเองก็เช่นกัน ชมพูฟูเชียนั้นวนเวียนอยู่ในโลกแฟชั่นนับตั้งแต่ศตวรรษที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นเฉดสีที่ขาดไม่ได้ในตู้เสื้อผ้าของเหล่าเทรนด์เซ็ตเตอร์และอินฟลูเอ็นเซอร์ แต่ก่อนหน้านั้น มีเพียงเฉดสีชมพูอ่อนละมุนเท่านั้นที่ได้รับความนิยม ดังปรากฏในชุดในราชสำนัก เช่นเฉดสี Rose Pompadour ซึ่งสื่อถึงความอ่อนเยาว์และโรแมนติก

แต่ผู้ที่ทำให้เฉดสีชมพูดสดร้อนแรงเป็นที่นิยมในโลกแฟชั่นก็คือ เอลซ่า สเคียปาเรลลี่ (Elsa Schiaparelli) ดีไซเนอร์เชื้อสายอิตาลีซึ่งหลงใหลในสไตล์เซอร์เรียลิสม์  นอกจากแฟชั่นที่ผสมผสานดีไซน์แปลกประหลาดแล้ว เธอยังนำสีชมพูร้อนแรงนี้มาใช้จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ในปี 1937 ซึ่งเธอเรียกสีนี้ว่า Shocking Pink การใช้สีที่สดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีชมพู เป็นวิธีที่สเคียปาเรลลี่สลัดตัวเองให้หลุดออกจากภาวะสงครามและค้นหาแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจใหม่ๆ ทังยังทำให้เธอแตกต่างในฐานะนักออกแบบ

ในแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่น Fall/Winter 2022 ของ Valentino ทั้งเสื้อผ้าและสถานที่จัดงาน (Le Carreau du Temple) ถูกฉาบด้วยสีชมพูโทนร้อนที่แสนโดดเด่นสะดุดตานี้ ปิแอร์เปาโล ปิคคิโอลี ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของวาเลนติโนเรียกคอลเลกชั่นนี้ว่าเป็ร “การหลีกหนีจากความจริง” และการเลือกนำเสนอคอลเลกชั่นในเฉดสีเดียวหรือเฉดสีโมโนโครมก็ช่วยให้คนโฟกัสกับรายละเอียดโครงชุดได้มากกว่า 

“ผมอยากใส่สีชมพูลงในคอลเลกชั่นมาตลอด มันเป็นสีที่ผมรู้สึกว่าคนสามารถทลายภาพจำได้ง่ายเพราะมันมีความหมายมากมาย ซึ่งมันก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย มันเคยเป็นสีที่แสดงพลังอำนาจของผู้ชาย ต่อมาก็กลายเป็นสีของหญิงสาว… ในวันนี้ มันหมายถึงสิ่งต่างๆ มากมาย”

แดเนียล โรสเบอร์รี่ ผู้สานต่อตำนนานเซอร์เรียลลิสม์ของห้องเสื้อสเคียปาเรลลี่ ก็หลงใหลในเฉดสีชมพูนี้เช่นกันและนำมาใช้ในงานออกแบบที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามนับตั้งแต่เขาเข้ามารับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์  “ผมว่ามันเป็นโค้ดที่ทันสมัยของห้องเสื้อนี้ครับ” 

วันนี้ พลังของสีชมพูสดนั้นได้แผ่ไปไกลเกินขอบเขตของความสวยงามหรือเฟมินีนไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทางการเมืองและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการใช้เฉดสีชมพูนี้ในการรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม หรือการแสดงพลังหญิงของกลุ่ม CODEPINK และโดยในเดือนมกราคม 2017 ผู้หญิงหลายล้านคนทั่วโลกเข้าร่วมเดินขบวนโดยเป็นส่วนหนึ่งของ Women’s March ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนสิทธิสตรี ความหลากหลาย และความอดทน โดยพวกเธอสวมหมวกไหมพรมหูแมวสีชมพูฟูเชียมารวมตัวเพื่อแสดงพลังและจุดยืน

….นี่ไม่ใช่แค่เฉดสีแห่งการหลีกหนีความจริงแล้ว แต่ยังสื่อถึงพลังในการเผชิญหน้า

Other Articles