Friday, July 1, 2022

Bvlgari เดินหน้าทุบสถิติด้วยนาฬิกาที่บางเท่าเหรียญสกุลยูโร 20 เซนต์

คอลเลกชั่น Octo Finissimo ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกนาฬิกา ดีไซน์ของคอลเลกชั่นนี้เน้นความมินิมัลร่วมสมัย ตัวเรือนแปดเหลี่ยมเล่นระดับซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมวิหารแพนธีออนในกรุงโรม ปรากฏโฉมในเฉดสีโมโนโครมทันสมัย ทั้งยังขึ้นเชื่อเรื่องความบาง (Ultra-Thin) แบบทุบสถิติโลกตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2012 และยังคว้ารางวัลนาฬิกายอดเยี่ยมจากหลายเวทีด้วย 

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของผลงานไอคอนประจำศตวรรษที่ 21 ทาง Bvlgari ได้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่มีชื่อว่า Octo Finissimo Ultra ซึ่งบางเพียง 1.8 มม. ทุบสถิตินาฬิกาจักรกลที่บางที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 8 โดยคำว่า Ultra สื่อถึงความปรารถนาในการก้าวข้ามขีดจำกัด การจะสร้างนาฬิกาที่บางขนาดนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนากลไกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวเรือน ฝาหลัง สาย และตัวล็อก โดยยังต้องคงดีเอ็นเอดั้งเดิมของคอลเลกชั่นไว้ด้วย 

กล่าวได้ว่าโปรเจ็กต์นี้ต้องระดมความเชี่ยวชาญทุกด้านมาใช้เพื่อศาสตร์ ultra-miniaturisation ผลงานนี้ใช้เวลาในการพัฒนานาน 3 ปี ผลิตจากไทเทเนียมซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักเบา ตัวเรือนเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. พร้อมสายรัดข้อมือแบบ integrated บางจนเหมือนกับผลงานสองมิติ หน้าปัดเผยให้เห็นกลไกที่ผ่านการออกแบบและตกแต่งอย่างงดงาม และเพื่อให้บางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงต้องใช้ฝาหลังทำหน้าที่เป็นเมนเพลตของกลไก BVL Calibre 180 ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 170 ชิ้น และเพื่อคงความแข็งแกร่ง จึงต้องผสมผสานทังสเตนคาร์ไบด์ในชิ้นส่วนข้างตัวเรือน ขอบตัวเรือน และฝาหลังด้วย 

“มาตรฐานใหม่ที่เราสร้างไว้ในวันนี้ผ่าน Octo Finnissimo Ultra เป็นเหมือนความฝันที่กลายมาเป็นความจริง” ฌอง-คริสตอฟ บาแบ็ง (Jean-Christophe Babin) ซีอีโอของบุลการีกล่าว “เป็นความฝันที่การันตีว่าบุลการีจะเป็นที่จดจำตลอดไปในฐานะแบรนด์ที่เขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่วงการนาฬิกาสวิส และการที่เราเป็นแบรนด์อิตาเลียนก็ยิ่งทำให้เราภูมิใจ” 

ไม่เพียงเท่านั้น Octo Finissimo Ultra ยังเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือน วงล้อของตลับลานสลักลาย QR Code เพื่อมอบประสบการณ์เชื่อมต่อกับโลกเมตาเวิร์สให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ เพราะเมื่อสแกนก็จะลิงก์ไปสู่อาร์ตเวิร์ก NFT เฉพาะของนาฬิกาแต่ละเรือน ซึ่งผลิตขึ้นเพียง 10 เรือนเท่านั้น มร.บาแบ็งกล่าวว่า “นี่ไม่เพียงเป็นการเชื่อมต่อสู่ข้อมูลนาฬิกาเท่านั้น แต่อาร์ตเวิร์ก NFT นี้ยังทำขึ้นเพื่อนาฬิกาแต่ละเรือนด้วย เราอาจจะได้เห็นหลายแบรนด์สร้างนาฬิกาเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยีสามมิติ แต่บุลการีนำเสนออาร์ตเวิร์ก NFT ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกา”

กล่าวได้ว่านอกเหนือจากความบางที่สุดในโลกแล้ว Ocot Finissimo ยังเป็นตัวแทนของมายด์เซ็ต ตอกย้ำปรัชญาของแบรนด์ ในการสร้างนวัตกรรมและสร้างนิยามใหม่ให้แก่โลกนาฬิกาชั้นสูงอย่างไม่สิ้นสุด 

Other Articles