Sunday, June 26, 2022

The legendary 30 Montaigne.

ตำนานของห้องเสื้อ Dior นอกเหนือจาก New Look แล้วก็มีบูติกเลขที่ 30 Montaigne หรือเลขที่ 30 อะเวนิวมงตาญ นี่แหละที่เป็นจุดหมายของคุณสุภาพสตรีที่มาเยือนปารีส ล่าสุดหลังจากปิดตัวไปกว่า 2 ปีเพื่อบูรณะใหม่สำหรับปีที่ 75 ของการก่อตั้ง Dior ซึ่งจะเปิดประตูต้อนรับบรรดาแฟชั่นนิสต้าและเหล่าผู้คนที่หลงใหลในดิออร์ในวันที่ 6 มีนาคมศกนี้

เรามาชมภาพสวยๆ (ทุกภาพเป็นลิขสิทธิ์ของ Dior ไม่สามารถนำไปใช้ในเชิงสาธารณะใดๆ ได้)เพื่อรำลึกความงดงามของสถานที่แห่งนี้กันก่อน

ก่อนที่เราจะได้ชมอัครมหาการบูรณะครั้งใหญ่ที่ดิออร์ยอมปิดเมซง ซึ่งเป็นเสมือนหัวใจของดิออร์โดยยอมสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล เพราะที่นี่เสมือนจุดหมายที่ผู้คนจะต้องมาเยือนและคุ้นเคย แม้ระหว่างการบูรณะนั้นจะกระจายส่วนสำนักงานของดิออร์ไปสู่ตึกข้างเคียง หรือบูติกและแฟล็กชิปของดิออร์อื่นๆ ในปารีสก็เปิดต้อนรับคนที่หลงใหลในดิออร์ แต่ทว่าที่เลขที่ 30 มงตาญ คือสถานที่ที่คนเฝ้ารอว่าจะเผยโฉมเมื่อใด และจะมีอะไรใหม่ๆ สำหรับคนในยุคโซเชียลมีเดียนี้บ้าง การปิดบูรณะนี้ไม่ได้ทำเพราะการระบาดของโควิด 19 แต่เป็นการทำที่วางแผนมายาวนานหลายปีก่อนหน้า และการลงมือทำก็ทำไปได้ช่วงหนึ่งแล้วถึงจะมีการระบาดที่ทำให้การทำงานช้าลงกว่ากำหนด แต่ก็แล้วเสร็จทันวาระสำคัญของปีนี้

สถานที่แห่งนี้เดิมคือ  hôtel particulier ที่ไม่ได้หมายถึงโรงแรมนะ เพราะฝรั่งเศสจะใช้  hôtel กับตัวอาคารหนึ่งๆ และชื่อนี้ก็มีเสน่ห์ดึงดูดมิสเตอร์ดิออร์ให้เลือกสถานที่นี้เป็นที่ตั้งบูติกแห่งแรกของเขาในปี 1946 และเป็นที่แสดงคอลเลกชั่นแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 1947 ที่ทำให้เกิด New Look ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดแสดงคอลเลกชั่นมาอย่างยาวนาน สำหรับคนรุ่นใหม่ๆ อาจจะสับสน ก่อนหน้าที่จะมีเสื้อผ้าสำเร็จรูป ห้องเสื้อที่มีชื่อเสียงในปารีสจะเป็นโอต์กูตูร์ทั้งหมด เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาเริ่มมีจริงจังช่วงยุคซิกส์ตี้ส์ ที่นี่จึงเสมือนบ้านอีกแห่งของมิสเตอร์ดิออร์ ซึ่งการตกแต่งหลายๆ อย่างในสถานที่แห่งนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กูตูริเยร์คนต่อๆ มาของเฮ้าส์ดิออร์นำมาเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นสีเทา(ปีกนกพิราบ)ที่มิสเตอร์ดิออร์ชื่นชอบและใช้เป็นสีของที่นี่ ลายสานที่เรียกว่าลาย cannage (ไทยเรียกลายดอกพิกุล)ที่บุเป็นพนักและที่นั่ง หรือแม้แต่เก้าอี้สไตล์หลุยส์ 16 และอีกมากมายหลายสิ่งจากเลขที่ 30 มงตาญ นี้ได้กลายมาเป็นภาพจำสำหรับทุกคนที่มีต่อดิออร์

แน่นอนว่าเราจะต้องนำภาพหลังการบูรณะครั้งใหญ่นี้มานำเสนออย่างแน่นอน แต่ถ้าอยากจะทราบว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง อย่างที่เราพอทราบยังไม่ได้เอกสารยืนยันก็คือ นอกจากจะเป็นแฟล็กชิปสโตร์ที่มีดีไซน์ทุกอย่างของดิออร์แล้วจะมีแกลเลอรีจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวของดิออร์ที่ทุกคนสามารถมาเยี่ยมชมได้ มีคาเฟ่ที่จะต้องกลายเป็นจุดหมายใหม่สำหรับคนชอบไลฟ์สไตล์แบบปารีเซียง และแน่นอนว่าต้องมีส่วนวีไอพีต่างๆ สำหรับลูกค้าโอต์กูตูร์และแขกพิเศษของดิออร์ จะหรูหรางดงามแค่ไหนเราจะนำมานำเสนอเร็วๆ

Other Articles