Tuesday, December 7, 2021

‘กระดูกสันหลังราตรี’ นิทรรศการที่ได้แรงบันดาลใจจากจักรวาลและความเชื่อ

ถ้าพูดกันตามทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน ดวงดาวในจักรวาลเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า บิ๊กแบง…

แต่ก่อนหน้า บิ๊กแบงล่ะ

“พระเจ้าล่ะมั้ง”

 

จักรวาล วิทยาศาสตร์ ศาสนา ความฝัน ความเชื่อ เอาจริงๆ มันเป็นสิ่งที่แทบจะแยกจากกันไม่ออกแม้ว่าตามทฤษฎีแล้วมันจะเป็นคนละเรื่องก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เรารู้สึกเอ็นจอยจากการได้ชมนิทรรศการ ‘กระดูกสันหลังแห่งราตรี’  หรือ backbone of the night ของ ข้าว-กรพัฒน์ คชภักดี ชายหนุ่มซึ่งเคยทำงานอยู่ในแวดวงนิตยสาร ก่อนจะผันตัวไปเป็นศิลปินอย่างจริงจัง 

ชื่อ ‘กระดูกสันหลังแห่งราตรี’  ตั้งตามชื่อจากบทความบทหนึ่งของหนังสือ Cosmos ที่เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์นามว่า Carl Sagan เป็นนิทรรศการที่ว่าด้วยเรื่องของความสงสัยของเขาในวัยเด็กว่าจักรวาลและดวงดาวต่างๆ มีที่มาอย่างไร รวมไปถึงการเล่าเรื่องประวัติศาสตรของมนุษยที่เกี่ยวกับอวกาศวิทยา  และมุมมองของเขาที่มีต่ออวกาศวิทยาในฐานะผู้สังเกตการณ์ และผู้บันทึกเรื่องราวระหว่างรอยต่อในปัจจุบันและยุคสมัย 

“ผมว่าในการศึกษาเรื่องดวงดาว มันมี 2 มุมคือข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ และศาสนา และมันมีความเกี่ยวข้องกันในประวัติศาสตร์ อย่างการวิวาทะกันระหว่างนักดาราศาสตร์ในยุคแรกๆ และศาสนจักร แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้ไม่เคยยอมแพ้ ได้แผ้วถางสิ่งต่างๆ ให้คนรุ่นหลัง”

ทำไมถึงสนใจเรื่องราวเหล่านี้? “ช่วงหลังๆ ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับอวกาศเยอะ และก็มีการค้นพบและความก้าวหน้าด้านอวกาศเยอะ เลยรู้สึกว่ามนุษย์นี่เก่ง สิ่งทีอยู่นอกโลกก็ยังศึกษาได้” นอกจากหนังสือของ Carl  Sagan ที่ข้าวบอกว่าภาษาสวยอ่านสนุก หนังสือของ Stephen Hawking ก็เป็นเล่มที่เขาอ่านเพื่อศึกษา 

ถ้าไม่นับรวมเวลารีเสิร์ช ภาพในนิทรรศการนี้ใช้เวลาวาดนาน 5 เดือน มีหลายผลงานที่น่าสนใจซึ่งบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเอกภพผ่านตามยุคสมัยผสมผสานเข้ากับแนวคิดต่างๆ  เช่น God’s Creation เป็นภาพจักรวาลอันไพศาล แต่มีมือสองมือยื่นเข้าหากัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากภาพพระเจ้าสร้างอดัมกับอีฟของมิเกลันเจโล รวมถึงภาพสเกลใหญ่สุด The Last Frontier ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดวงจันทร์ของดาวเสาร์ที่เชื่อกันว่ามนุษย์ไปอาศัยอยู่ได้ ผสมกับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Space Odyssey 

ภาพ First Man ซึ่งถ้าพูดคำนี้ คนมักนึกถึงนีล อาร์มสตรอง ผู้เหยียบดวงจันทร์ แต่ข้าวหมายถึง ยูริ กาการิน มนุษย์คนแรกที่ขึ้นไปในอวกาศและกลับลงมายังพื้นโลกได้อย่างปลอดภัย ซึ่งความสำเร็จทางด้านอวกาศของโซเวียตทำให้อเมริกาเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอวกาศของตนเอง 

และอีกภาพคือ On The Revolutiuon of Heavenly Sphere ซึ่งเป็นภาพมือกำลังถืออุปกรณ์คล้ายวงเวียน “ผมได้แรงบันดาลใจมาจากนิโคลัส โคเปอร์นิคัส เพราะเขาคือคนที่กล้านำเสนอความคิดที่ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลาง แต่เป็นดวงอาทิตย์ต่างหาก ซึ่งมันได้พลิกแนวคิดทางด้านดาราศาสตร์ให้เปลี่ยนไปตลอดกาล 

นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของข้าว หลังจากที่เขาลาออกจากงานประจำและขลุกอยู่ในโรงรถที่บ้านเพื่อทำงานศิลปะในปี 2016 “ช่วงแรกผมก็ไม่ได้วาดแนวนี้นะ เพราะเรายังไม่ได้โฟกัสกับสิง่ที่อยู่ในตัวเรา ทำเอาความสุข แต่ตอนนี้ อยากให้อาร์ตพูดแทนตัวเรา”    

ใครที่สนใจ สามารถแวะไปชมนิทรรศการ กระดูกสันหลังแห่งราตรี The Backbone of Night ได้จนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ที่ CU Art4C (ใกล้ๆ กับสามย่านมิตรทาวน์) 

Other Articles