Monday, December 6, 2021

ความงดงามในความกล้าฝันของนักแสดงสาว ‘วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด’

วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด หญิงสาวที่เริ่มจากการเป็น hair talent ให้ซูเปอร์สตาร์ชาวไต้หวัน ก่อนจะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพูสระผม และก้าวเข้าสู่วงการในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ในเวลาต่อมา “เราไม่คาดฝันว่าจะมาไกลขนาดนี้” นักแสดงสาวเจ้าบทบาทกล่าว แต่ด้วยมายด์เซ็ตที่เธอตั้งมั่นว่า “ทุกอย่างในโลกนี้เป็นไปได้หมด อยู่ที่เราจะกล้าฝันไหม กล้าเชื่อไหมว่าเราจะทำสิ่งๆ นั้นได้” ทำให้เธอไม่กลัวที่จะพลาด ลอฟฟีเซียลอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับสาวคนนี้ให้ลึกซึ้งผ่านตัวอักษร ไม่ใช่แค่มองและตัดสินเธอจากรูปลักษณ์ภายนอก

เสื้อเชิ้ตดีเทลตัดต่อลูกไม้ สวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำและกางเกง สร้อยคอโลหะทอง กระเป๋าถือรุ่น Gaby ทั้งหมดจาก SAINT LAURENT BY ANTHONY VACCARELLO

ชีวิตนักแสดงอิสระเป็นอย่างไรบ้าง

“วาได้รับโอกาสใหม่ๆ จากหลายที่มาก เลยตั้งใจว่าแต่ละเรื่องที่เลือกจะต้องมีคาแร็กเตอร์แตกต่างกันสุดๆ ไปเลย เพราะว่าจะได้ชาเลนจ์ตัวเองด้วย วาพยายามไม่เลือกละครที่เคยเล่นแล้ว หรือว่าต่อให้ดูเหมือนน่าจะดีก็จะไม่เลือก วาจะเลือกอะไรที่ไม่เคยเล่น ช่วงนี้ถ่ายละคร 4 เรื่อง และหนังใหญ่ 1 เรื่อง มีทั้งแนวพีเรียดย้อนยุค แนวโมเดิร์น แล้วก็มีซีรีส์วัยรุ่นที่เป็นยุคใหม่ เรื่องนี้วาชอบบทมากเพราะพูดถึงความเท่าเทียมกันในสังคมระหว่างผู้หญิงผู้ชาย เป็นอะไรที่แปลกใหม่และเหมาะกับปัจจุบัน บทแต่ละเรื่องไม่เหมือนกันเลย มีทั้งเป็นนักกีฬามวย โค้ชฟุตบอล บางเรื่องมีแฟนตาซีเข้ามาเกี่ยวข้อง”

คาแร็กเตอร์ที่ต่างกันสุดขั้ว ต้องถ่ายทำช่วงเดียวกันแบบนี้ น่าจะเหนื่อยหนักเลยใช่ไหมคะ

“เหนื่อยค่ะ อย่างเรื่องที่เล่นเป็นคู่รักปัจจุบันก็จะมีดราม่าเยอะ มีความเครียดสูง เรื่องที่เป็นกีฬาก็คือต้องซ้อมหนัก ร่างกายจะมีความเครียดอีกแบบหนึ่ง จริงๆ ก็บริหารจัดการยาก วามองว่าทุกเรื่องที่รับคืออยากเล่นจริงๆ เพราะฉะนั้นต้องทำทุกอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะยากขนาดไหน แต่ละวันกลับบ้านมาปุ๊บจะพยายามนั่งสมาธิและกลับมาอยู่กับตัวเอง เพราะว่าเวลาเราเป็นตัวละคร เราจะเล่นสุดมาก วาจะทิ้งตัวเองแล้วก็ไปเป็นตัวละคร ซึ่งร่างกายต้องแบกรับอารมณ์ความรู้สึกตัวละครทุกวัน ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”

แสดงว่ายังสนุกสนานกับอาชีพนี้

“มันมีทั้งตอนที่สนุกและไม่สนุก มันชาเลนจ์เรา ความพิเศษของการเป็นนักแสดงคือเป็นอะไรที่ในชีวิตจริงเราไม่ได้เป็น มีพลังวิเศษ กระโดดตีลังกา ได้เห็นตัวเองในแบบนั้นก็สนุก อีกอย่างคือความไม่จำเจ แต่ละโลเคชั่นที่เราไปแตกต่างกันทุกวัน รู้สึกว่าได้เที่ยวไปด้วย แต่มันจะมีความไม่สนุกตรงที่เราใช้ร่างกายเยอะ ทั้งพลังกาย จิตข้างใน อารมณ์ วาว่าทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม”

ชุดกระโปรงสีดำไหล่ตั้ง และเข็มขัดตกแต่งคริสตัล จาก VERSACE

ข้อเสียของวงการนี้เช่นอะไรบ้าง

“หลายอย่างในวงการค่อนข้างจะ toxic ทั่วโลกแหละ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย นักแสดงเป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะ แฟนวาอธิบายว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคนธรรมดาทั่วไปจะมีโดพามีนหรือสารแห่งความสุขหลั่งอยู่ตลอดเวลา เรื่องเล็กๆ ก็ทำให้มีความสุขได้ง่ายกว่า แต่นักแสดงจะถูกทรีตอีกแบบหนึ่งในหลายๆ ด้าน ทั้งตอนทำงาน ตอนอยู่ข้างนอก เพราะฉะนั้นการที่จะมีความสุขมันก็ยากขึ้น รวมถึงการถูกคาดหวังด้วย คุณเล่นละครเรื่องนี้ต้องประสบความสำเร็จ ถ้าคุณไม่ประสบความสำเร็จถือว่าเฟลนะ อย่างวาก็มีช่วงที่เหมือนจะดาวน์ๆ นึดนึง แต่เราต้องพยายามดึงตัวเองกลับมาแล้วหาว่าความสุขของเราจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ แค่หาเป้าหมายเล็กๆ ที่ achieve ได้ง่ายๆ ทุกวัน”

ที่ผ่านมาเคยมีโมเมนต์ถอดใจบ้างไหม

“เคยเหมือนกัน มีบางโมเมนต์ที่อยากไปเล่นเซิร์ฟทุกวัน ไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวปีนี้หาตังค์แล้วไปอยู่แบบนั้น แต่เพราะว่าการแสดงเป็นสิ่งที่เราหลงใหล คือถ้าไม่ได้ชอบ คงหาเงินเยอะๆ แล้วก็เลิกทำ อย่างที่บอกว่าการอยู่ตรงนี้ความคาดหวังและความกดดันต่างๆ ทำให้ทุกข์เยอะเหมือนกัน แต่เรายังชอบมันอยู่ อาจจะเหมือนบางอย่างเนอะที่มัน toxic แล้วเราชอบอะ (หัวเราะ) ต้องโดนนิดนึง”

ช่วงไหนของชีวิตที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

“ตอนอายุ 27-28 วาไปเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์ รู้สึกว่าต้องลงทุนกับสกิลตัวเองเป็นสิ่งแรก เพราะร่างกายและความสามารถของเราเหมือนโปรดักต์ที่จะอยู่กับเราไปตลอด สิ่งที่ได้คือประสบการณ์ที่ทำให้เรามองเห็นโลก พอได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ขึ้นรถบัส กินข้าวในโรงอาหาร กินน้ำก๊อก เราได้เห็นคุณภาพชีวิต ความเท่าเทียม ความไม่เหลื่อมล้ำทางสังคม คุณจะใส่แบรนด์เนมไปโรงเรียนก็ไม่มีใครสนใจเพราะเขาไม่ได้ให้ค่ากับวัตถุ อยู่เมืองไทยถ้าคุณไม่ได้ขับซูเปอร์คาร์ คุณไปจอดหน้าห้างไม่ได้นะ แต่อยู่ที่โน่นคนที่ได้จอดข้างหน้าคือคนพิการ ผู้หญิงท้อง ซึ่งมันแฟร์ ไม่มีแบบว่าคุณรวยกว่าแล้วจะได้อะไรที่ดีกว่า

“พอย้อนกลับมาดูประเทศเรา ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จถ้าเทียบกับผู้ชายถือว่าน้อย หรือการให้เกียรติต่างๆ ก็ไม่ได้ถือว่าแย่ แต่ถามว่าเท่าเทียมกันจริงๆ ไหม มันก็ยังไม่เท่าเทียม การไปเห็นโลกที่เขาบริหารจัดการได้ดีทำให้เราโตขึ้นอีกแบบหนึ่ง ทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่เราเป็นมันควรพัฒนา เพราะยังมีหลายอย่างที่ไม่ถูกต้องและควรทำให้ถูกต้อง แต่เราไม่ได้รู้สึกว่าอึดอัด เพราะเราก็โตมากับอะไรแบบนี้ แค่คิดว่ามีหลายอย่างที่ต้องเปลี่ยนแปลงและทำให้ดีขึ้น”

ชุดกระโปรงสีดำไหล่ตั้งดีเทลกระดุมหน้า ถุงมือหนังตกแต่งโลหะทองตัวอักษร DG และรองเท้าส้นสูงประดับมุก ทั้งหมดจาก DOLCE & GABBANA

วาววาตอนเข้าวงการใหม่ๆ กับวาววาตอนนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

“ข้างในไม่ค่อยเปลี่ยน วารู้สึกว่าวาโตตั้งแต่ 19 หมายถึงว่ามีความฝันอยากจะทำธุรกิจให้ใหญ่ระดับโลกแบบนั้นแบบนี้ ทุกวันนี้เราก็ยัง continue อยู่ ซึ่งมันอยู่ในโปรเซสที่สามารถเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความเป็นผู้ใหญ่ ตอนเด็กๆ เวลาจะทำอะไรต้องทำเดี๋ยวนี้ และต้องทำให้ได้ แต่พอโตขึ้นจะมีเหตุผลมากขึ้น ใจเย็นลง แบบว่าโอเค ธุรกิจนี้ยังอยากทำอยู่แต่ว่าต้องวางแพลนมากขึ้น มีไทม์ไลน์ มีระบบจัดการที่ตอนเด็กๆ เราคิดว่าไม่จำเป็น เพราะเราคิดว่าผู้ใหญ่ไม่มีอยู่จริง ผู้ใหญ่ก็คือเด็กที่อายุเยอะ แต่พออายุ 30 ก็รู้ว่าการเป็นผู้ใหญ่คือประสบการณ์และความเข้าใจโลก”

ธุรกิจที่ฝันอยากทำมาโดยตลอดคืออะไรคะ

“มันเป็นแพลตฟอร์มที่จะเข้าไปซัพพอร์ตโลคอลบิสิเนสค่ะ อย่างอะเมซอนคือ Business to Customer อาลีบาบาเป็น Business to Business แต่วาอยากจะทำ Farmer to Business และ Farmer to Customer วาอยากให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้จริงๆ ไม่ใช่ถูกนายทุนเข้าไปซัพพอร์ตแล้วก็เอาเปรียบ เพราะยังไม่มีใครเข้าไปช่วยคนที่ปลูกจริงๆ ทุกคนไปซื้อวัตถุดิบมาทำโปรดักต์ขายเป็นธุรกิจ ซึ่งวามองว่าจากเก้าปีที่แล้วที่วาคิด จนมาวันนี้มันมีความเป็นไปได้สูงมาก

“แพลตฟอร์มนี้ถ้าคุณทำบิสิเนสสามารถเข้าไป register ได้ แล้วคุณจะเห็นเหมือนในกูเกิลแม็ปว่าแต่ละพื้นที่ปลูกอะไร เพื่อจะได้วัตถุดิบที่ดีในราคาเหมาะสม ต้นทางเองก็จะมีลูกค้าทั่วประเทศ รวมถึงโรงแรมต่างๆ และเด็กจบใหม่ที่อยากทำ SME หรือโปรดักต์อะไรก็สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น โดยทุกคนต้องอยู่ในระบบที่โปรงใสและเชื่อถือได้”

ชุดกระโปรงสีดำไหล่ตั้ง และเข็มขัดตกแต่งคริสตัล ทั้งหมดจาก VERSACE รองเท้าส้นสูงดีเทลสายหนังรัดข้อเท้าจาก CHRISTIAN LOUBOUTIN

ทำไมถึงคิดการใหญ่ขนาดนี้

“อาจจะดูเกินตัวนะคะ วาคิดว่าถ้าเราใช้ชีวิตปกติและเสียชีวิตไปตามธรรมชาติก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเราฝันใหญ่และลองทำดู ถ้าทำแล้วเฟลก็ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตปกติแบบนี้ต่อไป แต่ถ้าทำแล้วมันดี ทำให้คนอีกหลายล้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำไมเราไม่ลองฝัน เราเกิดมาทุกอย่างก็เป็นกำไรหมดอยู่แล้ว จากเด็กที่ไม่มีอะไรเลย จนวันนี้มีอาชีพ มีความสามารถ มีสิ่งที่มีได้ทุกวันนี้เพราะเรากล้าที่จะฝัน

“อีกอย่างที่ทำให้คิดจะทำตรงนี้คือคุณตาคุณยายวาเป็นชาวนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ถามว่าทุกวันนี้วาดูแลเขาไหม วาก็ไม่ได้ดูแลเขาเท่าที่ควร เพราะวารู้สึกว่าคัลเจอร์เราสอนให้เราต้องดูแลพ่อแม่ พ่อแม่ต้องดูแลตายาย ซึ่งจริงๆ แล้วทุกคนควรมีความรับผิดชอบในชีวิตตัวเองและดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นถ้าแพลตฟอร์มนี้สามารถเข้าไปช่วยทุกคน ลูกไม่ต้องดูแลพ่อแม่เพราะพ่อแม่จะมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของตัวเอง ตายายปลูกอะไรก็มีคนมารับซื้อ เขาจะมีความสุขเพราะเขาสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง มีคุณค่าในตัวเอง

“วาว่าทุกคนควรมีความรับผิดชอบในชีวิตของตัวเอง แต่ถ้าอยากทำให้พ่อแม่ก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่จำเป็นต้อง เอ้ย! เกิดเป็นลูกนะ ต้องดูแลพ่อแม่ เพราะว่าเราไม่ได้ตัดสินใจที่จะเกิด พ่อแม่มีเซ็กซ์ คนสองคนตัดสินใจที่จะมีความสัมพันธ์และสร้างชีวิตนึงขึ้นมา เราเป็นผลพวงของความสุขคุณ เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตเรา คุณมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตคุณ แต่เรารักคุณ เราอยากให้คุณ ได้ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรเป็นแบบว่า เราเลี้ยงเธอมา เธอแต่งงานต้องเอาสินสอดมาให้เรา มันคือประเพณีที่วาว่าไม่ถูกต้อง มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ควรถูกวัดหรือตัดสินด้วยค่าของเงิน”

ชุดกระโปรงสีม่วงผ้าวิสโคสดีเทลกระดุมหน้า แหวนและตุ้มหูโลหะเงิน ทั้งหมดจาก BOTTEGA VENETA

ทราบว่าเป็นอาสาสมัครไปช่วยผู้ป่วยโควิด เล่าที่มาให้ฟังหน่อยสิคะ

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคมค่ะ เราจะอยู่ไม่ได้ถ้าทุกคนยังทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้นสังคมคือการที่เราทุกคนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย สิ่งที่วาทำได้คือซัพพอร์ตกลุ่มเพื่อนวา (Bangkok Community Help Foundation) เขาช่วยเหลือมา 19 เดือน เริ่มจากเข้าไปชุมชนคลองเตยเพื่อนำอาหารแห้งไปแจก แต่ 5-6 เดือนที่ผ่านมาต้องทำทุกวัน จากเดิมที่ทำทุกอาทิตย์ วาเห็นความตั้งใจของเขา เลยไปช่วยทำตั้งแต่ปีที่แล้ว วันไหนว่างก็ไป พวกเขาไม่ได้อะไรเลย แต่เขามีความสุขที่จะช่วยคนอื่น

“วารู้สึกว่าเรามีเสียงอยู่ มียอดฟอลโลว์ล้านกว่า ในวันที่เราก็ไม่มีงานเพราะถ่ายละครไม่ได้ เราจะเอาสิ่งที่เรามีไปช่วยเขาได้ยังไงบ้าง เลยช่วยเป็นกระบอกเสียงบอกคนอื่นว่าตอนนี้ทีมต้องการอะไร กลายเป็นว่ามีคนส่งความช่วยเหลือมาเต็มไปหมด วารู้สึกว่าเสียงของเราก็มีคุณค่านะ แม้แต่พี่ๆ น้องๆ นักแสดงด้วยกันพอเห็นสิ่งที่เราทำช่วยชีวิตคนจริงๆ เขาก็ส่งของที่จำเป็นมาให้ กลายเป็นว่าพอทำไปเรื่อยๆ เหมือนหยุดไม่ได้ เพราะเราก็เห็นเคสต่างๆ แต่ส่วนใหญ่วาจะเป็นหลังบ้าน คอยดีลเพื่อนที่เป็นหมอเข้ามาช่วยให้คำปรึกษา หรือใครที่สามารถติดต่อยาให้คนไข้ได้

“มีช่วงหนึ่งเครียดมากเพราะเราเห็นคนตายจริงๆ บางวันเราช่วยไม่ได้ พอมีเยอะมากๆ เริ่มนอนไม่ได้ ปวดหลัง อาเจียน เครียด จนล่าสุดต้องไปต่างจังหวัดให้ตัวเองอยู่กับธรรมชาติเพื่อที่จะเยียวยาเหมือนกัน เพราะว่าเราอยู่ในสภาวะที่เหมือนต้องรับผิดชอบทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่เรา มันเป็นหน้าที่ใครที่เขาต้องทำแต่ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แล้วทำไมเราต้องมาอยู่ตรงนี้ มันก็มีความคิดเยอะแยะ แต่เรายังบริหารจัดการหลังบ้านทุกอย่างปกติ แค่ต้องหาบาลานซ์และรักษาตัวเองด้วย ไม่งั้นเครียดตาย อาจจะเป็นยอดผู้เสียชีวิตอีกแบบหนึ่ง (หัวเราะ)

“เราเห็นคุณภาพชีวิตของคนที่ยังไม่ได้มาตรฐานจริงๆ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือพอเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง มีรายได้ระดับหนึ่ง บางทีเราไม่ได้เห็นความเดือดร้อนของคนอื่นขนาดนั้น ตอนเด็กๆ วาก็เดือดร้อน วาก็ยากจน แต่พอมาถึงจุดหนึ่งที่เราใช้ชีวิตปกติ แล้วเราไม่รู้ว่าใต้พรมยังมีคนเดือดร้อนเยอะแยะมากมาย แต่พอเกิดโรคระบาดแบบนี้ คนที่ไม่มีทางออกเลย มันแสนสาหัสจริงๆ อะไรที่วาช่วยได้ วาก็จะช่วยเต็มที่”

ชุดกระโปรงสีดำไหล่ตั้งดีเทลกระดุมหน้า ถุงมือหนังตกแต่งโลหะทองตัวอักษร DG และรองเท้าส้นสูงประดับมุก ทั้งหมดจาก DOLCE & GABBANA

ตัวตนจริงๆ ของผู้หญิงที่ชื่อณิชชา

“อืม ตัวตนของวาครึ่งหนึ่งเป็นคนที่ชอบธรรมชาติ และอยากปล่อยวางทุกอย่าง เหมือนไม่อยากทำงานตรงนี้แล้ว อยากใส่บิกินีเล่นเซิร์ฟทุกวัน ไม่ต้องแคร์เลยว่าทุกคนจะคิดยังไง ใช้ชีวิตกับธรรมชาติเลย แต่อีกพาร์ตหนึ่งอยากจะ save the world ยังอยากชาเลนจ์ตัวเองว่าชีวิตนี้ก่อนตายควรทำอะไรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีและอาจจะช่วยเหลือคนได้ถ้าเราทำสำเร็จ เลยอยากเป็นนักธุรกิจที่สามารถทำแพลตฟอร์มช่วยเหลือคนได้มหาศาล หรือเล่นละครแล้วก็เอ็นเตอร์เทนคนได้ เวลาที่วาเข้าถึงบทบาท วารู้สึกว่ามันคืออาร์ต มันเป็น magic moment เหมือนกัน วาเลยรู้สึกว่าครึ่งหนึ่งของวาคืออิสระและธรรมชาติ อีกครึ่งคือความทะเยอทะยาน ความกลิตเตอร์ มีสีสัน ก็เป็นโลกสองใบ (หัวเราะ)”

Photographer: Adison Rutsameeronchai

Stylist: Piphacha Vonpiankul

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Makeup: Satanun Graisorn

Hair: Boonsiri Noi-iam

Photographer Assistant: Anurak Duangta

Other Articles