Tuesday, September 27, 2022

พูดคุยกับ โคลิน เฟิร์ธ และ สแตนลีย์ ทุชชี จาก ‘Supernova กอดให้รักไม่เลือน’

แม้จะไม่ใช่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แต่เชื่อว่า Supernova หรือชื่อภาษาไทยว่า กอดให้รักไม่เลือน คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย ด้วยชื่อชั้นของนักแสดชั้นนำอย่าง โคลิน เฟิร์ธ นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The King’s Speech และ สแตนลีย์ ทุชชี นักแสดงผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก The Lovely Bones อีกทั้งผู้สร้างมือรางวัลจาก 45 Years

ภาพยนตร์รักที่อิ่มเอมในหัวใจนี้เป็นเรื่องราวของคู่รักชาย-ชาย แซมและทัสเกอร์ เมื่อความทรงจำของคนรักกำลังจะหายไป แซม (โคลิน เฟิร์ธ) จึงได้ตัดสินใจออกเดินทางไปพร้อมกับ ทัสเกอร์ (สแตนลีย์ ทุชชี) คู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันกว่า 20 ปี เพื่อไปพบกับครอบครัว เพื่อนฝูงที่จะคอยเติมเต็มพลังใจและสร้างบรรยากาศให้ดียิ่งขึ้น ระหว่างทางพวกเขาเหมือนได้พาตัวเองย้อนกลับไปในอดีตที่มีทั้งความสุขและน้ำตา

คุณทั้งสองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ยังไง

ทุชชี: “ผมได้ดู  Hinterland ผลงานก่อนหน้าของแฮร์รี แม็กควีน ผู้กำกับของเรา เขาใช้โทรศัพท์ไอโฟนถ่ายทั้งเรื่อง แถมมีงบแค่หนึ่งหมื่นเหรียญ ผมประทับใจฝีมือของเขา ผมอยากร่วมงานกับเขาเพราะผมเป็นนักทำหนังและโปรดิวเซอร์สายอินดี้เช่นกัน หลังจากผมได้อ่านบทมันเป็นบทที่ถ่ายทอดออกมาได้งดงามดั่งบทกวี มันไม่ฟูมฟายเลย มันคือความจริงใจแสนบริสุทธ์ คุณรู้เลยว่าแซมและทัสเกอร์ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมานาน มันมีแง่มุมบางอย่างซ่อนอยู่ให้ผู้ชมได้ค้นหาคำตอบบ้าง แต่หัวใจหลักของเรื่องคือความสัมพันธ์ของตัวละคร ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องมีความสมจริงเพราะนั่นคือรากฐานของทุกสิ่ง”

ได้ข่าวว่าคุณเป็นคนชวน โคลิน เฟิร์ธ มารับบทแซม

ทุชชี: “ใช่ ผมอยากร่วมงานกับโคลินอีกครั้งมาตลอด ผมขอให้เขามาเล่นหนังอินดี้ที่ผมทำ แต่เขาปฏิเสธทุกครั้ง พอผมได้อ่านบทผมรู้เลยว่าใครที่เหมาะมาเล่นคู่กับผม เราเป็นเพื่อนกันมานาน มันคือความเป็นเพื่อนที่แบบว่าไม่ต้องเจอกันบ่อยๆ แต่มันเหมือนกับว่าเราไม่ได้พลาดอะไรในชีวิตกันและกันไปเลย ผมสบายใจเสมอเมื่อได้ร่วมงานกับเขา เราอิมโพรไวส์กันได้ ปล่อยมุกเข้าขา เราไม่ต้องมาเสียเวลาทำความรู้จักกันก่อนเปิดกล้อง โคลินบวกกับบทที่ดีมันก็เหมือนกับงานผมเสร็จไปแล้วครึ่งนึง”

เฟิร์ธ: “ผมจำได้ว่าเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ผม ในนั้นมันมีบทภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ พอผมได้เปิดอ่านผมรู้เลยว่านี่มันโคตรจะสแตนลีย์ ผมไม่มีข้อมูลอื่นๆ เลยว่าใครสร้าง แนวทางอื่นๆ เพราะมันไม่ได้ผ่านเอเย่นต์ผม มันเป็นบทที่เพื่อนซี้ของผมส่งให้กับมือ ผมคงปฏิเสธไม่ลง ถ้าคุณรู้จักใครมานาน 20 ปี คุณจะได้เห็นธาตุแท้ของเขา การที่ผมเป็นเพื่อนสนิทกับสแตนลีย์ให้ช่วยเสริมมิติให้กับหนังนะ ในจักรวาลของหนังไม่มีใครรู้จักแซมและทัสเกอร์ไปมากกว่ากันและกันแล้ว”

ทุชชี: “แม้ว่าในบทจะไม่ได้ระบุรายละเอียดของความสัมพันธ์นี้ทั้งหมด แต่มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ในฐานะนักแสดงคุณต้องเติมเต็มช่องว่างในตัวละครเองบ้าง ผมใช้ชีวิตคู่กับภรรยา 18 ปีก่อนที่เธอจะจากไปด้วยโรคมะเร็ง เธอต่อสู้กับมะเร็งอยู่สี่ปี่ก่อนจะเสียชีวิต ผมเองก็เพิ่งจะออกมาบอกทุกคนว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งเช่นกัน ผมโชคดีกว่าเธอเพราะผมหายเป็นปกติ ประสบการณ์พวกนั้นช่วยให้ผมเข้าใจคนที่ต้องเผชิญกับโรคร้ายเหล่านี้ได้ดี”

หลังจากได้อ่านบทพวกคุณตัดสินใจสลับตัวละครกันเล่น

เฟิร์ธ: “ใช่ จริงๆ ตามแผนผมต้องเล่นเป็นทัสเกอร์ สแตนลีย์เล่นเป็นแซม”  

ทุชชี:” เหมือนสัญชาติญาณบอกผมว่าบางอย่างมันยังไม่เข้าที่ ผมเลยลองถามโคลินว่าเรามาลองสลับบทดูกันดีไหม”

เฟิร์ธ: “พอสแตนลีย์พูดบททัสเกอร์ผมรู้เลยว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับบทนี้ ไม่ใช่ผม ซึ่งผมดีใจที่ท้ายที่สุดเราตัดสินใจถูกต้อง”

มีหนังไม่กี่เรื่องที่ได้เงินทุนจาก  Wellcome Trust และ Supernova คือหนึ่งในนั้น พวกเขาเป็นใคร?

ทุชชี: “กองทุน Wellcome Trust คือกองทุนที่มีขึ้นเพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อความยั่งยืนของมนุษย์ พวกเขาให้ข้อมูลกับเราเรื่องอาการสมองเสื่อมก่อนวัยอันควร ไม่กี่ปีมานี้ทางองค์กรลงทุนในสื่อภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับอาการนี้ให้สังคมได้รับรู้”

เฟิร์ธ: “เรากับแฮร์รีไปเยี่ยมศูนย์วิจัยโรคสมองเสื่อมที่  University College London   และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ดร.เซบาสเตียน ครุทช์ และทีมงาน เขายังได้ทำความรู้จักกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจริงๆ รวมถึงผู้ที่เสียคนรักไปเพราะอาการนี้ มันเป็นประสบกาณณ์เปลี่ยนชีวิตผมเลย ผมแปลกใจเมื่องรู้ว่ามีคนทุกข์ทรมานจากโรคนี้มากขนาดไหน  โรคสมองเสื่อมมีคำจำกัดความและอาการที่กว้างมาก มันคร่าชีวิตคนในประเทศนี้มากกว่าสาเหตุอื่นๆ  แม้ว่ามันอันตรายขนาดนี้แต่เรารู้เกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก โดยเฉพาะอาการสูญเสียความทรงจำก่อนวัยอันควรเรายังเข้าใจเพิ่มว่าอาการเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมไม่ได้มีแค่การสูญเสียความทรงจำเท่านั้น  ถ้าคุณมีภาวะสมองเสื่อม ไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วมันมักจะจบลงที่โรคอัลไซเมอร์ แต่อาการสมองเสื่อมหลายประเภทอาจจะไม่มีการสูญเสียความทรงจำเลยเป็นเวลานาน”

ทุชชี่: “อย่างในเรื่อง ตัวละครของผม ทัสเกอร์ มีอาการที่เรียกว่า Posterior Cortical Atrophy นั่นเป็นอาการสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรประเภทหนึ่งที่ผู้ป่วยจะค่อยๆ สูญเสียการมองเห็นและทักษะด้านอ่านเขียน แต่ความทรงจำยังดีในการป่วยระยะแรก เมื่อมองเผินๆ ทัสเกอร์อาจจะดูปกติดี แต่ข้างในเขากำลังสูญเสียการควบคุมทุกอย่างไปทีละน้อย”

หนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่ย่านเลกดิสตริกต์จากที่เราเห็นในตัวอย่างมันดูงดงามมากๆ

ทุชชี: “ผมไม่เคยไปย่านเลกดิสตริกต์มาก่อน พอได้เห็นด้วยตาตัวเองผมถึงกับอ้าปากค้าง เราพักที่บังกะโลหลังเล็กๆ ริมแม่น้ำ แม้ว่าฝนจะตกทุกวันและอากาศเย็นลงเรื่อยๆ จนถึงขนาดมีหิมะตกตอนเรากำลังจะปิดกอง แต่มันก็ไม่ทำให้ผมรักที่นั่นน้อยลงเลย”

เฟิร์ธ: “ที่นั่นมีบรรยากาศที่สงบแบบบรรยายไม่ถูก เราไม่เจอคนอื่นเลยนอกจากทีมงานด้วยกันตลอดหกสัปดาห์ หลังเลิกกองทุกวันผมกับสแตนจะมานั่งเตรียมงานของวันพรุ่งนี้ที่ห้องของเขา เรื่องของเรื่องคือผมไปกินอาหารที่เขาทำต่างๆ หาก เขาเป็นเชฟขั้นเทพเลยล่ะ ผมว่ามันช่วยแก้เหงาได้ดีนะ ในเมื่อเราต้องจากครอบครัวไปเป็นเวลานานๆ เพื่อนแก้เหงาก็มีแต่คนในกองเท่านั้นแหละ พวกเขาทุกคนช่วยให้มันไม่รู้สึกเหมือนกำลังทำงานอยู่เลย”

Supernova กอดให้รักไม่เลือน” เข้าฉาย  7 ตุลาคมนี้ 






Other Articles