Monday, September 20, 2021

แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด หญิงสาวที่ซุกซ่อนความแกร่งไว้ในความหวาน

แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด นักแสดงและนางแบบที่มีผลงานให้เราได้ชมกันตลอด ผลงานละครที่ถ่ายทำตอนนี้มีเรื่อง ‘คู่เวร’ และ ‘ปมเสน่หา’ รวมถึง ‘The Snake Queen สาปอสรพิษ’ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ ภายใต้ความสวยที่เพียบพร้อม แพทยังเป็นสาวแกร่ง พิสูจน์ได้จากวันที่ไปถ่ายแฟชั่นเซ็ตฉบับ L’Officiel Wedding 2021 เธอต้องใช้ความทรหดในการไต่ลงบันไดซึ่งทั้งแคบทั้งชันและสูง เพื่อลงไปยังด้านล่างสุดของพื้นที่ซึ่งเป็นเขื่อนระบายน้ำ ท่ามกลางอากาศเมืองไทยในวันที่แสงแดดแผดจ้า เพื่อให้เราเก็บภาพสวยๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไร้เสียงบ่นอิดออดจากเธอ ตรงกันข้าม…แพทยังคงร่าเริง ยิ้มหวานให้ทีมงานได้กระชุ่มกระชวยจนลืมเหนื่อยไปตามๆ กัน

เดรสยาวคอวีช่วงกระโปรงทรงเมอร์เมดจาก Vanus First เครื่องประดับจาก Cartier

เล่นหนังเรื่องแรก The Snake Queen ต้องเข้าฉากกับงูตัวเป็นๆ

“ใช่ค่ะ แพทว่าที่เขาเลือกเพราะแพทไม่กลัวงู ความจริงแพทกลัวอะไรรู้ไหม กลัวจิ้งจกค่ะ แพทไม่เคยเล่นหนังมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เป็นหนังไม่ธรรมดาด้วย มีงู เหมือนคนไทยชอบ คิดว่าเรื่องนี้น่าจะถูกจริตคนดูค่ะ”

แล้วมีบทแบบไหนที่แพทไม่ค่อยอินบ้างไหม

“บทแบ๊วค่ะ เราไม่ได้เป็นคนขี้อ้อน แต่เป็นคนที่แมนๆ เมื่อสองปีที่แล้วแพทเคยรับบทอ้อน ต้องแบ๊ว ใสซื่อ จำได้ว่าวันแรกที่ไปถ่ายหลายเทคมากๆ คือไม่อิน สุดท้ายแล้วด้วยทีมงาน ผู้จัด ทุกคนช่วยกันสุดฤทธิ์ จนเราแฮปปี้”

ตั้งแต่เข้าวงการแพทมีงานต่อเนื่องมาตลอด เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันเนอะ

“บางทีแพทเคยคิดนะคะว่าอาจจะเล่นละครเร็วเกินไป เพราะเอาจริงตอนนั้นภาษาก็ไม่แข็งแรง การแสดงก็ยังไม่ได้มีการเรียนอะไรมากมาย ถือว่าไม่ได้ฝึกอะไรเลยก็ได้ เข้ามาตอนยังเด็กมาก ถ้าพูดถึงการแสดงก็ถือว่าเร็วไป แต่ในทางกลับกัน แพทได้เรียนรู้วงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก เพราะโตมากับมัน เลยรู้สึกว่าเราไม่ regret มันทำให้เรามาถึงทุกวันนี้ได้ ตอนนี้คือจุดที่เราเต็มที่กับมันได้อย่างเต็มตัว เพราะหนึ่ง-เราเริ่มโต และสอง-เรียนจบแล้ว

ก่อนหน้านั้น priority คือการเรียน แพทเข้าเรียนทุกคาบ งานชนก็ไม่รับงาน แต่ตอนนี้ทำงานได้เต็มที่ แล้วเหมือนโอกาสหลายๆ อย่างเริ่มเข้ามามากขึ้น ด้วยเวลา ด้วยอายุ แพทไม่ได้เสียดายนะ ถือว่าเรามีเวลาได้เรียนรู้ รวมๆ ก็จะสิบปีแล้ว ที่ผ่านมาเหมือนเป็นประสบการณ์ ลองผิดลองถูก เรียนรู้ไป แพทไม่ได้โตมาในวงการร้อยเปอร์เซ็นต์ คือโตมาแบบมีชีวิตเป็นคนปกติ ไปเรียน มีเพื่อน แค่ได้ทำงานไปด้วย แต่นี่คือถึงจุดแล้วนะ นี่คืออาชีพเราเต็มตัว เหมือนเราพร้อมที่จะลุย”

ร่าเริงแบบนี้ตลอด เดาว่าวัยเด็กน่าจะเคยมีวีรกรรม

“แพทรู้สึกว่าทุกคนมีวีรกรรม แพทว่าเป็นปกติของมนุษย์ ยิ่งคนที่เรียบร้อยเนี่ยจะไม่เรียบร้อย แพทสังเกตมาทุกคนแล้ว ที่ดูไม่มีอะไร ใสๆ นี่แหละร้ายยย (ลากเสียง) จริงๆ (ย้ำอีก) แพทว่าแพทโตมาแบบปกตินะ ก็มีช่วงวัยรุ่น มีโมเมนต์ที่ซน มีโมเมนต์ที่ไม่เหมือนพ่อแม่ซึ่งก็เหมือนเด็กทุกคน แต่อาจจะไม่ได้หลุดไง ไม่ได้เที่ยวถึงเช้า ไม่ได้เมาเละเทะ ไม่ได้เป็นแบบนั้น ก็มีแอบไปดูหนังกับผู้ชายนะ อะไรแบบนี้ มันก็เป็นปกติของทุกคน แต่แพทว่าสุดท้ายมันทำให้เรารู้ลิมิตของตัวเอง พอเราได้เห็นตัวอย่างคนรอบข้าง เห็นเพื่อนๆ หรือว่าได้ลองทำอะไรบ้าง เอออย่างนี้เราโอเค อย่างนี้ไม่โอเค”

เวลาเป็นดาราก็เหมือนมีสปอตไลท์ส่องตลอด แล้วจะทำอย่างไรถ้าใจเราอยากดูหนัง

“แพททำอย่างนั้น (หัวเราะ) หมายถึงถ้าอยากทำอะไรเราก็ทำ แต่เราต้องคิดก่อนว่ามันจะมีอะไรหรือเปล่า ถ้าคิดว่าโอเคเราก็ทำ แพทจะไม่ค่อยคิดถึงฟีดแบ็ก ซึ่งก็เลยเกิดเรื่องที่ผ่านมาในชีวิต เพราะว่าเราคิดน้อยมาก เราอยากทำอะไรก็ทำ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นสปิริต แพทรู้สึกว่าถ้าเราไม่เจอเรื่ีองร้ายหรือเรื่องแรงๆ เราจะไม่โต ไม่นิ่ง เราจะไม่เป็นอย่างตอนนี้ พอมองกลับไปแพทรู้สึกว่าตอนนั้นเราเด็ก”

เดรสเปิดไหล่ช่วงกระโปรงทรงเอไลน์ซ้อนเลเยอร์จาก Vanus First เครื่องประดับจาก Cartier

แพทกำลังจะบอกว่าบทเรียนนั้นสอนเราใช่ไหม

“ใช่ แพทว่าทุกคนเคยผิดพลาดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความผิดเล็กๆ หรืออะไรที่แรงขึ้นมาหน่อย แต่สุดท้ายแล้วแพทเชื่อว่าทุกคนได้รับโอกาส ทุกคนสามารถแก้ไขอดีตได้ ‘จริงๆ’ ไม่รู้นะ ขนาดคนเข้าคุกออกมายังได้รับโอกาสเลย คือทุกคนเปลี่ยนได้จริงๆ

แพทรู้สึกว่าตอนนั้นเราน่าจะ handle ได้ดีกว่านี้ จำได้ว่าหลายคนพยายามช่วยเรามากตอนที่เกิดเรื่อง ‘พูดอย่างนี้สิ ทำอย่างนี้สิ อย่าทำอย่างนั้นนะ’ เหมือนเราฟังเยอะแยะไปหมด จนไม่รู้ว่าควรจะยังไง เราเลยคิดว่าโอเค งั้นพยายามตอบให้มันสวยที่สุด แค่ตอบกลางๆ แต่สิ่งที่ควรทำแต่แพทไม่รู้คือตอบความจริงไปเลย อะไรเกิดขึ้นก็พูดไปเลย โดนด่าน่ะโดนอยู่แล้ว แต่แล้วสุดท้ายเราก็ไม่สามารถ ซึ่งถ้าเราพูดความจริง อย่างอื่นอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะบางทีแค่พูดให้สวยมันไม่พอ”

ถ้าย้อนกลับไปได้ น้องแพทจะทำอะไร

“แพทว่ามันต้องชัดเจนตั้งแต่แรก แค่นั้นเองค่ะ ไม่ใช่คนหนึ่งอย่างนี้ แต่คนหนึ่งอีกอย่าง เราเห็นไม่ตรงกันตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นเมสเสจที่ต่างคนส่งออกไปมันเลยไม่เหมือนกัน”

เวลามีเรื่องไม่สบายใจ ใครคือที่ปรึกษาคนแรก

“ส่วนใหญ่เป็นคุณแม่ ไม่ก็แฟน แล้วก็จะเป็นเพื่อนตามมา”

ถ้าคำตอบไม่ตรงกับที่เราอยากได้ล่ะ ต้องหาพวกอีกไหม

“อืม มันชอบเป็นอย่างนี้ เราก็หาพวกเหมือนกันแหละ แพทจะพยายามบอกว่า ‘จริงเหรอ แต่เราว่ามันต้องเป็นอย่างนี้นะ’ เหมือนพยายามพูดเข้าข้างตัวเอง อันนี้เป็นบ่อยค่ะ แล้วแฟนหนูก็จะบอกว่า ‘เนี่ย สรุปว่าให้เราตกลงด้วยใช่ไหม’ แพทว่าเป็นปกติของมนุษย์ที่อยากให้มีคนเห็นด้วยกับเรา แต่สุดท้ายแล้วเราก็รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย”

รู้สึกไหมว่าหลังๆ มานี้โซเชียลดุเดือดขึ้น

“คือโซเชียลมันเป็นอะไรที่ powerful มากๆ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ทำร้ายคนเราได้ง่ายมาก แล้วมันยากที่ทุกคนจะใช้ในทางที่ถูกอะ ซึ่งเราเข้าใจนะ ชีวิตทุกคนมีอุปสรรค แล้วบางทีการที่เขาเข้ามาด่าคนอื่น การที่ได้มาระบายในโซเชียล มันทำให้เขามีความสุข สุดท้ายแล้วก็ต้องนึกด้วยว่าถ้าโดนบ้างแล้วจะรู้สึกยังไง จริงๆ ไม่ต้องเป็นดารา คนอื่นก็ยังโดนบูลลี่เลยนะ ไม่ใช่แค่คนในวงการบันเทิง แบบใจร้ายกันมากอะในโซเชียล ด่ากันด้วยเรื่องที่ผิวเผินมาก”

แพทรับมือกับคนประเภทนี้ยังไง ไม่สนใจ?

“ส่วนใหญ่ถ้ามีอะไรที่ส่งตรงมาถึงเรา เราก็เห็นอยู่แล้วล่ะ แต่เราเลือกที่จะไม่ตอบโต้ นี่คืออันดับแรก การที่เราเลือกจะไม่ตอบโต้คือเราตัดไปส่วนหนึ่งแล้ว ที่เหลือคือปลอบตัวเอง ไม่ต้องไปใส่ใจ ส่วนใหญ่ถ้าด่าไร้สาระ เราจะปล่อยผ่านไปด้วยซ้ำ ที่เคยเจอก็เป็นคอมเมนต์ใต้รูป ถ้าไม่โอเคจริงๆ ก็เคยตอบกลับนะ แต่ต้องเป็นอะไรที่เราไม่โอเคจริงๆ เช่น มาด่าครอบครัวเรา แพทว่าไม่มีใครสมควรต้องมาโดนด่า ไม่ว่าคุณเป็นใครก็ตาม เพื่ออะไร? ทำไมคุณต้องยอม? ถูกป่ะ แพทว่าแต่ละคนก็มีวิธี handle ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเป็นคนที่ปล่อยผ่าน หรือคุณจะเป็นคนที่ตอบโต้”

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวงการนี้

“ทุกอย่างมันต้องแลกกันหมด เราอาจจะได้ชื่อเสียง ได้คนรู้จัก ได้เงินที่อาจจะมาเร็วกว่าคนอื่น แต่เราต้องแลกกับความเป็นส่วนตัว ต้องแลกกับการที่คนสามารถมาวิจารณ์ทุกแง่มุมของชีวิตเราได้ มันมากับอาชีพนี้ แพทว่าทุกอาชีพแหละค่ะ มันมีทั้งส่วนดีส่วนเสีย อยู่ที่ว่าเรารับมันได้หรือเปล่า”

เดรสยาวผ้าซีทรูช่วงกระโปรงทรงสอบผ่าข้างจาก Vanus First เครื่องประดับจาก Cartier

นอกจากการแสดงแล้ว เคยคิดอยากทำอย่างอื่นไหม

“เคยค่ะ ตอนแรกๆ ก็มีช่วงที่ท้อ ไม่อยากทำงานในวงการ รู้สึกว่า เอ๊ะ! หรือมันไม่เหมาะกับเรา ทำแล้วไม่ได้ผลตอบรับเหมือนคนอื่นเลย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เคยคิดมาตลอด แต่สุดท้ายเราก็กลับมามองว่า แล้วเราแฮปปี้กับงานหรือเปล่า เหมือนแพท reflect ว่างานแสดงก็คือสิ่งที่เราอิน คือแพสชั่นอย่างหนึ่งของเรา ทำเท่าไรก็ไม่เบื่อ ก็เลยยังอยู่ที่จุดนี้ค่ะ ถ้าถามว่าเคยคิดจะทำอะไรไหม มีความใฝ่ฝันเยอะมาก เคยอยากเป็นนักบินด้วย คุยกับเพื่อนไว้ตั้งแต่เด็กๆ ว่าเดี๋ยวไปเรียนด้วยกันนะ แล้วเขาก็ไปเรียนจริงๆ และก็ได้เป็นนักบินแล้ว เราก็ยังเป็นนักแสดงอยู่ (หัวเราะ) เพราะตอนนั้นแพทเริ่มเป็นนักแสดงแล้ว อาชีพอย่างอื่นก็คงทำธุรกิจค่ะ เพราะว่าอยากมีรายได้เสริม อะไรที่เหมือนเราพอจะทำได้โดยที่ไม่ต้องออกไปขาย เหมือนเราอยู่บ้านก็นั่งแมเนจได้”

นึกออกหรือยังว่าจะเป็นอะไร

“คือแพทชอบอะไรที่เกี่ยวกับสกินแคร์และเมกอัพมากๆ สกินแคร์คือนัมเบอร์วันเลยที่สนใจ แต่ทุกอย่างแพทรู้สึกว่าคนทำมาแล้ว แล้วก็กลัวว่าจะขายไม่ออก (หัวเราะ) เหมือนไม่มีใครอยากซื้อของเรา อันนี้คือสิ่งที่กลัวมาก ถ้าถึงเวลาก็คงได้ทำอะค่ะ”

ถ้าสถานการณ์เป็นปกติ แพทอยากไปไหนมากที่สุด

“เอาจริงๆ แพทไม่ได้คิดถึงการไปอยู่บนเครื่องบินเลยอะ ไม่รู้ทำไม หรือว่าช่วงนี้อาจจะชอบอยู่บ้านจริงๆ (ยังไม่เต็มอิ่มเหรอ?) ใช่ ยังไม่อิ่ม เพราะก่อนโควิดอาจจะทำงานทุกวันด้วยมั้งคะ พอเราได้กลับบ้านมันคือรีแลกซ์ที่สุดแล้ว ไม่ได้คิดว่า เฮ้อ อยากไปเที่ยวจัง แค่แบบขอมีเวลาอยู่บนเตียง อยู่ที่บ้านก็มีความสุขแล้ว แพทค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บ้าน อยู่กับครอบครัว และน้องหมา มันคือความสุขของเรา เป็นสิ่งที่เราค้นพบว่าสบายใจที่สุด ไม่จำเป็นต้องออกไปเที่ยวหรือออกไปเจอผู้คนมากมาย”

ซีรีส์หรือหนังเรื่องไหนบ้างที่ติดงอมแงมตอนกักตัว

“เมื่อโควิดปีที่แล้วติดซีรีส์ Crash Landing on You โฮ้! สามีแห่งชาติ ผู้กองของเรา แพทดูแล้วร้องไห้เกือบทุกอีพี นั่งดูถึงเช้าแบบไม่ได้หลับได้นอนเลยอะ มีความสุขที่ได้ร้องไห้ แล้วปีนี้ก็มาชอบเรื่อง The Bold Type ซีรีส์สามสาวเพื่อนซี้ หลงรักความสัมพันธ์ของพวกเขา ทุกคนมีคาแร็กเตอร์ไม่เหมือนกัน เรื่องราวมันสมัยใหม่มาก อินไปกับทุกคน และเพิ่งเริ่มดูซีรีส์ใหม่เรื่อง Kim’s Convenience เป็นแนวคอเมดี้”

ณ ตอนนี้คือมีความสุขดีใช่ไหมคะ

“มีความสุขค่ะ แฮปปี้ที่ได้ลุยงานเต็มที่ แล้วก็แฮปปี้กับทุกคนรอบข้างในชีวิตด้วย รู้สึกว่าตอนนี้ทุกอย่างโพสิทีฟเอเนอร์จี้มาก แล้วเราก็พยายาม push มันออกมาในงาน”

แพทมีความสุขกับปัจจุบัน แล้วฝันถึงอนาคตบ้างหรือเปล่า

“ถามว่าฝันไหม ก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่เรามีเป้าหมายว่าอายุเท่านี้ก็อยากมีครอบครัวนะ อายุเท่านี้เราอยากมีบ้านของตัวเอง ซื้อด้วยเงินเราเอง (บอกได้ไหมว่าอายุ?) ถ้าตามตรงนะ แพทอยากมีลูกตอนอายุ 26 เพราะคุณแม่มีแพทตอนเขา 26 (อีกสามปีเอง!) ใช่ๆ อีกสามปีก็แก่แล้วนะ (หัวเราะ) แพทรู้สึกว่าเรากับคุณแม่มี relationship ที่ดีมาก เหมือนแพทโตทันแม่ ช่วยเหลือคุณแม่ ได้ทำงานเร็ว ทำให้เราใกล้ชิดกันด้วยวัยที่ไม่ห่างกันมาก เลยรู้สึกว่าอยากมีลูกเร็ว แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะมันคือสิ่งที่เราอยากเฉยๆ เราแค่มีเป้าหมายคร่าวๆ แพทอยู่กับปัจจุบันแหละ แบบวันต่อวันเลยว่าวันต่อไปต้องทำอะไร แล้วก็ทำให้ดี

ทุกอย่างที่เราทำ ทุกงานที่เรารับ มันก็คอนทริบิวต์ไปสู่เป้าหมายแหละ แพทไม่ได้มองว่าจะต้องเล่นหนังให้ประสบความสำเร็จร้อยล้าน หรือว่าเราต้องได้รางวัลอันนี้ แพทแค่รู้สึกว่าถ้าเราเลือกทำสิ่งที่เราชอบในแต่ละอย่าง สุดท้ายแล้วมันก็คือซัคเซสในแบบของเรา มันก็คงเป็นเป้าหมาย เพราะเหมือนเราก็แฮปปี้ในชิ้่นงาน เราไม่ได้เปรียบเทียบ เราทำสิ่งที่เราอยากทำด้วยความสบายใจของเรา”

ในชีวิตนี้ใครบ้างที่มีความหมายกับแพท

“ครอบครัวค่ะ แล้วก็เพื่อน แฟนด้วยนะ แล้วก็น้องหมาน้องแมวซึ่งก็รวมอยู่ในครอบครัวแหละ”

ดรสเปิดไหล่ตกแต่งดีเทลช่วงแขนจาก Vanus First เครื่องประดับจาก Cartier

ลองนึกภาพตัวเองสวมชุดเจ้าสาว

“เรียบๆ ค่ะ แพทชอบชุดเรียบๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรียบในที่นี้คือไม่พองค่ะ หมายถึงเป็นชุดเข้ารูป เปิดไหล่แบบโชว์ collarbone แล้วก็อาจจะเป็นหางปลา นี่คิดจริงจังมากเลย (หัวเราะ) ประมาณนี้ค่ะ”

งานแต่งเป็นแบบไหนดี

“งานแต่งเล็กๆ ค่ะ ไม่เกินร้อยคน แค่มีครอบครัว เพื่อน และคนที่เรารักจริงๆ แต่งในบรรยากาศธรรมชาติอย่างริมทะเลค่ะ”

สุดท้ายค่ะ อยากฝากอะไรไหม

“ฝากลอฟฟีเซียลเล่มนี้ค่ะ แพทได้ร่วมงานกับลอฟฟีเซียลมาหลายปีแล้ว เป็นเหมือนบ้านของแพทเลย แต่ว่าไม่เคยถ่าย L’Officiel Wedding นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาฟีเจอริ่ง ควอลิตี้ลอฟฟีเซียลคือโหดมาก แพทว่าองค์ประกอบเขามีอะไรที่สเปเชียลมากๆ ขอบคุณมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง”

เดรสยาวผ้าซีทรูช่วงกระโปรงทรงสอบผ่าข้างจาก Vanus First เครื่องประดับจาก Cartier

MODEL: Patricia Tanchanok Good

PHOTOGRAPHER: Adison Rutsameeronchai

FASHION EDITOR: Watcharachai Nun-ngam

WRITER: Angkana Wongwisetpaiboon

MAKEUP: Pradchaphan Prayoonpan

HAIR: Chatpong Puttiwa

PHOTO ASSISTANTS: Anurak Duangta, Chudpong Aumponrut, Panupong Banluesin, Piriyapong Prommounwai

STYLIST ASSISTANTS: Thitaree Trisiritanyagorn, Sittikorn Ru-arn, Nattanit Choksakulkeat

Other Articles