Thursday, September 29, 2022

‘Dior Gardens’ มากกว่าแค่สวนสวย แต่เป็นสถานที่อันงดงาม ที่สืบสานพันธกิจแห่งความงามของ Dior

เราขอพาคุณทำความรู้จักกับ 8 สวนสวยสำหรับพฤกษชาติ และ 2 สวนรุกขชาติเพื่อสืบสานวัฒนธรรม ที่ต่อยอดความยั่งยืนของความงามแห่งธรรมชาติและความงามแห่งแรงบรรดาลใจ

ตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปี 1947 ห้องเสื้อแถวหน้าของฝรั่งเศสอย่าง Christian Dior นั้นถูกประกอบสร้างขึ้นจากหลายปัจจัย ทำให้เกิดสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นหลากหลายแขนงที่พึ่งพาซึ่งกันและกันอยู่เสมอมา ทำให้เกิดพันธกิจหลักที่แบรนด์ไม่เคยทอดทิ้ง คือการสนับสนุนความยั่งยืนของธรรมชาติและสืบทอดวัฒนธรรมความเป็นฝรั่งเศส สองปัจจัยสำคัญที่แบรนด์ได้หยิบยืมมาใช้ทั้งในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และแรงบันดาลใจอยู่เสมอ ความสัมพันธ์อันดีเหล่านี้ถูกสะท้อนออกมาเป็นสถานที่ที่มีมากกว่าแค่ความสวยงามอย่าง ‘Dior Gardens’ ทั้ง 10 แห่ง

The Skincare Gardens

สกินแคร์ น้ำหอม รวมไปถึงเครื่องสำอาง เป็นอีกส่วนที่โดดเด่นสำหรับดิออร์ ดังนั้นเพื่อผลลัพธ์ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีและได้มาตรฐานที่สุด Dior Beauty จึงเริ่มต้นเส้นทางสู่ความงามอันน่าพึงพอใจนี้ผ่านส่วนผสมจากพืชหลากชนิดที่ถูกปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวอย่างดี นี่เลยเป็นที่มาของทั้ง 8 Skincare Gardens ทั่วโลกที่เพาะปลูกตามระบบของดิออร์อย่าง ‘ระบบเกษตรกรรมฟื้นฟู’ (Regenerative Farming) ระบบการเพาะปลูกที่เน้นความยั่งยืนของธรรมชาติ ที่นอกจากจะได้ผลผลิตที่ได้คุณภาพแล้ว ยังต่อยอดส่งผลประโยชน์ให้ระบบนิเวศยังคงความสมบูรณ์และสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรท้องถิ่นอีกด้วย

นิทรรศการ ‘Dior En Roses’ ณ Christian Dior Museum เปิดให้เขาชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31ตุลาคม 2021

ท่ามกลางทั้ง 8 สวนพฤกษชาติเหล่านั้น มีสวนหนึ่งสวนที่เพาะปลูกดอกไม้ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อดิออร์ นั่นก็คือสวน ณ หมู่บ้าน Grandveille พร้อมกับสวนกุหลาบสีชมพูสดที่ถูกขนานนามว่า ‘Rose de Grandveille’ ดอกไม้แห่งอิสตรีนี้ผูกพันกับมงซิเออร์ Christian Dior มาตั้งแต่ยังเด็ก หยั่งรากลึกลงมาสู่แบรนดืของเขา และความรักในดอกกุหลาบนี้ถูกบอกเล่าผ่านนิทรรศการอันงดงามในปีนี้อย่าง ‘Dior En Roses‘ ณ Christian Dior Museum ที่ Granvielle

ดอกกุหลาบนั้ถูกยกให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับแบรนด์ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ดอกไม้ที่สะท้อนภาพผู้หญิงอันอ่อนช้อยนี้ ทำให้กำเนิดผลงานชิ้นเด่นของมงซิเออร์ดิออร์มากมายไม่ว่าจะเป็น ‘New Look’ ที่สร้างประวัติศาสตร์ในโลกแฟชั่น น้ำหอมระดับตำนานอย่าง ‘Miss Dior’ และล่าสุดกับการเป็นส่วนผสมในสกินแคร์ชั้นเลิศอย่าง ‘Dior Prestige’

Cultural Gardens

Château de La Colle Noire เขตเมืองโพรว็องซ์  สถานที่สำคัญของมงซิเออร์ดิออร์ ที่รวมเอาไว้ด้วยสวนดอกไม้แหล่งวัตถุดิบของน้ำหอม และช่างฝีมือหลากแขนงที่ทางแบรนด์คอยสนับสนุน พร้อมกับผลงานขวดน้ำหอมอันล้ำค่า

อีกหนึ่งสิ่งที่ดิออร์หมายมั่นที่จะสืบทอดและสร้างความยั่งยืนนั้นก็คือวิถีทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นทักษะงานฝีมือ ศิลปะอันรุ่มรวย และสไตล์เฉพาะตัวของชาวฝรั่งเศส ที่มงซิเออร์ดิออร์นั้นถ่ายทอดลงสู่ชิ้นงานของเขาทุกๆ ชิ้น เราจึงได้เห็นการสนับสนุนศิลปิน ช่างฝีมือ และสถานที่อันเป็นศิลปะ จากดิออร์อยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นการอุปถัมภ์การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของฌอง-มิเชล โอโธเนียล ประติมากรฝรั่งเศส ซึ่งจะดำเนินขึ้นในสวนของพระราชวังน้อย Petit Palais (เปอติทปาเลส์) ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

และในปีนี้ ดิออร์ก็ขอสืบทอดปณิธานด้วยการมีส่วนสนับสนุนต่อโครงการฟื้นฟูอุทยานวัฒนธรรมสำคัญ 2 แห่ง อย่าง สวนสาธารณะตุยเลอรี (Jardin des Tuileries) โดยจะให้การสนับสนุนต่อกระบวนการฟื้นฟู บูรณะ และเพาะปลูกตามงานออกแบบสวนรุกขชาติต้นแบบโดยสถาปนิก เลอ โนตร เมื่อศตวรรษที่17 ในส่วนพื้นที่ของ la Petite Provence (เลอ เปอติท โปรว็องซ์) ซึ่งอยู่ใกล้กับน้ำพุใหญ่

และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดิออร์ในนาม Parfums Christian Dior ก็ได้ให้ความช่วยเหลือในการบูรณะ ‘ละเมาะป่าราชินี‘ หรือ Queen’s Grove สวนที่ผนวกเอาธรรมชาติของพันธุ์ไม้และศิลปะแห่งการตัดแต่ง จุดโดดเด่นของพระราชวังแวร์ซาย ที่มีอยู่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 สมัยสมเด็จพระราชินีมารี อองตัวเน็ต สวนอันละเอียดอ่อนนี้ถูกปลุกชีพขึ้นมาเพื่อบอกเล่าถึงความสามารถและวิจิตรของศิลปินชาวฝรั่งเศส พร้อมด้วยพันธุ์ไม้ใหม่ที่ถูกนำมาปลูกในการบูรณะครั้งนี้อย่าง ‘Rose de Grandveille’

‘ความยั่งยืน’ สำหรับดิออร์แล้วไม่ได้หยุดอยู่แค่กับเรื่องของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงวิถีทางวัฒนธรรมอันงดงาม ที่จะต้องสืบสานต่อไปสู่อนาคตควบคู่กัน สะท้อนภาพออกมาเป็นสวนทั้ง 10 แห่ง และเป็นพันธกิจที่แบรนด์อย่าง Christian Dior นั้นพร้อมที่จะดำเนินการต่อไปอย่างที่มงซิเออร์ดิออร์เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ความหรูหราขนานแท้ย่อมต้องอาศัยวัตถุดิบคุณภาพดีกับความเป็นเลิศทางงานฝีมือ” 

Photos & Video courtesy of Dior

Other Articles