Friday, October 29, 2021

เดินทางไปตามรูทแห่งกลิ่นหอม กับคอลเลกชั่น ‘Le Grand Tour’ จาก Diptyque

ร่วม #เที่ยวทิพย์ ไปยังจุดหมายชวนฝันของ Diptyque กับกลิ่นหอมสุดพิเศษรูปแบบต่างๆ

ถึงแม้จะมาถึงเรื่องราวบทที่ 4 ของการฉลองครบรอบปีที่ 60 ของ Diptyque แล้ว แบรนด์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมนี้ ก็ยังคงมากับความเซอร์ไพร์สให้กับเราได้อย่างดี โดยในครั้งนี้มาพร้อมกับคอลเลกชั่นกลิ่นหอมลิมิตเต็ด เอดิชั่น ภายใต้ชื่อ ‘Le Grand Tour’ ที่เกิดขึ้นจากหนึ่งหัวใจหลักของแบรนด์อย่าง ‘การเดินทาง’ ผ่านศิลปะและวัฒนธรรมอันหลากหลาย ซึ่งผู้ก่อตั้งทั้งสามของแบรนด์นั้นเลือกที่จะทำอยู่เสมอ เพื่อค้นพบความแปลกใหม่อันน่าหลงใหล ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่นมาจนถึงปัจจุบัน และวันนี้ เราขอพาคุณร่วมทริปสุดพิเศษนี้ผ่านกลิ่นหอม 5 กลิ่น 5 รูปแบบ ที่ถูกตีความใหม่โดยนักปรุงน้ำหอมประจำแบรนด์ ด้วยแรงบันดาลใจจาก 5 จุดหมายที่เป็นความทรงจำของผู้ก่อตั้ง

PARIS

หมุดหมายแรก Diptyque ขอเริ่มต้นด้วยเมืองอันชวนฝัน อย่างกรุงปารีส ณ กิโลเมตรที่ 0 หน้ามหาวิหาร Nortre-Dame-de-Paris ห่างออกไปเพียงไม่นานจากถนน 34 Saint-Germain สถานที่กำเนิดของแบรนด์ โดยไอเท็มกลิ่นหอมแรกมาในรูปแบบของเทียนหอม ที่ทั้งกลิ่น รูปลักษณ์ และสี สะท้อนถึงความโดดเด่นของกรุงปารีสได้อย่างดี ทั้งโทนกลิ่นอบอวลโทนวู้ดดี้เรียบหรูสรรสร้างโดยนักปรุงน้ำหอมอย่าง Olivia Giacobetti ที่ทำให้นึกถึงหน้าหนังสือเก่าแก่ในห้องสมุด ผสานกับกลิ่นต้นไม้เล็กๆ ริมแม่น้ำ และหินของถนนในปารีส บรรจุในแก้วเทียนสีเขียว ‘เวอร์ดิกริส’ (Verdigris) สีของแผงขายหนังสือแถบถนน Saint-Germain-des-Prés ปิดท้ายด้วยฝาปิดไม้แกะสลักสีดำ ที่เอาไว้ปิดเทียนหรือเป็นฐานรองเทียนก็ได้เช่นกัน

VENISE

มาถึงจุดหมายที่ 2 อย่างเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี อีกหนึ่งสถานที่ที่เหล่าผู้ก่อตั้งแบรนด์ Diptyque ชอบแวะเวียนไปหาแรงบันดาลใจอยู่สม่ำเสมอ โดยครั้งนี้แบรนด์ขอพาคุณไปรับกลิ่นที่สดชื่นของสวนผักอันอุดมสมบูรณ์ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถูกตีความออกมาโดย Cécile Matton ออกมาเป็นน้ำหอม Eau de Toilete ให้กลิ่นเขียวของพืชผัก ตัดกับกลิ่นของผลไม้ซิตรัส ออกแบบมาในหลอดแห้วสีเขียวอ่อน ในกระเป๋าผ้าขนาดพกพา พร้อมให้คุณได้หยิบไปร่วมทริปได้อย่างง่ายดาย

MILIES

จุดแวะพักที่ต่อมา Diptyque พาเรามาหยุดที่ประเทศกรีซ ณ หมู่บ้าย Milies บน Mount Pelion ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองของเหล่าผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ชอบมาที่นี่ในทริปวันพักผ่อน ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ และกลิ่นหอมหลายหลายในระแวกนั้น ที่สามารถพบเจอได้ตั้งแต่แถบหุบเขา ทางเดินลัดเลาะ และริมทะเลสาป รังสรรค์ออกมาออกมาเป็น Scented Oval เซรามิกสีขาวและฟ้าโดย Olivier Pescheux ผสานกลิ่นหอมของ Immortale Absolute, Ambroxan, Fig Wood, และ Cypress ประดับด้วยพู่ลูกปัดหินอ่อนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานท้องถิ่น เหมือนคุณได้พกความทรงจำจากกรีซขนาดย่อมไปด้วยได้ทุกที่

KYOTO

ถึงแม้จุดแวะพักต่อมาจะเป็นสถานที่ที่เหล่าผู้ก่อตั้งแบรนด์ Diptyque ไม่เคยได้ไปเยือน แต่ก็เป็นหนึ่งสถานที่ที่พวกเขาใฝ่ฝันจะได้ไปถึงซักครั้ง เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้นมักจะมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับแบรนด์อยู่เสมอ โดยเฉพาะเมืองเกียวโต ที่รวมเอาศิลปะและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเอาไว้ รวมถึง Ikebana การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่นที่โด่งดังและถูกหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างน้ำหอมในขวดสีชมพูอมแดงกุหลาบโดย Alexandra Carlin ที่ผสานกลิ่นของกำยาน, ดอกกุหลาบ, บีทรูท และหญ้าแฝก เป็นตัวแทนจิตวิญญาณของญี่ปุ่นที่สื่อถึง สวรรค์, มนุษย์ และ โลกตามลำดับ ขวดน้ำหอมถูกด้วยเทคนิคการห่อของขวัญแบบ Furoshiki ด้วยผ้าลวดลาย Sarayi Floral ที่ถูกออกแบบพิเศษ

BYBLOS

และก็มาถึงจุดหมายสุดท้าย อย่างเมืองชายฝั่งทะเลโบราณ Byblos ซึ่งเป็นท่าเรือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สถานที่แวะพักที่ Yves และ Desmond สองในสามผู้ก่อตั้งแบรนด์ Diptyque เคยเดินทางมา กลิ่นของที่นี่ถูกรังสรรค์ออกมาเป็นอีกหนึ่งเทียนหอมในคอลเลกชั่นโดย Fabrice Pellegrin ในโทนกลิ่นแนว Spice-Oriental ด้วยแรงบันดาลใจของกลิ่น Cardamom Coffee ที่ถูกเสิร์ฟในตลาดออตโตมัน เป็นกลิ่นกาแฟหอม ผสมผสานกับไม้ซีดาร์และมักส์ ในแก้วเทียนเซรามิกเนื้อสัมผัสพิเศษ พร้อมลวดลายที่สื่อถึงเมืองท่าแห่งนี้

ถึงแม้ปัจจุบันเราจะยังออกไปท่องเที่ยวที่ไหนไม่ได้ คุณก็สามารมาร่วมท่องเที่ยวผ่านผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมทั้ง 5 ของคอลเลกชั่น Le Grand Tour จาก Diptyque ที่ทุกช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ได้แล้ววันนี้

Photos & Video courtesy of Diptyque

Other Articles