Thursday, October 28, 2021

Fashion 101: The House of Skirts

By Jidapa Boonmuang

Fashion Vocabulary 101 สัปดาห์นี้จะมาว่าด้วยเรื่องของ ‘กระโปรง’ ที่จะชอบมีคำพ่วงท้ายอย่าง ‘mini, midi และ maxi’ เป็นต้น บางท่านอาจจะไม่ทราบความหมายแล้วคิดว่าเป็นชื่อของแพทเทิร์นหรือรูปทรงของกระโปรงหรือเปล่า จริงๆ แล้ว “สามพี่น้อง” นี้ใช้บรรยายถึง “ระดับความสั้น-ยาว” ของกระโปรงเพื่อให้แฟชั่นนิสต้าอย่างเราๆเข้าใจได้อย่างง่ายดายมากขึ้นเมื่อถึงเวลาที่จะเลือกจับจองมัน ไม่รอช้าไปรับชมกันเลย!

Mini

เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักคำนี้เพราะมักใช้พ่วงท้ายกับ ‘miniskirt’ ซึ่งความหมายก็ตรงตามชื่อ ใช้บรรยายถึงกระโปรงที่มีระดับความสั้นมากๆ กระโปรง miniskirt นั้นมีมานานแล้วแต่ในทางประวัติศาสตร์ไม่ได้นำคำว่า “มินิ” มาใช้ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะเทรนด์แฟชั่นจนกระทั่งปี 1960 ในช่วง “Swinging London” ซึ่งทำให้มินิสเกิร์ตกลายเป็นเทรนด์ในหมู่หญิงสาวเป็นต้นมา

Midi

‘Midi’ อาจจะเป็นคำที่ผู้คนคุ้นเคยน้อยสุด อารมณ์เหมือน unpopular sibling ในบรรดาพี่น้อง ใช้บรรยายถึงกระโปรงที่มีระดับความยาวปานกลางหรือราวๆ 10-14 นิ้วเหนือพื้นหรือระหว่างเข่าและข้อเท้า ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 หลายคนเริ่มมีปัญหากับความยาวของกระโปรงเพราะมินิสเกิร์ตก็สั้นเกินไปส่วนแม็กซี่ก็ยาวมากเกินไปเช่นกัน ต่อมาในปี 1970 นั้นกระโปรง midi จึงกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหลังจากที่เคยดังในยุค 1940s เป็นต้น

Maxi

ท้ายสุดในบรรดาพี่น้องของกระโปรง เราขอยกว่าเป็นพี่คนโตเพราะมีระดับที่ยาวที่สุด กระโปรง ‘maxi’ ใช้บรรยายถึงกระโปรงที่มีความยาวระดับข้อเท้า โดยที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 แล้วโดยดีไซนเนอร์ Paul Poiret ผู้ปฏิวัติการแต่งกายของผู้หญิงด้วยการออกแบบเสื้อผ้าที่ “เป็นธรรมชาติ” มากขึ้น แม็กซี่ถูกนำมาเป็นเทรนด์อีกครั้งในยุค 1970s ในรูปแบบของ ‘maxi dress’ ที่เป็น identity หลักของยุค 70s เลยก็ว่าได้

Other Articles