Monday, October 25, 2021

Fashion 101: The ‘Style’ Siblings

By Jidapa Boonmuang

จากการรวบรวมโดยสำนักข่าว BBC เมื่อปี 2018 ในภาษาอังกฤษนั้นมีคำศัพท์มากถึง 171,146 คำที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่เนื่องจาก Fashion Vocabulary 101 ของ L’Officiel นั้นมุ่งเน้นไปที่คำศัพท์แฟชั่นโดยเฉพาะ วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงคำว่า “Stylish” ที่ในภาษาอังกฤษมีคำไวพจน์มากถึง 118 คำเลยทีเดียว ซึ่งจะพูดว่าคนๆนี้ ‘Stylish’ โดยไม่ใช้คำว่า ‘Stylish’ ยังไงกันดีนะ? ไม่รอช้าไปหาคำตอบพร้อม L’Officiel กันเลย!

Debonair หรือ Dapper (เดบบะแนรฺ‘)

น่าจะเป็นคำที่หลายๆท่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยเพราะว่า ‘Debonair’ นั้นเป็นคำที่มาจาก Old French หรือภาษาฝรั่งเศสเก่า ‘de bon’ aire’  ซึ่งถ้าแปลความหมายตรงตัวในภาษาฝรั่งเศสจะแปลว่า “เผ่าพันธุ์ที่ดี” ซึ่งถือว่าเป็นคำชมรูปลักษณ์หรือสไตล์ในสมัยก่อนนั่นเอง ต่อมาเลยกลายมาเป็นคำชมในภาษาอังกฤษที่พูดถึงสไตล์ของคนๆนึงไปโดยปริยาย

Snazzy

เป็นคำที่ในทางประวัติศาสตร์สามารถย้อนไปได้ถึงปี 1930s ที่คำว่า ‘Snazzy’ ถูกนำมาใช้ครั้งแรกซึ่งมีการสันนิษฐานว่า อาจเป็นการผสมผสานระหว่างคำว่า ‘snappy’ และ ‘jazzy’ ซึ่งใช้พูดถึงไตล์ทั้งคู่ จนออกมาเป็นคำว่า ‘Snazzy’ ที่แปลว่า ‘Stylish’ ในที่สุด

Mode

‘Mode’ ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลายอย่างโดยที่มาจากภาษาละติน ‘modus’ ซึ่งแปลว่า “ลักษณะ” ในช่วงทศวรรษ 1400 แต่หากพูดถึงในบริบทของแฟชั่นนั้น ‘Mode’ เริ่มถูกนำใช้แทนคำว่า “stylish” ในทศวรรษ 1600 เป็นต้นมาซึ่งมาจากคำศัพท์ภาษาฝรั่งเศส “à la mode” ที่แปลว่า “fashionable” สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ใน Fashion 101: Wardrobe of Slangs ของเราได้เลย!

Flair

อีกเช่นกัน ‘Flair’ นั้นมีความหมายหลายอย่างในภาษาอังกฤษตั้งแต่ “stylish”, “talent” ไปจนถึง “odor” เลยทีเดียว ซึ่งคำนี้เดิมทีหมายถึงคนที่มีไหวพริบ ฉูดฉาด และเต็มไปด้วยพลัง แต่น่าแปลกตรงที่ ‘Flair’ แปลว่า “กลิ่น”ในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 จนกระทั่งปี 1925 ที่คำนี้นำมาใช้เรียกคนที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่น รวมถึงสไตล์ที่หรูหราเป็นต้นมา

Other Articles